เปลว สีเงิน
เรื่องยิวนี้…..
ไม่ใช่ไทยเราไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยว
หรือมีความรังเกียจ-รังงอน กับนักท่องเที่ยวชาวยิว
เปล่าเลย….
ตรงกันข้ามไทยเรายินดีต้อนรับ
และเปิดกว้างกับนักท่องเที่ยวทุกชาติ-ทุกภาษา
ขอเพียงแต่ว่า…..
เข้ามาแล้ว ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายไทย
ให้เกียรติขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีไทย
เท่านี้ ประเทศไทย ก็ welcome ๒๔ ชั่วโมง
ที่คนไทย “ต่อต้านคนยิว”
เพราะพวกคุณไม่ได้เข้ามาในลัษณะท่องเที่ยวเหมือนนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เขา
พวกคุณส่อลักษณะเข้ามา “หยั่งราก-ยึดครอง”!
เริ่มจากใช้เงินผ่านสำนักงาน “ทนายและบัญชี”
ให้เป็นตัวแทน ทำหน้าที่หา “นอมินีไทย”
“ตั้งบริษัท” กว้านซื้อที่ดินตามจังหวัดต่างๆ
ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก และใน กทม.
เพื่อตั้ง “ชุมชนชาวยิว”
มีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียน และโบสถ์ยิว พร้อมสรรพ
พวกยิวที่มา ก็ไม่ต้องไปกิน-ไปพักตามโรงแรม
มากิน มาอยู่ มาจับจ่ายใช้สอย ที่ชุมชนยิว
ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง หมุนเวียนอยู่ในหมู่ยิวด้วยกัน
เรียกว่า “ทุกบาท-ทุกสตางค์”
จากยิว…ไม่ตกถึงไทยเลย แม้แต่สลึงดียว!
กระทั่งนั่งเครื่องบินมา “ทั้งไปและกลับ”
ค่าตั๋ว ๔ หมื่นกว่าบาท ก็ตกอยู่ในประเทศเขา
ทัวร์ “ศูนย์เหรียญ” ยังไง ก็ยังงั้น!
การ “หยั่งราก-ยึดครอง” จะเป็นหน้าที่ของ “แรบไบ”
“แรบไบ” คือผู้นำจิตวิญญานและผู้สอนศาสนาชาวยิว
เงินทุนในการดำเนินการ “หยั่งราก-ยึดครอง”
มาจากขบวนการ New World Order “ยิวไซออนิสต์”
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ยิวเอาเงินมาจากไหน?
กว้านซื้อที่ดินทั่วประเทศ ตั้งชุมชน สร้างชาบัดเฮาส์ไปทั่ว
ดูด้วยตา ก็ประเมินได้ว่า “หลักพัน-หลักหมื่นล้าน”
ที่ทุ่มเข้ามา “หยั่งราก-ยึดครอง”!
ถ้าสังเกตจะเห็น ยิวที่เข้ามาแยกเป็น ๓-๔ พวก
ประเภทนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งมีทั้งดีและเลว
ประเภททหารผลัดเปลี่ยนเวรเข้ามาพักผ่อน
๒ พวกนี้ มาๆ-ไปๆ
ซึ่งก็ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องการกิน-การอยู่ซักเท่าไหร่
ฉะนั้น จึงเห็นข่าวพวกยิวนิสัยเลวๆ
กินแล้วชักดาบบ้าง เที่ยวเกะกะ อาละวาดบ้าง
ประเภทที่ ๓ เป็นพวกยิวมีสตางค์
เข้ามาใช้นอมินี “ซื้อที่ดิน” สร้างหมู่บ้าน รีสอร์ต โรงแรม
กระทั่ง ทำธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์”
ประกาศขายที่ดินแถว สมุย พะงัน ภูเก็ต ให้พวกยิว!?
ประเภทที่ ๔ คือพวกแทรกซึมในคราบนักสอนศาสนา
พวกนี้เรียกว่า พวก “เฝ้าโยง-ประจำการ”!
