ผักกาดหอม
วานนี้ (๑๙ ตุลาคม) โพสต์ของ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ถูกพูดถึงกันมากครับ
ตัว “เพนกวิน” ลี้ภัยที่สหรัฐ แต่ไปโพสต์เรื่องการชุมนุมที่ฝรั่งเศสถึง กรุงปารีส
“…ดอกไม้กำลังบานในฝรั่งเศส
สเปน
อัลบาเนีย
อาร์เจนตินา
และน่าจะบานในไทยเร็วๆ นี้…”
“เพนกวิน” วันนี้น่าจะทุกข์แสนสาหัสครับ คล้ายๆ กับบรรดาพวกที่ลี้ภัยไปต่างประเทศส่วนใหญ่ที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย
เปลี่ยนโดยไม่สนใจวิธีการ
แค่เพื่อให้ตัวเองได้กลับมา
เกิดอะไรขึ้นที่ฝรั่งเศสแล้วทำไม “เพนกวิน” ถึงอยากให้เกิดในไทย
การประท้วงที่เริ่มต้นแสนธรรมดาในฝรั่งเศส เริ่มจากนักเรียนมัธยมปลาย ที่ไม่พอใจปัญหาขาดแคลนคุณครูและสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม
วันนี้กลายเป็นการก่อจลาจล เผาบ้านเผาเมือง ขับไล่ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ออกจากตำแหน่ง
การก่อจลาจลครั้งนี้หนักหนาสาหัสมาก มีการบุกเข้าไปในร้านค้าทั่วปารีส ด้วยการทุบกระจกแล้วปล้น
รวมทั้งเผาอาคารของรัฐ
เลวร้ายสุดในรอบหลายปี
ที่สำคัญไม่พบการต่อต้านใดๆ จากเจ้าหน้าที่
ความรุนแรงนี้เริ่มจากผู้ประท้วงหลายแสนคนรวมตัวกันทั่วประเทศเพื่อประณามค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความเป็นอยู่ของชาวฝรั่งเศสที่ย่ำแย่ลงอย่างมาก
เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีปารีส บอกว่า ถนนหลายสายในเมืองหลวง ถูกทำลายอย่างยับเยิน โดยแยกแยะความแตกต่างระหว่างสิทธิในการประท้วงซึ่งเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” กับความรุนแรงที่ “ยอมรับไม่ได้”
นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส
“เพนกวิน” ชื่นชมและอยากให้เกิดในไทย
หลังโพสต์ข้างต้นแล้ว “เพนกวิน” ยังโพสต์ข้อความต่อเนื่อง
“…ไม่ได้สนับสนุนการทำลายโบราณสถาน แต่เห็นว่าชาวอนุรักษ์นิยมไทยอย่าไปห่วงรูปปั้นกับตึกเก่าฝรั่งเศสนักเลย ถ้าตัวเองไม่ได้คิดจะพูดอะไรตอนเขาทุบอนุสาวรีย์ปราบกบฏ โจรกรรมหมุดคณะราษฎร ไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ และทำลายสถานที่ประวัติศาสตร์อื่นๆ
ถ้าอนุรักษ์นิยมไทยใส่ใจ ‘อนุรักษ์’ ของเก่าของโบราณในบ้านตัวเอง (ที่ไม่ใช่ระบอบการเมืองแบบโบราณ) ได้สักครึ่งหนึ่งของความพยายามสวมบทนักอนุรักษ์ด่าม็อบฝรั่งเศสเพื่อตีกระทบคราดคนเห็นต่างในไทยก็คงจะดีไม่น้อย
อย่างว่า อนุรักษ์นิยมไทยเป็นอนุรักษ์นิยมที่ไม่เคยสนใจอนุรักษ์อะไรจริงๆ นอกจากอำนาจของตัวเอง…”
“…คนไทยอย่าไปห่วงอะไรฝรั่งเศสเลย เขามีการประท้วงเป็นกีฬาประจำชาติ ประท้วงกันจนเป็นจารีตประเพณี ควรจะห่วงตัวเองมากกว่าที่ต้องทนอยู่กับรัฐบาลโสมมภายใต้ระบอบชั่วช้าอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้…”
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอนุรักษนิยม หรือเสรีประชาธิปไตยเลยครับ
มันเป็นเรื่องการก่อความรุนแรง
การชุมนุมประท้วงทั่วโลกมักจะมีความรุนแรงตามมา แต่ใช่ว่าจะต้องยอมรับให้การชุมนุมต้องมีความรุนแรง
รัฐบาลมาครง ดูเหมือนจะถูกโฉลกกับการชุมนุมประท้วง เพราะโดนมาหลายรอบแล้ว
ปี ๒๕๖๑ กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ประท้วงค้านนโยบายขึ้นภาษีน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ปี ๒๕๖๒ ประท้วงปฏิรูประบบบำนาญ
ปี ๒๕๖๔ ประท้วงมาตรการโควิด ต่อต้านการฉีดวัคซีน
ปี ๒๕๖๕ ประท้วงเรื่องค่าครองชีพและนโยบายรัดเข็มขัด การนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานและกลุ่มนักเรียนจากภาวะเงินเฟ้อและปัญหาเศรษฐกิจ
และยังมีประปรายอีกมาก
โดนหนักยิ่งกว่ารัฐบาลไทยครับ
วันนี้ “มาครง” ยังอยู่ และเดินทางไปเยือนหลายประเทศในตะวันออกกลางเรียบร้อยแล้ว เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
เหตุที่เกิดในฝรั่งเศส หรือแม้แต่อิตาลี สเปน ยังห่างไกลกับสิ่งที่ “เพนกวิน” ต้องการ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือจะเป็นรูปแบบการปกครองตามที่ “เพนกวิน” คาดหวังลึกๆ
วันนี้ที่อิตาลีเริ่มปล้นกันแล้วครับ
ถ้าจะลามมาไทย ก็คงต้องเริ่มต้นที่ ปล้น เผาเมือง ด้วยหรือเปล่า
นี่ไม่ใช่ดอกไม้บาน
มันคือดอกไม้จันทน์สำหรับ “เพนกวิน”
ทุกการชุมนุมในโลกนี้ส่วนใหญ่มาจากการเดือดร้อนของประชาชน เมื่อรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพประชาชนย่อมมีสิทธิ์ลุกขึ้นมาตะโกนว่า “ออกไปได้แล้ว”
แต่ประชาชนไม่มีสิทธิ์ไปก่อจลาจลเผาเมือง ปล้นสะดม ทำลายทรัพย์สินทางราชการ
ช่วงรัฐบาลประยุทธ์ “เพนกวิน” กับม็อบสามนิ้ว ได้ทำคล้ายๆ กับสิ่งที่ม็อบฝรั่งเศสทำอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจว่า ทำไมถึงอยากเห็นความคลั่งในฝรั่งเศส มาเกิดในไทย
จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า “เพนกวิน” ถูกแจ้งความคดี ม.๑๑๒ มากถึง ๒๕ คดี
ปี ๒๕๖๗ ศาลสั่งจำคุกคดี ม.๑๑๒ เป็นเวลา ๓ ปี
“เพนกวิน” หนี!
ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ “เพนกวิน” จะชื่นชมม็อบเผาเมืองฝรั่งเศส
จบด้วยกลอนของ “น้าหงา” สุรชัย จันทิมาธร
“…เห็นเปลวไฟไหม้เมืองเป็นเรื่องสวย
ดั่งดอกม้วยเบ่งบานเต็มบ้านเขา
อยากเห็นดอกไม้ไฟในบ้านเรา
ตรรกะเผาถุยขากปากพาจน…”.
