เปลว สีเงิน
กูชอบตรรกะของมึงว่ะ…รอมฎอน!
เมื่อสังคมไม่เชื่อว่าวัยรุ่นจะถูกยิงจากฮ.
ก็อ้าง “ความจริงมี ๒ ชุด”!?
อย่างนี้ต้องส่งไปเถียงกับครูปรีชา
เจ้าของประโยคอมตะ
”ความจริงมีหนึ่งเดียว” ซะแล้ว!
อันที่จริง ประเด็นวันรุ่นถูกยิงนั้น….
มันแค่กระพี้ของเหตุการณ์ ที่โจร “คนละพวกเดียวกัน”
คือทั้งโจร BRN
ทั้งโจรค้าของเถื่อน+ยาเสพติด ใน ๓ จังหวัดใต้
ก่อวินาศกรรมเมือง
ที่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี นั้น
มันเรื่องใหญ่ ที่คนระดับสส.ในภาคใต้
อย่าง “รอมฎอน ปันจอร์”
ควรต้องเป็นทุกข์-เป็นร้อน แค้นแทนประชาชน
และร่วมมือเจ้าหน้าที่ไปจิกกบาลโจรมาให้ได้
แต่นี่…รอมฎอน กลับไปให้ความสนใจกับ
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งยังคลุมเครือ ว่า ๕ คนจะขี่มอไซค์ออกมาทำไม
ขณะมีการจลาจลเผาเมืองและยิงปืนกันระงม?
แล้วคนหนึ่ง ก็ถูกยิงที่สะดือทะลุออกข้างๆ
ขณะเกิดเหตุ ไม่มีใครรู้
แต่….รอมฎอนกลับรู้!?
และถือเป็นเรื่องใหญ่ รีบโพสต์แบบชี้นำทันทีว่า
“ฝากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ช่วยตรวจสอบครับ
มีรายงานจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะแนะแจ้งว่า
ราวสี่ทุ่มที่ผ่านมา
เกิดเหตุวัยรุ่นถูกยิงจาก #เฮลิคอปเตอร์…”
นี่…พูดกันตรงๆ นะ…
เจตนาจะป่าวร้องให้คนเข้าใจว่า
ทหารบนฮ.เป็นคนยิงใช่มั้ย….เพื่อน?!
แถมพี่ชายวัยรุ่นที่ถูกยิง
เล่ายังกะฉากในหนังสองสลึง…..
ว่าเฮลิคอปเตอร์บินไล่ตามและยิงใส่ ๑ นัด
แต่ไม่โดน …
น้องชายจึงหนีขึ้นเนินเขา และจอดรถ
ยกมือเหนือศีรษะ
ยอมจำนน
แต่คนบน ฮ. ยิงใส่อีก จนได้รับบาดเจ็บ
โอ้โฮ…มันตื่นเต้นจนเยี่ยวกะปริบแน่ะ
เหี้ยมระยำหมายิ่งกว่าเรื่องจริงเป็นร้อยเท่า!
แต่แทนที่คนทั้งบ้าน-ทั้งเมืองเขาจะเชื่อ
เขากลับบอกว่า….
ตำรวจ…เอาวัยรุ่นทั้ง ๕ คนนี้ไปสอบด้วย
เพราะฟังแล้ว
มัน “เกินจริง” จนน่าสงสัยที่มา-ที่ไป?
ผมก็เห็นด้วยนะ
ทั้ง ๕ นี้ ถือเป็นพยานในเหตุการณ์
ลองให้การเป็นฉากๆ แบบนี้
แสดงว่าพี่ชายคนถูกยิง ต้องจำหน้าคนยิงได้
ไปชี้ตัวให้ กอ.รมน. ไล่ออกจากราชการซะเลย
เพราะฝีมือห่วยแตก….
อยู่บนฮ….ยิงทั้งที แทนที่จะยิงหัว
กลับยิงท่าพิสดารไปถูกสะดือ!?
นี่ไง…
“thaiarmedforce.com”
เขาโพสต์ถึงการตรวจสอบวิถีกระสุนว่า
“ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์” ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ
ของ “ผู้บาดเจ็บ” ที่มีประเด็นว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ว่า กระสุนเข้าบริเวณ “สะดือ”…
แล้วออกทางด้านหลังเฉียงลงไปข้าง ราวๆ 1 เซนติเมตร
รูออกราวๆ 2-3 เซนติเมตร
คาดว่า…น่าจะเกิดจากอาวุธที่มี “อานุภาพไม่ร้ายแรง”
แต่ไม่ทราบว่าเป็นอาวุธอะไร!
“ผู้อำนวยการโรงพยาบาล” ให้ข้อมูลโดยไม่ได้ฟันธงว่าเหตุการณ์ยิงจากเฮลิคอปเตอร์เกิดขึ้นหรือไม่
แต่ให้ข้อมูลเฉพาะในเรื่องการรักษาซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแพทย์
ถือเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของแพทย์อย่างเหมาะสมแล้ว
วัดจากองศาของแนวแผลของผู้บาดเจ็บ
ซึ่งมีองศาราว 30 องศาเฉียงขึ้น
ถ้าคิดว่าเป็นการยิงด้วยอาวุธสงคราม
คือ M16A2 ซึ่งมีระยะยิงหวังผล 550 เมตร
ใช้ตรีโกณมิติคำนวณแล้ว
เฮลิคอปเตอร์ควรจะอยู่สูง ราวๆ 900 ฟุตหรือราว 300 เมตร ระยะห่างจากเป้าหมาย 476 เมตร
หรือพูดง่ายๆ คือ
เฮลิคอปเตอร์ต้องบินสูงพอๆ กับความสูงของ
ตึก “คิงเพาเวอร์มหานคร”
หรือถ้าจะอยู่ต่ำกว่านั้น ก็ต้องเข้ามาใกล้กว่านั้น
แต่ถ้าจะตีความจากลักษณะของแผลที่ผู้อำนวยการบรรยาย
ค่อนข้างชัดเจนว่า…
ไม่ได้เกิดจากอาวุธสงคราม
เช่นอาวุธที่ใช้กระสุน 7.62 หรือ 5.56
และการบรรยายลักษณะของแผลค่อนข้างเชื่อได้ว่า
เป็นอาวุธปืนพกหรือปืนสั้นมากกว่า
อย่างที่เราบอกก็คือ
การยิงปืนสั้นจากเฮลิคอปเตอร์ให้โดนเป้าหมาย
ถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก
เพราะระยะยิงหวังผลของปืนสั้นอยู่ไม่เกิน 100 เมตร
ถ้าจะยิงให้โดนตั้งแต่นัดเดียว
ต้องโชคดีมาก
ระดับเดียวกับโพยฮั้ว สว.
