‘๓๓ ศพ’ ใครรับผิดชอบ? #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

เสาร์วันนี้ ต้องประเดิมด้วย “ข่าวใหญ่”
เป็นข่าวใหญ่ของ “รองผู้ว่าฯ กทม.” ท่านหนึ่ง
ใหญ่แบบไหน-อย่างไร?
“Mu Nine News – เอ็มยูไนน์ ข่าวกระแส” เขานำมารายงานไว้ดังนี้

ข่าวใหญ่ “ท่านชัชชาติ”!!….
สิ่งแรกที่รองผู้ว่าฯ ‘ทวิดา กมลเวชช’ ทำหลังลืมตาตื่น ไม่ใช่ล้างหน้าหรือชงกาแฟ
แต่คือ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กไลน์

เพื่อดูว่า เช้านี้ ผู้ว่าฯ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ วิ่งไปทางไหน และเจอปัญหาอะไรระหว่างทาง
ข้อความในกลุ่มไลน์ ไม่ใช่แค่ทักทายตอนเช้า
แต่คือ “แผนดูแลเมือง” ของวันนั้น รองผู้ว่าฯ คนไหนจะได้รับงานต่อ ก็รู้กันตรงนั้นเลย

วันหนึ่งของผู้ว่าฯ เริ่มก่อนคนกรุงจะตื่นด้วยซ้ำ
เจ้าตัวมักเข้านอนราว 22.00 – 23.00 น. แล้วตื่นไปวิ่งช่วง 05.00 – 06.00 น. เว้นเฉพาะวันที่ฝนตกหนักจริงๆ
การวิ่งครั้งนั้น ไม่ได้จบแค่เหงื่อ
เพราะระหว่างทางสายตาก็มองเก็บทุกอย่าง

กองขยะริมทาง หรือคิวยาวๆ ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข
เรื่องเล็กในรายงานพวกนี้ คือเรื่องใหญ่ของคนที่ต้องเจอมันทุกเช้า

พอผู้ว่าฯ เห็นเองแล้วส่งงานผ่านไลน์
ทีมก็แยกกันลุยคนละจุด ไม่ต้องเสียเวลาลงพื้นที่ซ้ำ ดูแลเมืองได้กว้างขึ้นในเวลาเท่าเดิม

ทวิดาบอกว่า การที่ผู้นำสูงสุดเดินไป เห็นปัญหาด้วยตัวเอง ช่วยให้เจ้าหน้าที่หน้างานมีกำลังใจ
และทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ
ก่อนเมืองจะตื่น การดูแลเมืองก็เริ่มขึ้นแล้วบนเส้นทางวิ่งเส้นหนึ่ง
………………………….

ในฐานะคน กทม.คนหนึ่ง อ่านแล้วก็ได้แต่ร้อง..เฮ้อในใจ!
และขอถามท่านรองฯ “ทวิดา กมลเวชช” ว่า

แน่ใจหรือว่า “ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ” กับอีแค่ผู้ว่าฯ กทม. “วิ่งทุกเช้า”?
และมีรองผู้ว่าฯ อย่างคุณทวิดา ทำหน้าที่ “ประธานเชียร์” ทุกเช้า?

สำหรับผม ขอชมว่า คุณทวิดานี่เก่งนะ สามารถโยงการวิ่งของ “ผู้นำสูงสุด” ตามที่คุณตั้งให้
เป็นการไปเห็นปัญหาด้วยตัวเอง!?

แต่ผมว่า อยากจะวิ่ง ก็วิ่งไปเถอะ ไม่ต้องเอาการ “บ้าพลัง” ไปผูกโยงกับงานในฐานะ “ผู้ว่าฯ กทม.” ให้คนเขาหมั่นไส้หรอก

และอีกอย่าง “นายชัชชาติ” ท่านมีตำแหน่งเป็น “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร”
อยากจะสอพลอ ต.เต่า อะไรกัน ก็ทำไป
แต่อย่าให้มันไปถึงขั้นเปลี่ยนตำแหน่งจากผู้ว่าฯ กทม.ไปเป็น “ผู้นำสูงสุด” เลย!
มันจะอ้วก!

บอกว่าการวิ่งทุกเช้าของผู้ว่าฯ กทม.เป็นการไปเห็นปัญหาด้วยตัวเอง

ก็ดี…งั้นขอถามคำ?
แล้วไม่เห็นปัญหาที่ “เขตจตุจักร” บ้างหรือ ว่า “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ที่ไฟไหม้ มีคนตาย ๓๓ คน นั้น
ปัญหาน่ะ…มันอยู่ตรงไหน?

