จีน-ญี่ปุ้น”สารภาพ”

คนปลายซอย

 

 

จีน-ญี่ปุ่น“สารภาพ”

     

ยังไม่ตาย…เพียงแต่เมื่อวานผมหายไปวัน!

ก็อย่างว่าแหละครับ

คนวัยใกล้ร้อย ก็เหมือนหมาฝรั่งแก่ๆ ที่หนังตาเหี่ยวยานลงมาคลุมลูกตา จนเสียการมองเห็น

“หมอตา”ท่านดูๆแล้วคงรำคาญ คำนวณอายุแล้ว ก็บอกว่า

“เอาละ…พอคุ้ม ไปให้หมอศัลยกรรมเขาขลิบทิ้งซะ”

แล้วท่านก็เขียนชื่อคุณหมอท่านหนึ่งให้ผม

“เข้าถึงตัวยากหน่อยนะ แต่เขาเก่ง ไปหาหมอคนนี้แหละ”

สืบหาพบว่าท่านอยู่โรงพยาบาลหลวงแห่งหนึ่ง

ก็ไปหาทันที พอไปถึงแผนกตา ลมจะใส่

คนเป็นพันเข้าคิวรอพบหมอ!

ที่ว่า“เข้าถึงตัวยากหน่อยนะ”ก็เพราะเหตุนี้เอง

เอาละวะ ไหนๆก็ไหนๆ รอจนถึงคิวผม

คุณหมอบอก“คิวผ่าตัดตอนนี้ไปถึงปี ๗๒ นะ!”

ฟังแล้วเหนียงตาตกเลย รอถึงปี ๗๒ อาจได้เผาก่อนได้ขลิบ

คุณหมอท่านเห็นคนแก่อกหัก คงสงสาร จึงถามผมว่า

“ปกติเป็นคนไข้ประจำโรงพยาบาลไหน?”

พอบอกไป ท่านก็ว่า “ถ้างั้น วันว่างจะไปทำให้”

วันว่างของท่าน จะวันไหน ของชาติไหน ท่านไม่ได้บอก ผมก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า“คงก่อนปี ๗๒ หรอกน่า”

ก็จริงด้วย อีก ๔-๕ วัน ทางโรงพยาบาลก็โทรมานัดวัน

แล้วผมก็ไปขึ้นเขียงวานซืน นึกว่าจะเป็นเคสนิดๆหน่อยๆ

ที่ไหนได้….

เหมือนถูกสับหน้าด้วยมีดอีโต้ สะดุ้งบ้าง ซี๊ดบ้าง ครางบ้าง

ไม่ใช่เจ็บ เพราะเขาฉีดยาชา

แต่มันทั้งเสียว ทั้งกลัว ทั้งเมื่อย เพราะต้องนอนเกร็งอยู่ในท่าเดียวบนเขียงนานกว่า ๔ ชั่วโมง!

พอเสร็จ นางพยาบาลบอกว่า“อาทิตย์-สองอาทิตย์ก็หล่อ”

เท่านั้นแหละ ผมหายเจ็บ หายกลัว เหมือนปลิดทิ้ง!

นี่ก็นั่งหน้าเขียวเป็นพระอินทร์ แถมบวมฉึ่งเป็นซาลาเปานึ่งจิ้มคอมฯคุยกะท่าน

ก็อย่าคุยเลยเนอะ เรื่องที่เป็นสาระ วันนี้

เพราะน้ำตาผมยังเป็นสายเลือดอยู่ ต้องประคบร้อน-ประคบเย็นเป็นระยะ

คุยเรื่องสัพเหระดีกว่า ช่วงนี้ ผมก็เห่ออยู่ ๒ เรื่อง

คือเรื่อง น้อง“เนเน่ รอยัล” Rocker Girl โลกยุคใหม่

กับเรื่อง“เซียนสาวหัตถ์พระกาฬ”

ตบเกาหลีใต้ ตบญี่ปุ่น ตบจีน ระเนนระนาด กระเจิดกระเจิง

จนไทยได้ครอง“แชมป์เอเชีย”แถมด้วยตั๋วโอลิมปิก!

