‘ทรัมป์’ กับ ‘อุ๊งอิ๊ง’ #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ดุเดือดจริง!

อเมริกายุค “โดนัลด์ ทรัมป์” มีเรื่องแปลกๆ เขย่าขวัญ สร้างความตื่นตระหนกไปทั้งโลกแทบจะรายวันเลยทีเดียว

ล่าสุดก็เรื่องตั้งกำแพงภาษีประเทศคู่ค้าทั่วโลกแบบสุดโหด ชาวโลกเตรียมรับมือยุคข้าวยากหมากแพงของแท้กำลังจะมาถึง

ก่อนนี้รัฐบาลอเมริกามีข้อห้ามแปลกๆ โดยอ้างเรื่องความมั่นคง

สั่งห้ามบุคลากรของรัฐบาลสหรัฐในจีน รวมถึงสมาชิกในครอบครัว และผู้รับเหมาที่มีใบอนุญาตด้านความปลอดภัย ไม่ให้มีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกหรือทางเพศกับพลเมืองจีน

“ทรัมป์” ขัดขวางแม้กระทั่งความรัก

กลัวจีนจนขี้ขึ้นสมอง

กลัวถูกล้วงตับ

ถึงกับต้องลิดรอนสิทธิในความรัก

ไหนบอกว่าอเมริกาเป็นดินแดนเสรี แต่พอคนของตัวเองไปอยู่ในดินแดนอื่น กลับติดหนวดห้ามแม้กระทั่งความรัก

นึกถึง “โรมิโอ” กับ “จูเลียต” ขึ้นมาในบัดดล

นักการเมืองไม่ว่าประเทศไหนมักอ้างเรื่องความมั่นคง เข้าไปจัดการสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ของชาติ หลายครั้งมันเลยเถิด เพราะไม่ใช่ผลประโยชน์ชาติ แต่เป็นผลประโยชน์พวกพ้อง

เรื่องศึกสองตระกูล คือ ตระกูลคาปุเล็ต และมอนตาคิว ที่ไม่ถูกกันมาช้านาน จบลงด้วยโศกนาฏกรรม และการสำนึกในความผิด

“โรมิโอ” แห่งตระกูลมอนตาคิว แอบแฝงกายเข้าไปในงานเลี้ยงของตระกูลคาปุเล็ต ได้พบกับ “จูเลียต” เพียงทั้งคู่สบตากัน ทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน

แต่กลับมีอุปสรรคเพราะความบาดหมางกันของทั้งสองตระกูล

“โรมิโอ” กับ “จูเลียต” จึงได้จัดการแต่งงานกันอย่างลับๆ

มาวันหนึ่ง “เมอร์คิวชิโอ” เพื่อนรักของ “โรมิโอ” ทะเลาะกับญาติของ “จูเลียต”

ญาติของ “จูเลียต” ฆ่าเพื่อนรักของโรมิโอ

ทำให้ “โรมิโอ” โกรธมาก!

จึงได้พลั้งมือฆ่าญาติจูเลียตตาย

“โรมิโอ” ถูกตัดสินให้เนรเทศออกนอกเมืองตลอดกาล

ฝ่าย “จูเลียต” ต้องแต่งงานโดยไม่ต้องการ จึงพยายามหาทางที่จะหลีกหนีงานแต่งงาน

เมื่อ “จูเลียต” ไปพบเรื่องราวเกี่ยวกับยาวิเศษที่ทำให้หลับเหมือนตายจากบาทหลวงที่ทำพิธีแต่งงานให้ ทั้งคู่จึงกินเข้าไป

จากนั้นบาทหลวงก็ส่งม้าเร็วส่งสารถึงแผนการดังกล่าวแก่ “โรมิโอ”

แต่ “โรมิโอ” เดินทางสวนกับคนส่งสาร

“โรมิโอ” มาถึงเข้าใจผิดคิดว่าจูเลียตตายจริงๆ จึงเสียใจมาก แล้วดื่มยาพิษฆ่าตัวตายตาม

“โรมิโอ” สิ้นใจเพียงครู่เดียว “จูเลียต” ก็ฟื้นขึ้นมา

“จูเลียต” เห็นดังนั้นจึงใช้กริชของ “โรมิโอ” ฆ่าตัวตายตาม

บิดา มารดาและญาติทั้งสองตระกูลเสียใจมาก จึงเลิกวิวาทบาดหมางกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ย่อๆ สั้นๆ ความรักระหว่าง “โรมิโอ” กับ “จูเลียต” ทำให้ศึกสองตระกูลสงบลง เพราะตระหนักว่าขัดแย้งกันไปมีแต่หายนะ

โลกปัจจุบัน ชาติมหาอำนาจ จับคู่เกลียด โกรธ กันเป็นพักๆ แล้วแต่ผู้นำประเทศช่วงนั้นเป็นคนแบบไหน และต้องการอะไร

ยุค “ทรัมป์” ความขัดแย้งสหรัฐ-จีน ไปไกลหน่อยถึงขั้นห้ามคนทั้งสองประเทศมีความรัก

จะเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งหรือไร

หรือรอหายนะเกิดก่อน แล้วมาตระหนักทีหลังว่า สงบศึกกันดีกว่า

จินตนาการไม่ออกจริงๆ หากสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอเมริกากับจีนเกิดขึ้น โลกจะเป็นอย่างไร

มีอีกข่าวที่น่าสนใจ

สื่อที่อเมริกาตีข่าวว่า คุณแม่ลูกอ่อนในลิตเติลไซ่ง่อน กลายเป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” แบบกะทันหัน หลังสามีซึ่งถูกอุ้มหนีตายออกจากเวียดนามมาพร้อมกันตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยเมื่อเกือบ ๕๐ ปีก่อน ถูกกักตัวโดยไอซ์ เตรียมเนรเทศกลับเวียดนาม

ไอซ์ หรือ ICE เป็นชื่อย่อของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Immigration and Customs Enforcement)

เป็นไปตามนโยบายเนรเทศของ “ทรัมป์”

เหตุการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นกับชาวเวียดนามจำนวนมากที่ถูกนำตัวเข้ามาตั้งแต่ยังเด็ก โดยมีผู้ปกครองคนเดียวหรือไม่มีเลย จึงอาจกรอกข้อมูลผิดพลาด กลายเป็นปัญหากับระบบตรวจคนเข้าเมือง และด้วยความไม่เข้าใจดังกล่าว ทำให้เด็กหรือผู้ปกครองหลายคนยอมเซ็นชื่อรับผิด ยอมรับการเนรเทศ ทั้งที่ไม่เคยทำผิดใดๆ มาก่อนเลย

ครับ…นี่คือตัวอย่างของความโกลาหลจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์

แต่อาจจะเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับมาตรการตอบโต้ทางภาษีกับประเทศคู่ค้าทั่วโลก เพราะจะมีผลกระทบกับประชากรโลกนับพันล้านคน รวมทั้งชาวอเมริกันด้วย

แทนที่จะเป็นการตอบโต้ทางภาษีธรรมดา “ทรัมป์” กลับใช้คำว่า “ประเทศที่ปฏิบัติไม่ดีกับเรา”

“…วันนี้คือวันปลดปล่อย และวันนี้จะถูกจดจำตลอดไปว่าเป็นวันที่อุตสาหกรรมของอเมริกาฟื้นคืนชีพ เป็นวันที่ชะตากรรมของอเมริกาถูกทวงคืน…”

จุดไฟสงครามภาษีไปพร้อมๆ กับการสร้างความเกลียดชัง

เป็นสิทธิที่ “ทรัมป์” จะทำแบบนั้น เพราะเขาต้องปกป้องชาวอเมริกัน แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องดูในระยะยาว

ส่วนรัฐบาลไทยพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจมหาโหดในปีนี้หรือยัง?

เพราะไทยเจอกำแพงภาษีไปเบาะๆ ๓๖%

นายกฯ ไอแพดออกแถลงการณ์

“…ภาครัฐและเอกชนในการติดตามและประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดและรอบด้าน ตลอดระยะเวลา ๓ เดือน เพื่อจัดเตรียมข้อเสนอเพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐ ที่มีสาระสำคัญเพียงพอให้สหรัฐมีแรงจูงใจที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจากับไทยที่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ประกอบการในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด

ในขณะเดียวกัน ไทยยังอาจใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับบางอุตสาหกรรมได้…”

ก็โอเคครับ เรื่องที่จะไปเจรจากับสหรัฐ

มันเป็นไฟต์บังคับที่ต้องทำ

แต่การบอกว่าอาจใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างการผลิต ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเขียนโพยให้นายกฯ

หากรัฐบาลสนใจเรื่องการวางรากฐานเศรษฐกิจจริง การปรับโครงสร้างการผลิต ควรเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบทำทันที

ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาแจกเงินหมื่น แจกแล้วหายวับไปกับตา

นี่ก็กำลังกระเหี้ยนกระหือรือหาเงินจากกาสิโน ชนิดไม่สนสี่สนแปด

หรือนายกฯ ไอแพดทำได้แค่นี้

กลับบ้านไปเลี้ยงลูกเถอะครับ น่าจะถนัดกว่า

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
0 replies on “‘ทรัมป์’ กับ ‘อุ๊งอิ๊ง’ #ผักกาดหอม”