การจะโยนให้เป็นความผิดของเจ้าของโรงเบียร์นั้น ไม่ต้องโยน เพราะเขาต้องรับผิดชอบเต็มตีนอยู่แล้ว
แต่อยากถามผู้ว่าฯ ชัชชาติและรองฯ ทวิดา ว่า…
“โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” นี้ ตั้งอยู่ในโซน “สถานบริการ” หรือเปล่า?
เขตจตุจักรอนุญาตให้เปิดเป็นร้านอาหารใช่มั้ย?
แล้วไหงกลายเป็นผับ เป็นบาร์ มีดนตรีแสดงล่ะ?

ชื่อก็บอกทนโท่ว่า…
“โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ก็คิดดูซิ ว่าสถานที่นี้ จะเป็นร้านอาหาร หรือเป็นสถานบริการ ประเภทผับ-บาร์กันแน่?

การขออนุญาตเปิดร้านอาหาร กับการขออนุญาตเปิดสถานบริการ มันมีกฎระเบียบต่างกัน
และระหว่างก่อสร้าง “ฝ่ายโยธาเขต” ก็ต้องไปตรวจตราตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พ.ร.บ.สาธารณสุข ใช่มั้ย?

แต่ปรากฏว่า มีใบอนุญาตเป็นร้านอาหาร แต่กลายเป็นสถานบริการ ประเภทผับ บาร์

ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ วิ่งผ่านเขตจตุจักร แล้วส่งไลน์ไปถามหัวหน้าเขตจตุจักร-โยธาเขตหรือยัง ว่า….
“ตำตา-ตำตีนขนาดนี้ไม่เคยไปตรวจ-ไปดูกันเลยหรือ?”

ประเด็นนี้ มันมีคำถามที่ “เขตจตุจักร” จะต้องตอบ
๑.รู้ว่า “ผิดประเภท” แล้วปล่อยให้เปิดอยู่ได้อย่างไร?

๒.ถ้าโยธาเขตไปตรวจตรา…
ก็จะพบว่า ที่ก่อสร้าง มันผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคารทั้งดุ้น ทั้งวัสดุก่อสร้าง ทั้งประตูหนีไฟ..มีก็ใช้ไม่ได้
สถานบริการแห่งนี้ “ต้องปิด” สถานเดียว

๓.ถ้าหัวหน้าเขตและโยธาเขต บอกว่าตรวจตราเป็นประจำ ก็หมายความว่า
เคสนี้ มีความน่าจะเป็น “วัตถุคล้ายธนบัตร” บังตา!

นอกจากเขตและโยธาเขต เป็น “ต้นทาง” นำไปสู่การเกิดไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” แล้ว
สถานบริการนี้ ตำรวจท้องที่จะต้องมาตรวจเป็นประจำด้วย

แต่กลับไม่รู้ว่า สถานบริการนี้ เปิด “ผิดประเภท-ผิดเวลา”
ยิ่งเป็นที่รวมของนักเที่ยว-นักดื่มจำนวนมากด้วยแล้ว

“ประตูหนีไฟ” เป็นเรื่องสำคัญมาก
แต่ตำรวจกลับไม่ให้ความสำคัญในการตรวจตราเลย

เพราะอะไร?
น่าจะเป็นว่า เพราะ “วัตถุคล้ายธนบัตร” บังตา!

นี่แหละ ไฟไหม้โรงเบียร์ คนตาย ๓๐ กว่าคน ป่านนี้ ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ หรือพูดตามภาษาชาวบ้านว่า

ยังเอาใครเป็น “ผู้ต้องหา” ไม่ได้!?
พิลึกมั้ย…สำหรับผม มันยิ่งกว่าพิลึกซะอีก

ผู้ต้องหาที่ดิ้นไม่ออก ก็คือ “เจ้าของสถานบริการ”
แต่นั่นปลายเหตุ

ต้นเหตุ มันอยู่ที่ “หัวหน้าเขต-โยธาเขตจตุจักร” และตำรวจท้องที่

ถ้า “หัวหน้าเขต-โยธาเขต” ไม่มีอะไรมาบังตา การขออนุญาตเปิดร้านอาหาร แล้วมันจะกลายเป็นสถานบริการ ประเภทผับ บาร์ ด้วยชื่อบ่งบอกทนโท่ว่า “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ได้อย่างไร?