ที่นอนหลับฝันดี ขนาดหมอเอาอีโตสับหน้ายังมีความสุข

ก็พราะความยอดเยี่ยมกระเทียมโทนดองของน้องเนเน่กับ ๑๔ เซียนสาวนี่แหละ

น้องเนเน่นั้น เป็นสมบัติของชาวโลกไปแล้ว

แต่ ๑๔ เซียนสาว ชาวโลกก็ชื่นชม

มีขมขื่นอยู่ ๒ ประเทศเท่านั้น คือ ญี่ปุ่นกับจีน!

การพ่ายแพ้ไทย

เป็นเรื่องที่พวกเขา”ยอมรับไม่ได้”!?

ถึงขั้นถือเป็น“ความอัปยศอดสู”ขนาดนั้นเลยเชียว

การที่“ญี่ปุ่น-จีน”บอกว่า

“เป็นหายนะ”ของวงการวอลเลย์บอลของเขาที่แพ้ไทย

มองในมุมหนึ่ง….

นี่มันทัศนคติของ ๒ ชาติ ที่เหยียดหยาม ดูหมิ่น-ดูแคลน ด้วยการยกตัวเหนือฝีมือวอลเลย์บอลสาวไทยชัดๆ

ด้วยความหยิ่งผยองนี้….

ผมว่าทั้งญี่ปุ่นและจีนที่ถูกสาวไทยตบคว่ำ

มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ!

ทำไม..แพ้ไทยมันด้อยศักดิ์ศรีงั้นหรือ?

แสดงว่าไทยต่ำต้อยในสายตาพวกคุณมาตลอดอย่างนั้นน่ะซี?

ไงก็ ทีมที่มีศักดิ์ศรีพยายามหน่อยนะ

ตะเกียกตะกายไปโอลิมปิกให้ได้ละกัน

ทีมไทยจะไปนอนเกาสะดือรอที่แอลเอ. ถ้าโชคดีแล้วเจอกัน

ดูๆแล้วก็น่าสงสาร ๓ ทีมเอเชีย

เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน แพ้ราบให้กับ ๑ ทีมอาเซียน

๑ ทีมนั้น คือ“ทีมสาวไทย”!

เห็นวิเคราะห์กันเครียด ทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่น ว่าแพ้ไทยได้ยังไง

ในเมื่อจุดแข็งของไทย

ไม่ได้อยู่ที่การมีผู้เล่นที่สูงกว่า หรืออันดับโลกที่เหนือกว่า

แต่“การทำให้คู่แข่งเล่นในเกมที่ตัวเองไม่ถนัด”

เป็นกลยุทธ์ที่ไทยทำได้เหนือกว่า!

นี่สื่อจีน-ญี่ปุ่นเขาวิเคราะห์

ก่อนการแข่งขัน ญี่ปุ่นอันดับ ๖ ของโลก ขณะที่ไทยอยู่อันดับ ๑๗ แต่ไทยตบญี่ปุ่นคว่ำ เข้าไปชิงชนะเลิศ

รอบชิงชนะเลิศ แม้จีนขึ้นนำ ๒-๑ เซต

แต่เซต ๔ เซต ๕ ไทยตบจีนหงายท้อง คว้าแชมป์เอเชีย!

