ประชาธิปัตย์ ชูเศรษฐกิจสีเขียว-กระจายอำนาจท้องถิ่นแก้ปัญหาขยะ เผยวิกฤตขยะกรุงเทพฯ วันละหมื่นตัน จี้เพิ่มงบและโรงงานระบบปิดลด PM2.5

5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล เขตเลือกตั้งที่ 21 เบอร์ 14 เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) ร่วมแถลงข่าวเรื่องรถขยะและการจัดการขยะ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงขณะนี้ ความสนใจส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ประเด็นการเมือง ตนอยากย้ำว่าผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ได้เก็บเรื่องปัญหาในพื้นที่ หรือปัญหาในภาพรวมของคนกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งของประเทศ เพื่อเตรียมเข้าทำงานอย่างเต็มที่

“นั่นแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค หรือผู้ที่จะเข้าไปเป็น สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่เราให้ผู้สมัคร สส.เขต เก็บประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาของพื้นที่ เพื่อเตรียมการแก้ไขอย่างเต็มที่”นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเรื่องขยะ นอกจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเทคนิคที่ต้องกำจัดขยะแล้ว แต่สะท้อนถึง 2 ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ คือ เรื่องของการที่จะต้องทำเศรษฐกิจสีเขียว นั่นหมายความว่านอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับ หรือการบริหารจัดการปัญหาขยะ หรือมลพิษที่ดีขึ้น เรามองเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเรื่องพลังงาน ที่เป็นพลังงานทางเลือกด้วย

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นตัวสะท้อนอีกประการหนึ่ง คือ แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ในขณะที่ตนลงพื้นที่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ก็มีการพูดถึงปัญหาหลายปัญหาของพื้นที่ ซึ่งในที่สุดแล้ว ถ้ารอส่วนกลางทำก็ช้าเกินไป หวังพึ่งท้องถิ่นกำลังก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์จะกระจายอำนาจและให้ท้องถิ่นมีทรัพยากรที่สามารถรวมทรัพยากรเพิ่มเติมขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องของเงินอุดหนุน แต่สามารถที่จะจัดเก็บภาษีหรือกันภาษีไว้ใช้ในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการมีอำนาจในการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การกระจายอำนาจเดินไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ควบคู่กับการจัดการปัญหาขยะได้ดียิ่งขึ้น

ด้าน นายสกลธี กล่าวเสริมว่า วันนี้ ดร.กิตพล เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตประเวศ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับบ่อขยะของกรุงเทพมหานครมาหลาย 10 ปี ซึ่งทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีโครงการมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ในการที่จะทำโรงงานกำจัดขยะที่เขตประเวศ ซึ่งจะเปิดใช้ในกลางปีนี้ แต่ในภาพรวมของทั้งประเทศเรื่องระบบการกำจัดขยะยังไม่เข้มแข็งและแข็งแรงเหมือนของกรุงเทพมหานคร ที่ได้บริหารงานท้องถิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เราอยากช่วยอุดหนุนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดูแลเรื่องการกำจัดขยะ และมีผลต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝุ่น P.M. 2.5 ด้วย

“โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้ ยังใช้การฝังกลบประมาณ 50% ของปริมาณขยะแต่ละวัน ซึ่งไม่ได้มีการพัฒนาที่จะเพิ่มขีดจำกัดในการกำจัดขยะในระบบปิดและถูกกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามได้มีการอนุมัติการฝังกลบเพิ่มสัญญาใหม่ ซึ่งทำให้การที่จะทำระบบที่ถูกสุขลักษณะเป็นไปได้ยาก” นายสกลธี กล่าว

ขณะที่ ดร.กิตพล ระบุว่า ตนเกิดและโตมากับกองขยะ เห็นสภาพปัญหาในการจัดการขยะของคนวันละ 10,000 ตัน กับโรงงานกำจัดขยะทั้ง 3 แห่ง ปัญหาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศที่ต้องได้รับปัญหากลิ่นขยะ วันนี้แนวทางการจัดการ การทำโรงงานกำจัดขยะระบบปิด ซึ่งครั้งแรกได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในเขตหนองแขม เป็นการเผาขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า และที่ผ่านมาได้มีการทำโรงงานแห่งที่สองเกิดขึ้นในเขตประเวศ เป็นขนาด 1000 ตัน

ดร.กิตพล กล่าวอีกว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นมีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เพราะเรื่องของการจัดการขยะของคนกรุงเทพฯ แต่ละปีใช้งบประมาณปีละ 5000 ล้านบาท แต่เราจัดเก็บค่าทำเนียมแต่ละปีได้เพียง 400 ล้านบาท เราไม่มีเม็ดเงินพอที่จะมาสร้างโรงงานขยะระบบปิด ซึ่งสามารถกำจัดขยะและทำลายขยะให้ชาวกรุงเทพมหานครและไม่ให้มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่น ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่น P.M. 2.5 นี่ก็เป็นสิ่งที่อยากจะผลักดันในฐานะที่มาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่เขตประเวศ แต่รวมถึงเขตรอบๆ ที่ได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้มีอะไรให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในฐานะผู้เสียสละเลย แต่สิ่งเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์เรามีนโยบายในเรื่องการจัดการ ทั้ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือพ.ร.บปต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เราอยากนำเสนอคือ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา อาจมองว่าเป็นสิ่งเล็กๆ หรือเป็นปัญหาท้องถิ่น แต่ก็เป็นปัญหาที่ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยได้รับผลกระทบตลอดมา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะผลักดันให้เป็นโรงงานขยะระบบปิดทุกระบบ เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะและผลกระทบในเรื่องของกลิ่นฝุ่น P.M. 2.5 เราไปดำเนินการในเรื่องการแก้ปัญหา

”เราบอกกับเอกชนและประชาชนว่า ห้ามจุดไฟเผา ห้ามดำเนินการเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่จะก่อให้เกิดฝุ่น แต่เราไม่เคยกลับมาดูว่าโรงงานกำจัดขยะหรือหน่วยงานของภาครัฐที่ต้นตอของฝุ่น P.M. 2.5 ในเรื่องการจัดการ แม้ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาในการกำจัดขยะ แต่ก็ไม่ควรที่จะมีผลกระทบกับประชาชนไม่ว่าจะเรื่องกลิ่นหรือฝุ่น“ ดร.กิตพล กล่าว.

Written By
More from pp
ข่าวปลอม!!!!! คลอรีนผงผสมน้ำเพื่ออาบ ทำให้ผิวขาว
ตามที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง คลอรีนผงผสมน้ำเพื่ออาบ ทำให้ผิวขาว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
Read More
0 replies on “ประชาธิปัตย์ ชูเศรษฐกิจสีเขียว-กระจายอำนาจท้องถิ่นแก้ปัญหาขยะ เผยวิกฤตขยะกรุงเทพฯ วันละหมื่นตัน จี้เพิ่มงบและโรงงานระบบปิดลด PM2.5”