เปลว สีเงิน
“คำพิพากษาศาล” ว่าเหนือสุดแล้ว
แต่ยังมี “เหนือกว่า”
คือ “กรมราชทัณฑ์” ในสังกัด “กระทรวงยุติธรรม”!
ศาลตัดสินจำคุก “นายเล่าต๋า แซ่ลี่” นักค้ายาเสพติดตัวฉกาจ
“ตลอดชีวิต”
แต่ติดคุกบางขวางแค่ ๘ ปี
เมื่อ ๑๔ สิงหา.๖๙ “นายเล่าต๋า” ก็พ้นโทษออกมาแล้ว!
จนสังคมพูดจาเชิงประชด-ประเชียดกันว่า
“ตำรวจจับ ศาลจำ แต่ราชทัณฑ์ปล่อย”!
แล้วแบบนี้…ตอบซิ “ใครจะใหญ่กว่ากัน?”
มันก็น่าคิดนะ!
“พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รัฐมนตรียุติธรรมสดับเสียงสังคมสวด ซึ่งท่านก็ยอมรับ
และบอกว่า….
เบื้องต้นได้พบในหลายส่วนที่เป็นเรื่อง “ไม่เหมาะสมของขั้นตอน” ซึ่งเป็นระเบียบที่กำหนดไว้
ส่วนตัวเชื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า “ระเบียบมีข้อบกพร่อง”
ขณะนี้ก็ตั้ง “คณะทำงาน” แล้ว!
ไม่ใช่ตั้งเพื่อทบทวนเอาตัวนายเล่าต๋ามารับโทษใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “สิ้นสุดไปแล้ว” ทำไม่ได้แล้ว
แต่ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ “การอภัยโทษ”
นักข่าวถาม…
“เป็นความผิดพลาดของกรมราชทัณฑ์หรือของระเบียบ?” พล.ต.ท.รุทธพล ตอบว่า….
“เป็นกฎระเบียบที่เขากำหนด เพราะทางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ
เบื้องต้นให้ทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ข้อระเบียบเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง
แล้วห้วงเวลาที่มีการเสนอขออภัยโทษนายเล่าต๋า ระเบียบตรงนั้นว่าอย่างไร?”
ที่ผมยกคำตอบของรัฐมนตรียุติธรรมมาให้ดู เพื่อชี้ให้เห็นว่า
จากเคส “นายเล่าต๋า” นี้
เป็นตัวอย่างชี้ให้เห็นว่า….
คน (ราชทัณฑ์) ไม่ผิด
แต่กฎระเบียบมันผิด!?
เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องปฎิบัติไปตาม “กฎระเบียบ”
ทั้งที่รู้ว่าผิด แต่เต็มใจทำตามที่ผิด!?
เพราะมันคือ “กฎระเบียบ” ที่นักการเมืองออกและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ถ้าอย่างนั้น จะโทษใคร?
ก็ต้องย้อนถามว่า “ช่วงปี ๒๕๖๒-๖๓ ใครเป็นรัฐมนตรียุติธรรม?”
เพราะพล.ต.ท.รุทธพล ท่านบอกว่า….
“กฎระเบียบมีข้อบกพร่อง”
“ในเบื้องต้นให้ทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ข้อระเบียบเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง?”
เราก็ต้องย้อนไปดูข้อระเบียบตั้งแต่ปี ๒๕๖๓
ว่ามันมีรูร่องช่องโหว่เป็นข้อบกพร่องตรงไหน?
ที่นักโทษตลอดชีวิต ถึงติดคุกแค่ ๗ ปี ๘ ปี ก็ปร๋อออกจากคุกได้แล้ว?
ผมก็ย้อนไปดู ปรากฏว่า ภายใต้ “พรบ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๕๖๐”
“รัฐมนตรียุติธรรม” สมัยนั้นออก “กฎกระทรวง” ตั้ง ๒ ฉบับ
ฉบับแรก…..
กฎกระทรวง
กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด
ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฎิบัติ
พ.ศ.๒๕๖๒
…………………………..
มีทั้งหมด ๙ หมวด
หมวด ๒ การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด
หมวด ๓ การแต่งตั้งนักโทษเด็ดขาดให้มีตำแหน่งหน้าที่ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำ
หมวด ๔ การลดวันต้องโทษจำคุกและการปล่อยตัว
หมวด ๕ การลดวันต้องโทษจำคุกลงอีกไม่เกินจำนวนวันที่ทำงานสาธารณะหรือทำงานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการนอกเรือนจำ
หมวด ๖ การพักการลงโทษ
หมวด ๗ การฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการนอกเรือนจำ
หมวด ๘ การรับการศึกษาอบรมนอกเรือนจำ
หมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ
กฎกระทรวงฉบับนี้ ลงท้ายไว้ดังนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
สมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ก็จะเห็นว่า “กฎกระทรวง” ฉบับนี้
ทั้ง ๙ หมวด ว่าด้วยเรื่องการเลื่อนขั้น, ลดวัน, พักการลงโทษ และการ “ปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษ” ทั้งสิ้น!
“รัฐมนตรีสมศักดิ์”….