อยู่ใน “ชาบัด เฮาส์” อันเป็น “อาณาจักรลึกลับ”
ที่ “คนไทยห้ามเข้า”
กระทั่งรมช.มหาดไทยจะเข้าไปตรวจ ก็ยังเข้าไม่ได้!?
มันใหญ่ขนาดไหน ผมก็ไม่รู้
รู้แต่ว่ายิวบางคนมันประกาศ “ตรงนี้แผ่นดินของยิว”!
ที่ผมบอกว่า ยิว…วางใจกับมันไม่ได้
ตอนนี้ ก็ยังยืนยัน
ขืนวางใจ ทุกภาคของประเทศ อีก ๑๐-๒๐ ปี
ยิวมันต้องประกาศว่า “ตรงนี้แผนดินยิว” ทั้งหมดแน่!
เพราะดูตามหน่อแนว
มันชัดเจนว่า ยิวมีแผนเข้ามาตั้ง “อาณาจักรยิว”
“ซ้อนราชอาณาจักรไทย” ชนิด ๙๙.๙๙%
เพราะถ้าแค่เข้ามาเที่ยว มาพักผ่อน
ไม่มีความจำเป็นต้องกว้านซื้อที่ดินตั้งเป็นชุมชนยิว
ทั้งที่ปาย-แม่ฮ่องสอน ที่เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี
จันทบุรี นนทบุรี กรุงเทพฯ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ฯลฯ
และที่มี “ชาบัด เฮาส์” หรือโบสถ์ยิว ก็เช่นที่
-หาดป่าตอง-ภูเก็ต
-เกาะสมุย, เกาะพะงัน-สุราษฎร์ธานี
-ถนนช้างคลาน-เชียงใหม่
-ปาย-แม่ฮ่องสอน
-ถนพระอาทิตย์, สุขุมวิท ๒๒ -กทม.
-นิชดาธานี นนทบุรี
และจะขยายไปยังจังหวัดใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง
ลองมีชุมชนยิว มีโบสถ์ยิว เป็น “ศูนย์รวม”
แล้วบอกไม่ใช่การ “ลงหลักปักฐาน” ของยิว
ต่อให้อม “สมีอติโชติ” มาพูด ผมก็ไม่เชื่อ!
ขณะนี้ ที่ลงหลักปักฐานในไทยแล้วกว่า ๖ หมื่น
และทยอยมาเรื่อยๆ
ขนาดมีเที่ยวบินตรง “ภูเก็ต-เทลอาวีฟ” วันละตั้ง ๒-๓ เที่ยว
มีชุมชนแล้ว มีโบสถ์ยิวแล้ว มีโรงเรียนอนุบาลแล้ว
มีธุรกิจการค้า-สินค้าเพื่อคนยิว “ครบวงจร” แล้ว
กระทั่ง…
มี “สุสาน” สำหรับฝังศพคนยิว “แห่งใหม่” ที่บางคล้า
ก็แสดงว่า ทุกวันนี้…..
ประเทศไทย เป็นทั้งที่เกิด ที่อยู่ ที่กิน ที่ทำธุรกิจ
และ “ที่ตาย” ของคนยิว “ครบสมบูรณ์แบบ” ไปแล้ว!
โดยประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
ทางตรงกันข้าม
ยิวใช้สาธารณูโภคและโทรคมนาคมทุกอย่างสบายๆ
แม้กระทั่งการเก็บขยะ
ไทยก็ต้องเป็นขี้ข้าบริการให้ยิวทั้งหมด!
ปีๆ กระทรวงคลังน่าจะสำรวจดูว่า
มีรายได้จากนักท่องเที่ยวยิวเท่าไหร่?
ธุรกิจยิวและคนยิวทำมาหากินในไทย
ปีๆ เสียภาษีให้รัฐเท่าไหร่?
