ม็อบที่ไม่ควรมี – ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ช่วงนี้เริ่มจะมีข่าวเรื่องม็อบประปราย

ที่เป็นเนื้อๆ ก็ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาไปเมื่อวานนี้ (๑๕ มกราคม) พิพากษาคดีการชุมนุมของเหล่าบรรดาแกนนำ ๓ นิ้ว บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓

ยุคที่ อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และอรรถพล บัวพัฒน์ กำลังขึ้นหม้อ สั่งม็อบเดินไปทางไหน ม็อบก็เฮกันไปตามนั้น

ถ้าจำวันที่ม็อบ ๓ นิ้วเอาสีไปละเลงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ ก็คดีนี้นี่แหละครับ

ศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ ที่จำเลยอ้างว่าที่มีการปาสีใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะมีการฉีดน้ำสลายการชุมนุมเมื่อหนึ่งวันก่อน จึงมาชุมนุมปาสีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ศาลเห็นว่าที่จำเลยว่าเป็นการโต้ตอบการกระทำนั้นเป็นเจตนาที่ขาดตอนย่อมถือว่าเป็นเจตนาของจำเลยเอง

การกระทำของจำเลยทั้ง ๔ เป็นการกระทำผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ วรรคสาม ซึ่งเป็นการมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวาย

สั่งจำคุกจำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ คนละ ๑ เดือน ปรับ ๒๐,๐๐๐บาท

ในส่วนของจำเลยที่ ๔ ซึ่งเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนให้บวกโทษ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑ เดือนเศษ และปรับ ๒๖,๐๐๐ บาท

แต่เห็นว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกเข้าไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการชุมนุมสาธารณะปราศจากอาวุธ มีการปาสีเพียง ๒๐ นาที ก็ยุติการชุมนุม เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์

จึงให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ ในส่วนจำเลยที่ ๓ ซึ่งไม่อาจรอการลงโทษได้ จึงให้ยกโทษจำคุก

ต้องทำความเข้าใจกันนิด

“รอการลงโทษ” หมายความว่า วิธีการที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและได้กำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยแล้ว แต่ยังให้รอการลงโทษไว้ก่อน

การรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษเป็นวิธีการหนึ่ง ในกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ที่นำมาใช้เพื่อเบี่ยงเบนหรือหันเหคดีออกจากกระบวนการยุติธรรมอาญากระแสหลัก

วิธีการนี้มีแนวคิดเน้นหนักไปที่การแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทำความผิดที่ไม่สมควรถูกส่งตัวเข้าสู่ระบบเรือนจำ ให้ได้มีโอกาสกลับตัวกลับใจเป็นคนดีภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด

ระยะเวลาที่ศาลจะกำหนด คือระยะเวลาที่ศาลจะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ แล้วแต่กรณี

แสดงให้เห็นว่าศาลท่านให้โอกาสกลับตัว

ม็อบ ๓ นิ้วและแนวร่วมมักจะโจมตีกระบวนการยุติธรรมอยู่เสมอ

ครั้งนี้น่าจะกระตุกต่อมสำนึกได้บ้าง

แต่ที่จั่วหัวไว้ว่า ม็อบที่ไม่ควรมี ไม่ใช่ม็อบ ๓ นิ้ว แต่เป็นม็อบที่ต่อต้าน “นักโทษเทวดา”

ไม่ควรมีจริงๆ!

เหตุที่บอกว่าไม่ควรมี ไม่ได้ห้ามว่าประชาชนไม่ควรต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม ที่ระบอบทักษิณกำลังจะเหิมเกริมอีกครั้ง

แต่ไม่ควรมีเพราะเหตุจาก “ตระกูลชินวัตร” ต่างหาก

ต้องตอกย้ำกันอีกครั้ง เรื่องของ “นักโทษชายทักษิณ” มันไม่ควรมีคำถามว่าป่วยจริงป่วยการเมืองด้วยซ้ำ

แต่ดันทำอะไรกันลึกลับจนชาวบ้านชาวช่องเขาสงสัยว่า ไม่ได้ป่วยอะไรเลย

แค่ไม่อยากเข้าไปนอนในคุก

ไม่ได้สักครั้งเลยหรือที่ตระกูลชินวัตร “๓ อ.” “โอ๊ค- เอม-อุ๊งอิ๊ง” จะไปเยี่ยมพ่ออย่างเปิดเผย อย่างน้อยๆ พาสื่อในสังกัดเข้าไปด้วย เพื่อยืนยันว่า พ่อ ป่วยสาหัสจริง

แค่นี้เอง!

