เปลว สีเงิน
มติกกต.ก็ออกมาแล้ว
“คดีฮั้วสว.” มีผู้ถูกร้องทั้งหมด ๔๒๗ คน
ไม่ใช่ ๒๒๙ คน
อย่างที่พรรคประชาชนกับไอลอว์ออกมากดดัน
ให้กกต. “ส่งศาลฎีกา” ทั้งหมด!
แต่ผลปรากฎว่า….
กกต.มีมติส่งศาลฎีกา ๗๗ คน
ในจำนวนนี้ เป็น สว.ปัจจุบัน ๒๖ คน
ส่วน กก.บห.พรรคภูมิใจไทย
นายกฯ อนุทิน รัฐมนตรีภูมิใจไทย และนายเนวิน
มีมติ ไม่ส่งศาลฎีกา
ไม่ส่งเพราะเหตุใด ประธานกกต.ท่านแจกแจงทุกข้อสงสัย ผมฟังแถลงทางโทรทัศน์ พยายามจด แต่ไม่ทัน
หาอ่านในข่าวไทยโพสต์เอาละกัน…เนอะ
ทั้ง ๗๗ คนที่ถูกส่งศาลฎีกานั้น เป็นใครบ้าง?
เอาเฉพาะที่เป็นสว.๒๖ ท่าน มีดังนี้
๑.พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา
๒.พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย
๓.นายเศก จุลเกษร
๔.นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว
๕.นายสุเทพ สังข์วิเศษ
๖.นางนงลักษณ์ ก้านเขียว
๗.นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว
๘.นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว
๙.นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน
๑๐.นายยะโก๊ป ทีมละ
๑๑.นางสาวเข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ
๑๒.นายชีวะภาพ ชีวะธรรม
๑๓.นายนิพนธ์ เอกวานิช
๑๔.นายโสภณ มะโนมะยา
๑๕.พันตำรวจโท สง่า ส่งมหาชัย
๑๖.นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม
๑๗.นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส
๑๘.นายสมหมาย ศรีจันทร์
๑๙.นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล
๒๐.นายวิเชียร ชัยสถาพร
๒๑.นายนิรุตติ สุทธินนท์
๒๒.นายสากล ภูลศิริกุล
๒๓.นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ
๒๔.นายสิทธิกร ธงยศ
๒๕.นายอลงกต วรกี
๒๖.นายณัฐกิตติ์ หนูรอด
ท่านที่จดจ่ออยู่กับ ๒๒๙ รายชื่อในคดีฮั้ว
เมื่อผลออกมา ๗๗ รายชื่อ เฉพาะ สว.๒๖ คนเช่นนี้
“สว.สำรอง” ที่อยากจนตัวซี้-ตัวสั่น นั่นน่ะ
รีบตรวจดูนะ….
ว่าอยู่ในกลุ่มที่จะได้ขึ้นไปเสียบแทนหรือเปล่า?
จะได้หาย “กระซ่าน” ที่น่าขยะแขยงซะที!
ถ้าเราฟังแต่ผลที่อออกมา
จากที่ เก็งเลข ๒๒๙ แต่ดันออกเลข ๗๗
เชื่อว่ามากต่อมาก ต้องขมุบขมิบปากถึง ๗ กกต.
แต่ถ้าได้ฟังที่ท่าน “ณรงค์” ยืดอก-แถลงดี่ยว
ให้นักข่าวค่อนร้อย “รุมยิง” คำถาม
และท่านตอบแบบ “แฟรงค์ๆ แฟร์ๆ” แล้ว
จากที่ขมุบขมิบ คงรีบหุบด้วยเข้าใจ
ยกเว้นพวก บี้-บอด-ใบ้!
ท่านณรงค์เริ่มว่า….
“สาเหตุที่ต้องมานั่งแถลงมติคดีฮั้ว สว.
แทนการออกเอกสารข่าว
เพราะต้องการเอาความจริงมาพูด
ไม่มีอะไรที่จะปิดบัง
แต่หากจะมีผู้ไปฟ้องร้องก็คงไม่สามารถห้ามได้
และคงต้องไปชี้แจงต่อศาลให้ทราบว่า
กกต.ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย
นี่คือเกราะป้องกันของกกต.
แต่ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ท้าทายแต่อย่างใด
“ผมเคยอยู่ศาล เกราะป้องกันของศาลคือ
เรื่อง “การละเมิดอำนาจศาล”
หากมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ถูกต้อง
แต่เมื่อผมมาอยู่ตรงนี้….
ผมไม่มีสิ่งใดป้องกัน นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมาย
และอธิบายสังคมให้ทราบว่า
สิ่งที่ กกต. มีมติไป มีคำอธิบายหรือไม่?