จะได้รู้ว่าคุ้มกันมั้ย กับการที่ยิวเข้ามาฝังราก
มองกันในทางยาว
การให้ยิวมาอยู่ มันจะเหมือน “หาเหามาใส่หัว”
เพราะยิวไปอาศัยอยู่ประเทศไหน
ไม่เคย “สร้างคุณ” ให้ประเทศนั้นๆ เลย
มีแต่ “เนรคุณ”!
ดูรูปการณ์แล้ว ยิวเล็งไทย….
หวังยึดเป็น “แผ่นดินพันธสัญญา” แน่
ถ้าไม่สกัดกั้น “การรุกคืบ” ไว้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
อนาคต ลูกหลานไทย จะเหมือน “ชาวปาเลสไตน์”
ในความเป็นจริง
มีคนหลายชาติ-หลายภาษา ตั้งรกรากอยู่ในไทย
แต่เขามาอยู่อาศัย “เฉพาะตัว”
ไม่มีพฤติกรรมยกโขยงเข้ามาทำแบบยิว
พฤติกรรมอย่างยิว ส่อว่า “มาแบบไม่ซื่อ”!
เข้ามา “ขยายหน่อ-ต่อพันธุ์” หวังยึดครอง
ถ้าไม่หวังลงหลักปักฐาน
ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งชุมชนยิว
ไม่มีความจำเป็นตั้งโรงเรียนอนุบาลยิว
ไม่มีความจำเป็นสร้าง “ชาบัด เฮาส์”
ไม่มีความจำเป็นทำสุสานฝังศพยิว
จากที่ผมมองว่า “ไม่จำเป็น”
แต่กลับ “จำเป็น” สำหรับยิว
และยิว “มีทุกอย่าง” แล้วในประเทศไทย
ตรรกะของมันคือ….
เพราะ “ยิวจะเข้ามาตั้งรกราก” นั่นเอง!
คนไทยไม่รังเกียจยิว
แต่ยิวทำตัวไม่น่าไว้วางใจที่จะให้ฝังราก
เคราะห์ดีที่นายอนุทินเป็นนายกฯ บริหารประเทศ
โชคดีที่มีนายสีหศักดิ์เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
และโคตรมหาโชค ที่ประชาสังคมไทย “รู้ทันยิว”
การ “รุกคืบ” สู่การ “ครอบครอง” ของยิว
จึงถูกสะกัด!
แต่เท่าที่ยิวรุกคืบ มันก็รุกเข้ามาได้ “ครึ่งตัว” แล้ว
ฉะนั้น ท่านนายกฯ มหาดไทย พาณิชย์ ผบ.ตร.
รวมทั้งกรมสรรพากร ปปง.และ ดีเอสไอ
“กัดแล้วอย่าปล่อย”!
ที่ตรวจสอบพบยิวใช้คนไทยเป็นนอมินี
เพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์
และทำธุรกิจมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทนั้น
ต้องขย้ำคอหอยให้มันขยอกเอาที่ดินคืนให้ได้
เห็นรมช.มหาดไทย “พลพีร์ สุวรรณฉวี” กัดติดอยู่
ต้องให้ติดจริงๆ นะ
ไม่งั้นประชาชนจะว่าเป็น “มวยล้ม”
จากที่ท่านกำลังรุ่ง มันก็จะร่วงเอาได้ง่ายๆ
“ประชาสังคม” ปัจจุบันนี้ เขารู้นะครับ
ว่าใครทำงาน…ไม่ทำงาน ของจริงหรือของเก๊
มันมีผลต่ออนาคตและการเลือกตั้งโดยตรง
ฆ่าเขาไม่ได้ ในกรณีนี้
แต่ “ทำหมัน” เพื่อหยุดการขยายพันธุ์ได้
ท่านนายกฯ และท่านสีหศักดิ์
ต้อง “คัดท้าย” อย่าให้เป็น “ไฟไหม้ฟาง” นะครับ!
เปลว สีเงิน
๑๒ กันยายน ๒๕๖๙