ผู้คนจะได้หายสงสัย นักโทษในคุกคนอื่นๆ ก็จะไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกปฏิบัติสองมาตรฐาน

ทำไมไม่ทำ

เมื่อไม่ทำก็เตรียมรับมือ

โดยเฉพาะ “อุ๊งอิ๊ง”

อย่าคิดว่าจับงาน ซอฟต์เพาเวอร์ อำนาจละมุน แล้วจะปูทางสู่การเมืองได้

นั่นมันเรื่องขี้ผงครับ ตราบใดที่สังคมยังแคลงใจว่า “นักษิณชายทักษิณ” ได้รับอภิสิทธิ์ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ และรัฐบาล ให้นอนห้องวีไอพี ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจยาว ต่อให้ผุดซอฟต์เพาเวอร์ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกครอบครัว ก็ไม่มีผลอะไรเลย

“อุ๊งอิ๊ง” จะเจอแรงต้านจากความเป็นอภิสิทธิ์ชนของพ่อในทันทีที่เข้ามามีบทบาทในรัฐบาล

ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือรัฐมนตรี “อุ๊งอิ๊ง” หนีเรื่องนี้ไม่พ้น

ฉะนั้น อย่าประมาทความไม่พอใจของประชาชนเด็ดขาด

ที่เห็นตอนนี้เหมือนปลุกไม่ขึ้น ก็

อย่าคิดว่าไม่มีทางจะปลุกม็อบขึ้น

คนต่อต้านระบอบทักษิณยังมีอยู่

จำนวนไม่ใช่น้อยๆ

ถามว่าล้มรัฐบาลได้หรือเปล่าคงไม่ถึงขั้นนั้น

เพราะม็อบเสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส. สามนิ้ว ไม่เคยล้มรัฐบาลได้ด้วยตัวเอง

แต่มันคือพลังสะสมความไม่พอใจ

สุดท้ายเกิดโรคแทรกซ้อน หรือไม่รัฐบาลก็ลาออกไปเอง

บางรัฐบาลอยู่ครบวาระอย่างรัฐบาลลุงตู่

แต่ผลก็ไปออกที่การเลือกตั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ณ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก

ก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะประมาท มองว่าเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน

บอกแล้วว่าม็อบ คปท. ไม่ควรมีด้วยซ้ำ

แต่ตระกูลชินวัตรเหิมเกริมเกินไป

มีคนบอกว่าการกลับมาของ “นักโทษชายทักษิณ” คือการประสานผลประโยชน์ทางการเมือง แต่หากผลของการประสานผลประโยชน์นั้นสร้างความดำมืด

ทำลายหลักนิติธรรม

มันก็คือการสร้างวิกฤตทางการเมืองขึ้นมา

ทางออกที่ต้องแก้เสียแต่เนิ่นๆ ณ เวลานี้คือ “นักโทษชายทักษิณ” ต้องแสดงตัวตน

แต่หากแสดงไม่ได้เพราะตัวตนที่สร้างในเวลานี้ล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น

วันข้างหน้าจะมีคนที่เกี่ยวข้องติดคุกจริงกันยกเข่งครับ

Written By
More from pp
กรมอนามัย เผยผลตรวจสารประกอบในพลุ ในแหล่งอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ ไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ยังคงเฝ้าระวัง ตรวจซ้ำ คุมเข้มพื้นที่โกดังพลุระเบิด
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลตรวจสารประกอบในพลุ ทั้งสารไนเตรต ซัลเฟต ทองแดง สังกะสี เปอร์คลอเรต และแบเรียม
Read More
0 replies on “ม็อบที่ไม่ควรมี – ผักกาดหอม”