มิฉะนั้น จะต้องยิงเป็นกลุ่มกระสุนจำนวนมาก
ซึ่งก็จะขัดกับคำให้การของผู้บาดเจ็บ
ว่ามีการยิงเข้ามาไม่กี่นัด
แต่ถ้าเป็นกรณีทำปืนลั่นใส่จากพื้นดิน
ประมาณการความสูงของผู้บาดเจ็บที่ราว 165 ซม.
ปกติแล้วการชักปืนจากเอว
แล้วลั่นใส่คน
มักจะลั่นราวๆ ระยะข้อศอก
ซึ่งก็คือความสูงราว 60% ของความสูงตัวคน
ถ้าคำนวณแล้วให้ปืนลั่นที่ความสูง 100 ซม.
จะได้ระยะปืนลั่นที่ระยะห่าง 1.9 เมตร
กระสุนจะลงกระทบพื้นพอดี
แต่ถ้ากระสุนเข้าบริเวณสะดือ
น่าจะแปลว่า “ปืนลั่น” ในระยะที่ประชิดกว่านี้
ซึ่งก็จะเข้ากับข้อเท็จจริงที่ผู้บาดเจ็บให้สัมภาษณ์ว่า
อยู่บนมอเตอร์ไซค์มากกว่า
หรือถ้าเป็นตัวเองชักปืนออกมา
แล้วทำลั่นใส่ตัวเอง
อันนี้ดูจากบาดแผลและมุมยิงแล้ว
เผลอๆ น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
สรุปโอกาสความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตามความเห็นของ TAF คือ
– 70% ผู้บาดเจ็บชักปืนออกมาจากเอวตัวเองแล้วปืนลั่น
– 25% บุคคลข้างเคียงทำปืนลั่นใส่หรือยิงใส่ด้วยความตั้งใจ
– 5% ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยปืนพก
เอาจริงๆ ไม่อยากพูดอย่างนี้
แต่ฟังคำให้การของผู้บาดเจ็บแล้ว ยิ่งค่อนข้างมั่นใจว่า
ไม่ได้เกิดจากการยิงจากเฮลิคอปเตอร์
เพราะสิ่งที่ผู้บาดเจ็บบรรยายมา
“ผิดหลักยุทธวิธี” ที่ปกติเจ้าหน้าที่จะใช้ทั้งหมด
แต่ขอไม่ลงรายละเอียด ณ ที่นี้
อย่างไรก็ตาม
เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน. ภาค 4 สน.
ที่ต้องสร้างความมั่นใจและอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ
โดยหลักวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้
การพูดแค่ว่า…
ถ้ายิงจริงมีคนตายไปเยอะแล้ว
ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีต้นทุนสูงกว่าคนอื่น
ก็ไม่เหมาะสมนักที่จะพูด
(คนอื่นพูดไม่มีต้นทุนเพราะไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการสร้างมวลชน)
หรือแค่ปฏิเสธเฉยๆ ไม่แสดงหลักฐานอะไร
มันไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้าน
และยิ่งกระพือข่าวลือเข้าไปอีก
ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จะชี้แจงและสร้างความมั่นใจให้โดยเร็วครับ
…………………………………..
กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า และกองทัพภาคที่ ๔
ท่านคิดมั้ยว่า
เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดใต้ มันชักถี่มากไป
ถี่ก็ไม่ว่า…
แต่ที่คุยว่า “ตามล่าชนิดสุดหล้าฟ้าเขียว” นั่นน่ะ
ล่ามาให้ดูหน้าได้ซักคนรึยังล่ะ?
โจรมันก็มนุษย์เดินดิน เครื่องมือก็ด้อยกว่าทางการ
ทหาร-ตำรวจ ด้วยซ้ำ เดินพรม เดินถนน
แถมเครื่องไม้-เครื่องมือ พร้อมมากกว่าโจร
แต่ที่ “พร้อมมากกว่า” นั้น
กลับแพ้ “เชิงกล” ฝ่ายที่ “ด้อยกว่า”!?
มันก็เข้าตามตรรกะที่ว่า….
การแพ้-ชนะในสนามรบ ไม่ได้วัดจากจำนวนทหาร
แต่วัดกันด้วยกลยุทธ์และกลศึก
โจรเข้ามาก่อการในเมือง ก็สู้กลศึกโจรไม่ได้
โจรหนีเข้าป่า ก็สู้กลยุทธ์การหนีของโจรไม่ได้
สรุปแล้ว….
กว่า ๒๐ ปีมานี้
มีกลยุทธ์-กลศึกไหนบ้างที่กองทัพเหนือโจร!?
เปลว สีเงิน
๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๙