กทม.นี่ “ท่านผู้นำสูงสุด” ชื่อชัชชาติใช่มั้ย ท่านรองฯ ทวิดา?
ไปบอกท่านผู้นำสูงสุดของคุณว่า “อย่าอาศัยความไม่รู้ของชาวบ้าน แล้วทำตีขลุม ประหนึ่งว่า “กทม.ข้าไม่เกี่ยว”

กระทั่งนักข่าวยังโมเมไปถามหาความรับผิดชอบจากนายกฯ ให้ท่านลาออกจากรัฐมนตรีมหาดไทย
ถ้าจะให้รับผิดชอบด้วยการลาออก กรณีนี้ นายชัชชาติ “ผู้นำสูงสุด” ของรองฯ ทวิดา นี่แหละ
เป็นคนแรก ที่ต้องรับผิดชอบ ด้วยการลาออก!

แต่ทำ “ตีเซ่อ” เป็นว่าไม่รู้-ไม่ชี้ ทั้งที่เรื่องนี้ “หัวหน้าเขต-โยธาเขต” มีส่วนรับผิดชอบโดยตรง
หยุดบ้าพลังตอนไหน ใน “ฐานะผู้นำสูงสุด”

ท่านต้องตั้ง “คณะกรรมการสอบสวน” ผอ.เขตและโยธาเขต ว่ามีความบกพร่องหย่อนยานในการออกใบอนุญาต
และละเลยในการตรวจตราสถานที่ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่?
ผลสอบเรื่องนี้ มันอยู่บนฐาน “วินัยและอาญา”

ถ้า “ผู้นำสูงสุด” ของรองฯ ทวิดา ไม่ทำอะไรเลย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ คงต้องทำงาน!
มีคนถามผมเหมือนกันว่า ดูข่าวเรื่องนี้แล้ว มีแต่ข่าวคนเจ็บ-คนตาย ยังไม่เห็นว่าจับใคร..สอบสวนใคร เป็นผู้ต้องหาซักราย

ยิ่งประเด็น เปิด “ผิดประเภท” จากใบอนุญาต แต่เขตและโยธาเขต ไม่เคยมาตรวจตรา หรือมาตรวจ แต่ตามองไม่เห็น
โดยทั้งตำรวจ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. “ทำเป็นมองข้าม” ตัวต้นเหตุสำคัญนี้ไปเลย!

มีคนตาย-คนเจ็บมากมายเช่นนี้ แน่นอนนะ จะต้องมีเจ้าภาพจ่ายเงินให้เขา ถ้าโมเมจะเอาเงินจากภาษีประชาชนไปจ่าย มันไม่น่าจะถูกต้อง

ในส่วนความรับผิดชอบของเจ้าของสถานบริการ ก็ส่วนหนึ่ง
แต่ถ้าจะเป็นส่วนทางราชการด้วย
“กทม.” ผู้เก็บภาษีโรงเรือน ภาษีสถานบริการ และเป็นผู้ออกใบอนุญาต เมื่อรู้ว่าเปิดผิดประเภท แต่ไม่จัดการ
ก็ต้องเป็นผู้จ่าย ไม่ใช่รัฐบาลจ่าย!

ใครไม่เคยก่อสร้างใน กทม.จะไม่รู้หรอก ว่ากว่าจะผ่านแต่ละด่าน แต่ละขั้นตอน จนได้ใบอนุญาตจากเขตให้สร้างได้
จะต้องเจออะไรบ้าง?

ฉะนั้น เมื่อไฟไหม้มีคนตายหลายสิบ
“ต้นทาง” มาจากการอนุญาตและการตรวจสอบจากเขตที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฉะนั้น ก็ควรให้ “ต้นทาง” มีส่วนรับผิดชอบด้วย

หรือ “ผู้นำสูงสุด” จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก”
ก็จะได้จารึกชื่อไว้ “ริมสระ” สวนลุมฯ!

เปลว สีเงิน
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

Written By
More from pp
japfac กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ เรียบง่ายเปี่ยมด้วยฟังก์ชั่น ฝันที่เป็นจริงในเวลา 2 ปี !! จากร้าน IG สู่การวางขายในสยามเซ็นเตอร์
จากความฝันในการมีแบรนด์เป็นของตัวเองและปักหมุดในใจที่จะพาแบรนด์มาอวดโฉมอยู่ในสยามเซ็นเตอร์ ทำให้ เจน – เจนจิรา  ทรัพย์สกุล เจ้าของแบรนด์ japfac แบรนด์กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ daily and functional...
Read More
0 replies on “‘๓๓ ศพ’ ใครรับผิดชอบ? #เปลวสีเงิน”