‘ธนพร’ ซัดส้มปั่น “ฮั้ว สว.” ซ้ำจนหวังให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ชี้ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทิน ป่านนี้ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกฯ

20 สิงหาคม 2569 อาจารย์ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมหยิบประเด็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “ฮั้ว สว.” มาอภิปรายโจมตีรัฐบาลว่า สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การพูดคำว่า “ฮั้ว” ซ้ำๆ แต่คือการพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนกันจริงหรือไม่ เพราะกติกาการเลือก สว. เปิดให้มีการประสานและรวมกลุ่มกันได้ สิ่งที่กฎหมายห้ามชัดเจนคือการซื้อเสียงหรือให้ผลประโยชน์

ธนพร ระบุว่า หากมี “เส้นเงิน” ไปถึงผู้สมัคร สว. หรือบุคคลใดจริง บุคคลนั้นย่อมมีความเสี่ยงทางคดีอย่างมาก แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยกันมาจนถึงขณะนี้ ยังไม่เห็นหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือแกนนำระดับสูงของพรรคภูมิใจไทยได้

“เรื่องนี้ถูกตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2568 ทั้ง DSI กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทินแม้แต่บาทเดียว ในทางการเมืองอนุทินไม่มีทางเดินมาถึงวันนี้ ไม่มีทางได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ เพราะคู่แข่งทางการเมืองไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเก็บหลักฐานสำคัญขนาดนั้นเอาไว้”

ธนพร กล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาชนกำลังทำจึงมีลักษณะของการใช้วาทกรรมทางการเมืองซ้ำๆ เพื่อสร้างความเชื่อในสังคม จากเดิมใช้คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ก่อนจะขยับมาเป็นเรื่อง “กำแพง” และ “ฮั้ว สว.” โดยหวังให้การกล่าวย้ำอย่างต่อเนื่องกลายเป็นภาพจำทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาชนต้องการใช้เรื่องนี้เป็นหมัดน็อกรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จำเป็นต้องนำหลักฐานที่หนักแน่นออกมาให้ได้ ไม่ใช่อาศัยเพียงข้อสงสัย การคาดการณ์ หรือคำว่า “น่าจะเชื่อมโยง”

“ถ้ามีเส้นเงินก็เอามา ถ้ามีหลักฐานก็เปิด ถ้ามีผู้จ่าย ผู้รับ หรือเส้นทางผลประโยชน์ก็ชี้ให้ชัด แต่ถ้ายังไม่มีแล้วพูดซ้ำไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นน้ำส้มท่วมทุ่ง ผักบุ้งไม่มี”

ธนพร ยังมองว่า พรรคประชาชนควรกลับมาให้น้ำหนักกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านผ่านการตรวจสอบด้วยพยานหลักฐานมากกว่าการสร้างวาทกรรม เพราะการจะล้มรัฐบาลหรือทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียความชอบธรรม ต้องมีหลักฐานในระดับที่สังคมเห็นแล้วปฏิเสธไม่ได้ ไม่ใช่เพียงการพยายามทำให้ประชาชน “เชื่อ” ก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏ.

Written By
More from pp
0 replies on “‘ธนพร’ ซัดส้มปั่น “ฮั้ว สว.” ซ้ำจนหวังให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ชี้ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทิน ป่านนี้ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกฯ”