ผักกาดหอม
เขาจีบกันแล้วครับ…
หลังจาก “ไหม ศิริกัญญา” ค่ายส้ม หลุดพูดเรื่องดีลแดง-เขียว ว่า “…คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน…” ก็ถูกตีความว่า ส้มก็รอเสียบอยู่
กระแสเสียงมวลชนส้มในโซเชียล ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน
ให้อภัยเขียว
เพราะวันนี้เกลียดแค่น้ำเงิน
แล้ว “ผู้กองธรรมนัส” ว่าไง?
วานนี้ (๔ สิงหาคม) มีบรรยากาศคล้ายๆ ช่วงจัดตั้งรัฐบาลเล็กๆ
“ธรรมนัส” บอกว่า “เรื่องก่อนการเลือกตั้งผมลืมไปแล้ว”
ฮั่นแน่! ว่าแล้วเชียว
“…ผมหมายความว่า เรื่องก่อนการเลือกตั้ง ผมพูดแล้วว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน
ผมพูดมาโดยตลอด ก่อนการเลือกตั้งคนที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลับมารักกันได้ ต้องเห็นกับประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่า มีการพูดคุยกันนะ ต้องขอยืนยัน เดี๋ยวไปแปลความหมาย ตัดคำพูดผม ตัดบางคำไป
เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย…”
ไม่ตัดคำพูดครับ ยกมาเต็มๆ เพราะชัดเจนดี
“คนที่เป็นศัตรูก็กลับมารักกันได้”
สรุป “เขียว” เลี้ยวได้ทุกทิศ
นี่แหละครับคือการเมืองที่แท้จริง การจัดตั้งรัฐบาลมันต้องมีสมการที่ลงตัว การแบ่งขั้วการเมืองไม่ใช่วิสัยของพรรคขนาดกลาง
แต่งานนี้ดูเหมือนว่า “ส้ม” จะเสียหาย
เป็นความเสียหายในเชิงอุดมการณ์
การหยิบยื่นไมตรีให้พรรคเขียว ไม่ต่างจากตบหน้าตัวเองอย่างรุนแรง ขณะที่ “เขียว” ไม่เสียหายอะไร เพราะไม่เคยแสดงความรังเกียจส้มแบบออกนอกหน้า
ต่างจากส้มที่รังเกียจเขาไปทั่ว เพราะไปสร้างภาพจำว่า การเมืองมีแค่ “ส้ม” กับ “เทา”
วันนี้พรรคส้มยังคงมีปัญหาเดิมๆ พูดผิดพยายามจะพูดใหม่
ยังหาความลงตัวไม่เจอ
ดีล แดง เขียว ส้ม กระทบความเชื่อมั่นในตัวพรรคส้มมากพอสมควร เพราะมันทำให้ “ส้ม” ดูแย่ มากกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆ
อีกมุมหนึ่งเหมือนโดนหลอกไปด่ากลางสี่แยกไฟแดง
เพราะความอ่อนหัดของ “ไหม ศิริกัญญา” ทำให้เสียรังวัดไปทั้งพรรค ฉะนั้นมีความพยายามออกมาคัดท้ายให้ “ส้ม” กลับไปเป็น “ส้ม” ที่เพื่อนไม่คบเหมือนเดิม
จากบทสัมภาษณ์ของ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” ที่พยายามแก้คำผิดให้ “ไหม-ศิริกัญญา”
“…ผมไม่เคยไปเชิญชวนใครมาคุยอะไร ทั้งหมดเป็นแค่ข่าวลือที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนเลย…”
“…คิดว่าจะทำเต็มที่ในบทบาทตรงนั้น หากมีการเลือกตั้งครั้งถัดไปเมื่อไร เราก็พร้อมจะนำเสนอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชน ให้นำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า…”
คิดแบบ “ไอติม” คือจะเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น
ขณะนี้ยืนยันการเป็นฝ่ายค้าน
ครับ…นี่คือการเมืองฝันเปียก แกนนำพรรคเริ่มมีความสับสน เดินไปคนละทิศคนละทาง เส้นทางสู่ฝันคือการเป็นรัฐบาลเริ่มเห็นรอยปริ
แต่ก็มีความพยายามคัดท้ายให้กลับเข้าสู่แนวทางส้ม คือ…แนวทางที่เพื่อนไม่คบเหมือนเดิม
ใช่แต่รัฐบาลอนุทินเท่านั้นที่มีเรื่องให้ปวดหัว พรรคส้มตอนนี้ก็ต้องกุมขมับเพราะผู้หญิงคนเดียว
เหลือเชื่อครับ พรรคส้มทั้งพรรค เอา “แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ” คนเดียวไม่ลง
ก็เรื่อง บ้ากาม-คุกคามทางเพศ ในพรรคส้ม ที่ “แก้วตา” ออกมาแฉยับ
พรรคส้มอุตส่าห์ระดมมันสมอง ออกแถลงการณ์ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการล่วงละเมิดทางเพศเป็นความผิดร้ายแรง พรรคไม่มีวัฒนธรรมปกป้องผู้กระทำผิด
และพร้อมดำเนินการลงโทษ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายอย่างรอบด้านที่สุด
“…กรณีที่คุณธิษะณาเล่าว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้น มีผู้บริหารพรรคทราบจริง เนื่องจากคุณธิษะณาได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวให้พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลทราบ พิจารณ์ได้รายงานต่อมาที่ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคในขณะนั้น เนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง และพรรคต้องดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ได้ข้อยุติแล้วมีมาตรการลงโทษหากกระทำผิดจริง อย่างไรก็ตาม คุณธิษะณาในขณะนั้นยืนยันว่า เพียงต้องการแจ้งให้คุณพิจารณ์ทราบว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ไม่ต้องการให้พรรคดำเนินการใดๆ ต่อ และไม่ยินยอมเปิดเผยชื่อผู้กระทำ
พรรคตระหนักดีว่าผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากมักเผชิญสถานการณ์ยากลำบากหรือมีหลายเหตุผล ที่ทำให้ยังไม่ต้องการที่จะให้เกิดกระบวนการซึ่งอาจทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ต่อบุคคลในวงกว้าง เมื่อคุณธิษะณายืนยันเช่นนี้ และไม่เปิดเผยชื่อผู้กระทำ พรรคก้าวไกลขณะนั้นจึงไม่สามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจนได้ข้อยุติ…”
แต่เจอสมองเดียวของ “แก้วตา” หงายท้องกันทั้งพรรค
“…ในฐานะที่ดิฉันยังดำรงตำแหน่งในองค์กร การเปิดเผยเรื่องต่อสาธารณะในขณะนั้นย่อมหมายความว่า ดิฉันจะต้องทำงานร่วมกับและพบหน้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นประจำ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน โดยปราศจากหลักประกันว่าดิฉันจะได้รับการคุ้มครองหรือได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้ดิฉันรู้สึกอับอาย กดดัน และไม่ปลอดภัยที่จะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการที่พรรคใช้ในกรณีอดีต สส.ปูอัด และอดีต สส.แจ้ ซึ่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหา ยิ่งสะท้อนข้อบกพร่องของระบบคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายต้องรอลุ้นผลจากการลงคะแนน หากยังอาจต้องใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้ที่ลงมติสนับสนุนให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป…”
ภาพ ๒ สส. “ปูอัด-แจ้” ลอยมาเลยครับ
ก็คงจะจำกันได้กว่าจะมีบทลงโทษ เล่นเอาเหนื่อย
โดยเฉพาะกรณี “ปูอัด” พรรคต้องโหวตกันใหม่ เพราะสังคมมองว่าพรรคส้มอุ้มคนผิด
มันสะท้อนมาตรฐานของพรรคครับ
กรณีคุกคามทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง และพรรคส้มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
เมื่อปี ๒๕๖๒ นายกฯ ลุงตู่ แถลงนโยบาย แล้วไปพาดพิง “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” จากพรรคอนาคตใหม่ว่า “คุณคนสวย”
เท่านั้นแหละครับ
“ลุงตู่” ถูกถล่มแหลก มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ.