ออกกฎกระทรวงฉบับนี้ไว้เพื่อ “รองรับใคร” เป็นการล่วงหน้า
ท่านพอจะเดาออกมั้ย?
ถ้ายังเดาไม่ออก จะใบ้ให้ด้วยข้อที่ ๔๑ และ ๔๒ ในหมวด ๖ ว่าด้วยการพักโทษ ดังนี้
ข้อ ๔๑ นักโทษเด็ดขาดซึ่งจะได้รับพิจารณาการพักการลงโทษกรณีปกติ จะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษจำคุก
เป็นครั้งแรก
เว้นแต่โทษจำคุกในครั้งก่อนนั้น เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายล้างมลทิน ไม่ถือเป็นการต้องโทษจำคุกครั้งแรก
ข้อ ๔๒ ในกรณีปกติ นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับการพักการลงโทษ ดังต่อไปนี้
(๑) ชั้นเยี่ยม ไม่เกินหนึ่งในสามของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด
(๒) ชั้นดีมาก ไม่เกินหนึ่งในสี่ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด
(๓) ชั้นดี ไม่เกินหนึ่งในห้าของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด
กรณีตาม (๑) (๒) หรือ (๓) หากมีการพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด
ในกรณีที่นักโทษเด็ดขาดมีวันลดวันต้องโทษจำคุกตามมาตรา ๕๒ (๖)
ให้นำมารวมกับระยะเวลาพักการลงโทษตามวรรคหนึ่งด้วย
เห็นมั้ย…
เขาร่างกฎกระทรวงไว้รองรับล่วงหน้าโจ่งแจ้งขนาดนี้ ถ้ายังเดาไม่ออกว่าเขา “ทำเพื่อใคร”?
ก็ไปกินยาถ่าย “ตราหมอตกเบ็ด” ตายซะไป๊!
ออกกฎกระทรวงฉบับแรกนี้ไปแล้ว ยังไม่สาแก่ใจ ก็เลยต้องออก “กฎกระทรวง” อีกฉบับ ในปีพ.ศ.๒๕๖๓
กฎกระทรวง
กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด
ซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔
………………………………………….
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๒วรรคสอง และมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการราชทัณฑ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกข้อ ๔๑ แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด
และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำ คุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด
และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัว
ต้องปฏิบัติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔๒ ในกรณีปกติ นักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไปอาจได้รับการพักการลงโทษไม่เกินหนึ่งในสามของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด
กรณีตามวรรคหนึ่ง หากมีการพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด
ในกรณีนักโทษเด็ดขาดมีวันลดวันต้องโทษจำคุกตามมาตรา ๕๒ (๖) ให้นำมารวมกับระยะเวลาพักการลงโทษตามวรรคหนึ่งด้วย”
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เห็นมั้ย….
กฎกระทรวงฉบับแรก นักโทษชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ถึงจะได้รับการพักการลงโทษ
แล้วแก้ใหม่ แค่ชั้นกลาง ก็อาจได้รับการพักการลงโทษแล้ว!
แต่ทั้งหลาย-ทั้งปวง บอกก่อนว่า
เขาไม่ได้เตรียมการไว้เพื่อนักโทษชื่อ “เล่าต๋า” หรอก!
เขาทำไว้เพื่อคนๆ หนึ่งเท่านั้น
แต่เมื่อรัฐมนตรีออก “กฎกระทรวง” เหมือนกัดกร่อนบ่อนเซาะคำตัดสินศาลเช่นนี้แล้ว
นักโทษเด็ดขาดทั้งหลาย
ก็พลอยได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้าไปโดยปริยาย
“คนราชทัณฑ์” เอง
ก็พลอยน้ำตามไปกับ “กฎกระทรวง” นี้
สบายแบบเบิร์ดๆ…ไปด้วย!
ทั้งหมดนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ที่ศาลสั่งจำ แล้วราชทัณฑ์สั่งปล่อย ชนิดค้านสายตาประชาชน “คนแล้ว-คนเล่า”
มันก็มาจากรูร่องช่องโหว่ ที่เขาบรรจงแหวกแหกเป็นช่องไว้ใน “กฎกระทรวง” ทั้ง ๒ ฉบับนี้แหละ!
“คนราชทัณฑ์” ลดโทษเอง-ปล่อยเองไม่ได้หรอก
เขาเพียง “ตามน้ำ” ไปกับ “กฎกระทรวง” ที่ทำไว้รอใครคนหนึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ โน่นแหละ
เมื่อรู้ว่า “ราชทัณฑ์” มันรั่วตรงไหนเช่นนี้แล้ว
ท่าน “รัฐมนตรีรุทธพล” ก็ไปอุดตรงนั้น
พูดตรงๆ ไปรื้อ “กฎกระทรวง” ทั้ง ๒ ฉบับนั้นหรือโละทิ้งซะ
เพราะ “ตัวเป้าหมาย” ตามกฎกระทรวงนี้
เขาแฮปปี้..ปี้ ไปเรียบร้อยแล้ว!
เปลว สีเงิน
๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๙