สื่อจีนมองว่า เกมเร็วของไทยสร้างปัญหาให้ญี่ปุ่น

Tianjin Daily วิเคราะห์เกมในเชิงเปรียบเทียบไว้น่าฟังว่าหลังรอบตัดเชือก

ที่ไทยชนะญี่ปุ่น ๓-๑ เพราะเกมรุกของไทยที่รวดเร็วและหลากหลาย สร้างปัญหาให้ญี่ปุ่นจนหัวหมุน-สับสน-ตาลาย

แม้ญี่ปุ่นทำคะแนนจากเกมรุกได้ ๖๑ คะแนน

ขณะที่ไทยทำได้ ๕๗ คะแนน

แต่เจอเกี้ยมซุปของทีมไทย ญี่ปุ่นผิดพลาดไปเองถึง ๒๘ คะแนน ขณะที่ไทยเสียเพียง ๑๔ คะแนน

แล้วสื่อจีนสรุปว่า

ไม่เพียง“ไทยเล่นดีกว่าญี่ปุ่น”เท่านั้น

แต่เป็นเพราะไทยสามารถ“เล่นเกมของตัวเอง”ได้ต่อเนื่อง ขณะที่“ญี่ปุ่นพลาด”มากเกินไป

หลังญี่ปุ่นแพ้ไทย

THE ANSWER เว็บไซต์ข่าวกีฬาของญี่ปุนพาดหัวชี้ไปที่ตัวเลขความผิดพลาดของญี่ปุ่น โดยระบุว่า

“ไทยได้คะแนนจากความผิดพลาดของญี่ปุ่นมากกว่าถึง ๒ เท่า”

แฟนวอลเลย์บอลญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยอมรับว่า

“ไทยเล่นดีกว่า”

โดย“ไทยสามารถกดดันให้ญี่ปุ่นต้องเล่นยาก”

และเมื่อ“ญี่ปุ่นเริ่มผิดพลาด”

คะแนนก็ถูกเปลี่ยนเป็น“โอกาสของทีมไทย”ทันที

จีนเองก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน แต่“คนละรูปแบบ”

ถ้าญี่ปุ่นเสียคะแนนจากความผิดพลาดตัวเองมาก

จีนก็เจอปัญหาอีกแบบหนึ่ง

ก่อนเกม สื่อจีนพูดถึงจุดแข็งของไทยในเรื่อง

เกมเร็ว การต่อบอล และเกมรับ

ซึ่งเป็นสไตล์ที่ทำให้จีนไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบเรื่อง“ความสูง”บริเวณหน้าเน็ตได้อย่างเต็มที่

บทวิเคราะห์จาก Sina News ให้ย้อนกลับไปดูที่จีนแพ้ไทยในรอบชิงชนะเลิศปี ๒๐๐๙ และ ๒๐๒๓

ว่าเจอปัญหาที่คล้ายกัน

ทั้งการรับบอลแรก การรับมือกับเกมเร็ว และการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกของไทย

ครั้งนี้ ตลอด ๕ เซต ไทยทำคะแนนรวม ๙๙ คะแนน

ขณะที่จีนทำได้ ๙๘ คะแนน ต่างกันเพียงคะแนนเดียว

ตัวเลขนี้ ชี้ให้เห็นว่า“เกมไม่ได้ขาด”

แต่ไทยเป็นฝ่าย“ทำได้ดีกว่า”ในช่วงที่ต้อง“ตัดสินเกม”

ไทยมีอะไรที่จีนและญี่ปุ่นต้องระวัง?

เมื่อนำมุมมองจากจีนและญี่ปุ่นมาเทียบกัน

จะเห็น“จุดร่วม”ที่น่าสนใจ

-ญี่ปุ่น เจอปัญหาจากความผิดพลาดของตัวเอง

โดยเสียถึง ๒๘ คะแนนจากความผิดพลาดตัวเอง

ขณะที่ไทยเสียเพียง ๑๔ คะแนน

-ส่วน จีน ต้องรับมือกับเกมที่“รวดเร็วและหลากหลาย”ของไทย ทำให้ข้อได้เปรียบเรื่อง“ความสูง”และ“เกมหน้าเน็ต”ถูกลดทอนลง

จึงนำไปสู่ภาพเดียวกัน

คือ“ไทยสามารถทำให้คู่แข่งหลุดออกจากเกมที่ตัวเองถนัด”

ญี่ปุ่น….

“มีเกมรุกที่ทำแต้มได้มากกว่าไทยในรอบรองชนะเลิศ”

แต่กลับเสียคะแนนจาก“ความผิดพลาด”มากกว่า

จีน….

“มีความได้เปรียบเรื่องรูปร่างและหน้าเน็ต”

แต่ไทยใช้ความเร็วและการเปลี่ยนจังหวะเข้ามาสู้

ไทยจึงคว้า“แชมป์เอเชีย”เป็นสมัยที่ ๔

ที่สำคัญกว่าแชมป์คือ“ตั๋วโอลิมปิก”!

ในขณะที่ จีนและญี่ปุ่น ต้องบากหน้าฝากชะตากรรมที่แสนจะริบหรี่ ว่าวอลเลย์บอลหญิงจะได้ไปโอลิมปิกได้ด้วยหนทางไหน

ท่ามกลางความโชติช่วงชัชวาลของทีมไทย

ที่จีนและญี่ปุ่น“ดูหมิ่น-ดูแคลน”มาตลอด!

ญี่ปุ่นอันดับ ๖ และจีนอันดับ ๗ ของโลก

ยัง”ลูกผี-ลูกคน”

แต่ไทย อันดับ ๑๗ ของโลก ที่พุ่งพรวดขึ้นอันดับ ๑๓

ท้าวแขน-แอ่นหยัด ไปรอล่วงหน้า ที่แอล.เอ.แล้ว

สรุป สาระหลักจากบทวิเคราะห์สื่อ“จีน-ญี่ปุ่น”

จีนและญี่ปุ่น“ต่างกันในรายละเอียด”

แต่มี“จุดร่วม”อยู่เรื่องหนึ่ง

-จีนต้องรับมือความเร็วและความหลากหลายของเกมไทย

-ญี่ปุ่นต้องเจอแรงกดดันจนเกิดความผิดพลาดของตัวเองจากการวางเกมของไทย

และเมื่อทั้งสองทีม“ถูกไทยละลายเกมที่ตัวเองถนัด”

ทีมไทยจึงมีโอกาส“เปลี่ยนสถานการณ์”ให้กลายเป็นชัยชนะ

…………………………………

ทีนี้ มาฟังการเปิดใจของ“มายู อิชิกาวะ”กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ที่ให้สัมภาษณ์สื่อในประเทศบ้าง

เธอชี้ปัญหาที่ ทีมชาติญี่ปุ่นต้องปรับปรุงแก้ไขว่า

“….ยังขาดการติดต่อสื่อสาร ความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล และความเชื่อมโยงในส่วนที่มองไม่เห็น

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ทีมไม่สามารถเปิดใจให้กันอย่างเต็มที่ และสื่อสารสิ่งที่จำเป็น ต้องสื่อสารได้”

หลังจากชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

ที่ไทยพลิกกลับมาเอาชนะ จีน  ๓-๒ เซต

“เสียใจที่ไม่ได้ลงแข่งบนเวทีแบบนั้น รู้สึกว่า การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของทีมอย่างแท้จริง คือสิ่งที่จะนำไปสู่ชัยชนะ”

“ทักษะทางเทคนิคและความแข็งแกร่งทางจิตใจนั้น แยกจากกันไม่ได้ ในการแข่งขันที่มีชัยชนะ และตั๋วโอลิมปิกเป็นเดิมพัน”

ทีมได้วิเคราะห์ว่า

“ด้านจิตใจ”สะท้อนให้เห็นการเล่น“ภายใต้ความกดดัน”

………………………………

ที่น่าสนใจ คือที่ “Jinadit Kannikar”โพสต์เมื่อวาน ว่า

“ฮุ่ยยั่วฉี”อดีตทีมชาติจีน

ที่วันนี้มารับหน้าที่ผู้บรรยายทีวีในรายการชิงแชมป์เอเชีย

หลังเกม“ฮุ่ยยั่วฉี”ได้สรุป ๓ ปัญหาใหญ่ของทีมชาติจีน

-ประการแรก

การรับบอลแรกไม่เสถียรอย่างยิ่ง

กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เพราะว่าบอลแรกคือการชี้เป็นชี้ตายว่าจะชนะหรือแพ้

