สันต์ สะตอแมน
ครั้งที่ 77..ผ่านพ้นไปแล้ว!
ผมหมายถึง “งานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์” นะ ตอนนี้ “เรือพระ” ทุกลำ ชาวบ้านได้ลากกลับวัดใคร-วัดมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจาก “ชัก” กันมาจากแต่ละหมู่บ้าน ตำบล ไปรวมกันอยู่ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เพื่อตั้งสมโภชและให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญและชมความงามอยู่หลายวัน!
และด้วยในงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ที่ปีนี้ได้จัดร่วมกับ “งานมหกรรมวัฒนธรรมของดีท้องถิ่นปัตตานี” จึงมีกิจกรรมความบันเทิงที่หลากหลาย-ยิ่งใหญ่
มีการแสดงมหรสพและการแสดงทางวัฒนธรรมให้ชมฟรีตลอดทั้ง 12 วัน 12 คืน ในแต่ละคืนก็จะมีวงดนตรี คอนเสิร์ตลูกทุ่ง นักร้องเพลงใต้-เพื่อชีวิต มอบความสนุกสนานบนเวที!
เนี่ย..ผมไม่ได้ลงไปงานชักพระมาหลายปีแล้ว แต่ก็ได้ติดตามถามไถ่จากญาติสนิทมิตรสหายอยู่ทุกๆ ปี เช่นกันกับปีนี้ทั้งที่เห็นในติ๊กต๊อก ในเฟซบุ๊ก และจากปากคำ..
งานชักพระโคกโพธิ์ยังคงครองใจและเป็น “ศูนย์รวมจิตใจของชาวปัตตานี” และพี่น้องชาวใต้อยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย!
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “พลังศรัทธา” ที่ยังคงเหนียวแน่น และหลอมรวมผู้คนทุกรุ่นให้มาร่วมสืบสานประเพณีนี้อย่างคึกคักในทุกๆ ปี!
เหนืออื่นใด..งานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ปีนี้ สำเร็จลุล่วงและเต็มไปด้วยความสุขอย่างน่าภาคภูมิใจ ความงดงามของงาน..
ไม่ได้อยู่แค่เพียงเรือพระที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง หรือเสียงกลองที่ดังสนั่นเท่านั้น แต่คือ “ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย” ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งงาน!
ต้องขอขอบคุณทุกๆ กลุ่ม ทุกๆ ฝ่าย และทุกๆ คนในพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม ที่เลือกใช้ความสงบ ความรัก และความเคารพในวิถีวัฒนธรรมเป็นที่ตั้ง
การที่ทุกคนร่วมมือกัน “รักษาสันติภาพ” และ “ปฏิเสธความรุนแรง” ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ทำให้พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลาน และนักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมงานได้อย่างหนุกหนาน-บายใจ!
การเลือกรักษาความสงบในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าลึกๆ แล้วในใจของทุกคนในพื้นที่ยังคงปรารถนาที่จะเห็นแผ่นดินนี้มีความร่มเย็นและน่าอยู่!
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจและความงดงามในจิตใจของทุกคนเช่นนี้ จะคงอยู่และนำพา “ความสันติสุข” มาสู่บ้านเราอย่างยั่งยืนต่อไป!
ครับ..วงการบันเทิงไทยต้องเผชิญกับข่าวเศร้าและสลดใจอีกครั้ง เมื่อดาวดวงใหญ่ผู้เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย..
คุณเมตตา รุ่งรัตน์ หรือพี่เหน่ง ป้าเหน่ง แม่เหน่ง ของผู้คนในวงการ ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับในวัย 83 ปี!
ซึ่งอดีตคนรุ่นเราในยุคทองของภาพยนตร์จอเงิน “เมตตา รุ่งรัตน์” ไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยใบหน้าที่สวยคมเข้ม นัยน์ตาหวานซึ้ง และผิวสีน้ำผึ้งอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ทำให้พี่เหน่งได้รับฉายานามจากสื่อมวลชนและแฟนๆ ว่า “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” ซึ่งนับเป็นความงามที่แตกต่างและเปี่ยมเสน่ห์ในยุคสมัยนั้น!
นอกเหนือจากความสวยสะดุดตาและฝีมือทางการแสดงที่ไม่มีใครกังขาแล้ว อีกหนึ่งเรื่องราวในชีวิตจริงที่คนใกล้ชิดต่างยกย่องก็คือ..
คุณเมตตาเป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและแกร่ง โดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการยิงปืนที่แม่นยำระดับหาตัวจับยาก
และจากข้อความที่ Chaad Arthachinta ดารา-นักแสดงจอมกวนรุ่นเก๋าโพสต์.. “พี่เหน่ง เป็นผู้หญิงที่ยิงปืนแม่นมาก ฝาขวดน้ำอัดลม ระยะ 10 เมตร พี่เหน่งยิงไม่เคยพลาด
แต่วันนี้มันสลดใจนัก ที่เป้ากระสุนไม่ใช่ฝาขวดน้ำอัดลม..แต่กลับเป็น กายหยาบของตัวเอง..เป็นการคืนลมหายใจให้พระผู้เป็นเจ้า เดินทางปลอดภัยครับพี่”
ก็พอที่จะเป็นการยืนยัน และน่าจะพูดได้ว่าในยุคนั้น คุณเมตตา รุ่งรัตน์ คือต้นแบบของสตรีที่ครบเครื่อง “ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งแม่นปืน” อย่างแท้จริง!
และนี่ไม่ใช่เพียงแค่การสูญเสียนักแสดงอาวุโสท่านหนึ่ง หากแต่เป็นการ “ปิดฉาก” หน้าประวัติศาสตร์สำคัญหน้าหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทยโบราณ
แม้ในวันนี้ ร่างกายของ “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” จะแตกดับและคืนสู่ธรรมชาติ แต่คุณงามความดี ฝีมือการแสดงอันเฉียบขาด และ “ความเมตตา” สมชื่อของเธอ..
จะยังคงส่องประกายสว่างไสวอยู่ในใจของเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิง และแฟนภาพยนตร์ไทยไปตราบนานเท่านาน
บรรทัดนี้ จึงใคร่ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวดวงดารา และขอให้ดวงวิญญาณของ “เมตตา รุ่งรัตน์” สู่สุคติในสัมปรายภพชั่วนิรันดร์!.