ซึ่งคิดว่าสิ่งที่ กกต. ได้ชี้ไปมีความชัดเจน
หากประชาชนใช้วิจารณญาณก็จะเห็นว่า
กกต.ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทาง
ตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งจนถึงวันนี้ ๑ ปี ๑๔ วัน
ได้พยายามพัฒนาองค์กรเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา ส่วนคนจะมองอย่างไร ก็แล้วแต่มุมมองของท่าน
ไม่อยากใช้คำว่าขอโอกาสจากสังคม แต่อยากให้ดูการทำงานกันยาวๆ”
นี่…พูดกันตรงๆ นะ
มติกกต.เมื่อวาน ไม่มีอะไรน่าฮือฮา (สำหรับผม)
ที่น่าฮือฮา คือการตอบคำถามของประธานกกต.
ที่แจกแจงในทุกคำถาม-ในทุกประเด็นว่า
ที่มีมติออกมาอย่างนั้น….
ก็ด้วยเหตุผล ด้วยพยาน ด้วยหลักฐาน มันเป็นอย่างนั้นๆ
ที่ตอบแบบหลบๆเลี่ยงๆหรือแบบอู้อี้เหมือนถูกผีอำ…ไม่มี
ครับ…
มันน่าทึ่งและน่าชื่นชมประธานกกต.ท่านนี้จริงๆ
เมื่อสถานการณ์หน้าสิ่ว-หน้าขวาน
ลูกน้องไม่ต้อง…..
ประธานคนดียว พร้อมเดี่ยวสิบทิศ
สมกับการเป็นผู้นำองค์กร
ตอบครบ-จบ-ชัด ทุกประเด็น ด้วยใจนิ่ง
จนนักข่าว…ปกติแย่งกันถาม
แต่คราวนี้ จี้รายตัว แต่ไม่รู้จะถามอะไรกันอีก
ที่น่าเสียดาย…
แทนที่โทรทัศน์จะถ่ายทอดช่วงถาม-ตอบให้ตลอด
กลับตัดจบไปหากินกับรายการอื่นซะนี่!
ผมอาศัยกดไปช่องโน้น-ช่องนี้ เจอบางช่วง-บางตอน
อย่างเช่น วิธีการเลือกสว.ตามรัฐธรรมนูญ ท่านบอก
ตัวท่านเอง อ่านแล้วยังงง
กรณีอดีต กกต.บางคน แสดงความคิดเห็นเชิงชี้นำสังคมเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ชุดปัจจุบัน
“ประธานกกต.ณรงค์” ท่านบอกว่า
คนนั้น เคยอยู่ใน “บ้านกกต.” เดียวกัน
หากเห็นมีสิ่งใดผิด ก็ต้องว่ากันไปตามผิด
สิ่งใดถูก ก็ต้องว่ากันไปตามถูก
“ผมอยากชี้แจงครูบาอาจารย์นักวิจารณ์ต่างๆ
ผมว่าท่านต้องเป็นหลักให้สังคม
อย่าชี้นำผิดๆ
อันไหนถูก ต้องว่าถูก อันไหนผิด ต้องว่าผิด
ท่านต้องเป็นหลักให้บ้านเมืองบ้าง
อย่าคิดว่าท่านอยู่หน้าสื่อแล้วพูดอะไรก็ได้
ปกติ ผมไม่เคยที่จะตำหนิใครนะ
แต่ผมขอสักหน่อย….
หรือไม่ว่าเป็นอดีตกกต.ก็ตาม ที่ชอบบอกว่า…ผมเป็นอดีต กกต.ท่านทำงานอยู่ตรงนี้ ท่านรู้กฎระเบียบ
“ทำไมไม่ชี้นำสังคมให้มันถูก”
ผมคิดว่าท่านเคยอยู่บ้านนี้ อันไหนถ้าเราทำผิดท่านว่าไปเลยแต่อันไหนถูก…
ท่านเคยอยู่บ้านนี้ ทำไมท่านไม่รักษาบ้านเดิมท่านบ้าง”
อื้อฮือ….
ไม่รู้ว่า “ครูบาอาจารย์นักวิจารณ์”
เจอ “พลังตบ” ด้วย “ฝ่ามือเย็น” ของเจ้าสำนักกกต.ฉาดนี้
จะยะเยือกถึงไขกระดูกกันมั้ยเนี่ย?!
จากวันนี้ไป…
สำนักกกต.จะอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน
เพราะพรรคซีกค้านเตรียมถล่มเต็มที่
มาตรา ๑๕๗ กกต.ทั้ง ๗ เจอแน่!
เนื่องจากมติที่ออกมาไม่เป็นที่ถูกใจ
เมื่อ “ไม่ถูกใจ”
ก็เท่ากับมตินั้น “ไม่ถูกต้อง”!
แต่กกต.ยุคที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นเจ้าสำนัก
ด้วย “พลังฝ่ามือเย็น”
บวกกับ “หน้าตาย-ใจนิ่ง-หลักแน่น”
“เท้ง-หน้าจืด” เจ้าสำนักประชาชน
จะใช้พลัง “นิติสงคราม” เข้าโรมรัน
ก็เชิญเลย…. รางวัลมีรออยู่แล้ว
“แห้ว” นั่นละครับทั่น…เท้ง!
เปลว สีเงิน
๑๕ กันยายน ๒๕๖๙