การแพ้ในเกมแรก เกมที่สี่ และเกมตัดสิน

เกิดจากการรับบอลแรกที่กระเด็นอย่างไร้ทิศทาง

เมื่ออัตราการรับบอลแรกต่ำลง

การบุกทั้งหัวเสา บีหลัง บอลเร็วก็สูญเสียความได้เปรียบ

และทีมสูญเสียความได้เปรียบในการโจมตีหลายจุด

สามารถพึ่งพาเพียงการตีหัวเสาเท่านั้น

การตีจากเพียงจุดเดียวนั้นง่ายมากสําหรับฝ่ายตรงข้ามที่จะป้องกัน

-ประการที่สอง

ตัวบล็อกหลงทาง

ทําให้สูญเสียความได้เปรียบด้านความสูงไป

ทีมวอลเลย์บอลหญิงของจีนมีความได้เปรียบเป็นพิเศษในด้านความสูงที่หน้าเน็ต

แต่ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นข้อได้เปรียบในการทําคะแนนได้        เมื่อต้องเผชิญกับสไตล์การเล่นที่รวดเร็วและว่องไว

หลอกคู่ต่อสู้ให้หลงทาง

อันเป็นเอกลักษณ์ของทีมไทย

จังหวะการบล็อกของทีมจีนไม่สามารถตามการบุกของไทยได้ทัน

จึงตัดสินใจผิดพลาดบ่อยครั้ง

เวลาขึ้นบล็อก เจอแต่ความว่างเปล่า

และบล็อกพลาดไม่รู้จบ

มอบโอกาสในการทําคะแนนจํานวนมากให้แก่คู่ต่อสู้ไปเปล่าๆ

-ประการที่สาม มือเซ็ตผิดพลาดบ่อยมาก

ส่งผลให้ทั้งทีมตกอยู่ในความระส่ำระสาย

การประสานงานระหว่างมือเซ็ตกับ MB แย่มาก

การวิ่งเข้าตีสับสน

การตีบอลเร็วที่รวดเร็วควรจะทำคะแนนเป็นกอบเป็นกำนั้น

เสียเปล่าไปเกือบทั้งหมด

การรุกเพียงหน้าเดียว ทําให้แนวป้องกันทีมไทยปราศจากความกดดัน

ตัวตีหัวเสาต้องเผชิญกับการบล็อกสองคน สามคนอยู่บ่อยๆ

ทำให้ทีมจีนบุกอย่างยากลำบาก

บทสรุปของ“ฮุ่ย รั่วฉี”ยังสะท้อนความรู้สึกของแฟนๆ ซึ่งเห็นว่า

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้

ไม่ได้เกิดจากทีมจีนไม่มีฝีมือ

แต่เกิดจากปัญหาหลายๆ ด้าน ทั้งการประสานงานในทีม   การเล่นที่ไม่ละเอียดพอ

สภาพจิตใจ

ทั้งหมดนี้ถูกทีมไทยเปิดแผลให้เห็นอย่างชัดเจน

…………………….

สรุป โค้ชอ๊อดและสตาฟโค้ชของเรา เก่งที่ซู๊ดดดด!

-เปลว สีเงิน

       ๓ กันยายน ๒๕๖๙

Written By
More from plew
ใกล้เข้ามา “ชะตาขาด” #เปลวสีเงิน
เปลว สีเงิน “ทรัมป์-รีพับลิกัน” มาคนเดียว!!! สหรัฐฯ เปลี่ยน โลกเปลี่ยน ตลาดการค้าเปลี่ยน! เปลี่ยนทางบวกหรือทางลบ…ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าตลาดเงิน ตลาดหุ้น ตลาดคริปโต...
Read More
0 replies on “จีน-ญี่ปุ้น”สารภาพ””