‘นั่งคนเดียว..เหงานะ’ #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ช่วงเวลานี้…..

ต้องขอใช้คำว่า

คนไทย “ทุกข์ทั้งแผ่นดิน”!

ทุกข์แรก เป็นทุกข์ที่….

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

หรือ “พระองค์ภา” ของคนไทย

เสด็จคืนแดนสรวง

ทุกข์ที่สอง เป็นทุกข์จากรับรู้ถึงความหนักอึ้งในพระทัยของ

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระบรมราชินี” และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์

วันวาน (๑๔ มิ.ย.๖๙) “สำนักพระราชวัง” เปิดให้ประชาชนถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูปเป็นวันแรก

ปรากฏว่า ตั้งแต่เช้าตรู่ คณะบุคคล และประชาชน เดินทางไปถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยกันเนืองแน่น ชนิดเหนือคาดหมาย!

มีทั้ง ราชสกุล, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

มูลนิธิร่วมใจต้านภัยเอดส์, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ข้าราชการกระทรวงคมนาคม

และทยอยกันมาเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน

ทั้งประชาชน ข้าราชการ พนักงานบริษัท ห้างร้านต่างๆ  รวมถึงนักการเมือง เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น

“สำนักพระราชวัง” จะเปิดให้ประชาชน ถวายสักการะ

และลงนามแสดงความอาลัย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ณ “ศาลาสหทัยสมาคม” ใน “พระบรมมหาราชวัง” ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น.

ผมไม่มีจิตใจที่จะคุยอะไร

แต่มีความตั้งใจนำหลากเรื่องมาบันทึกให้อ่านกันตรงนี้

เรื่องแรก เพียงประโยคแรก น้ำตาก็ร่วงแล้ว!

ผู้ใช้นามว่า “คุณ Lek” โพสต์ไว้ ดังนี้

……………………………………..

“คุณ Lek”

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงโพสต์ถึง

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

“นั่งคนเดียวมันเหงานะ”

คิดถึงเวลาที่เรานั่งข้างๆ กัน

คุยปรึกษาเรื่องต่างๆ ตลอดเวลา ปรับทุกข์ update ชีวิตของกันและกัน

ห้วงเวลาตามเสด็จทูลกระหม่อมพ่อในงานพระราชพิธีต่างๆ น้องสุขใจทุกครั้งที่ได้เดินตามหลังพี่ภา

เราได้นั่งคู่กัน

ทูลกระหม่อมพ่ออยู่อีกฝั่ง เราก็แอบแซวท่านเล่น

มีอยู่ช่วงหนึ่ง เราเคยนั่งจับโปเกม่อนในวังหลวงกัน ยังจำได้ใช่ไหม

วันนี้ น้องนั่งอยู่คนเดียว

เหงาและรู้สึกหนาว

ภาพวันต่างๆ หวนคืนมา

ในช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน นึกถึงตอนที่ไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ ของอิตาลี

ทูลกระหม่อมพ่อทรงขับรถ

พี่ภาเป็น Navigator

ส่วนน้องนั่งกินขนมอยู่ข้างหลัง และคอยส่งเสบียง

คิดถึงทีไร ก็มีความสุขทุกครั้ง

สำหรับน้อง พี่ภาคือผู้หญิงที่เก่ง เข้มแข็ง มุ่งมั่น

และเด็ดขาด

เต็มที่กับทุกเรื่องในชีวิต อดทนเกินเบอร์

พี่ภาเรียนหนังสือเก่ง ทำอะไรก็เก่ง เล่นดนตรีไทยก็เก่ง โดยเฉพาะจะเข้

พี่ภาเป็นแรงบันดาลใจด้านกีฬาขี่ม้าของน้อง

ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝันของพี่ภา

น้องจะตั้งใจมุ่งมั่นฝึกฝน

และดูแลหน่วยม้าทรงให้ดีที่สุด

ทุกวันนี้

น้องยังไม่กล้าเปิดอ่านแชทที่คุยกันค้างไว้

และอยากให้พี่ภารู้ไว้ว่า

พี่สาวคนนี้ คือ

ลมใต้ปีกของน้อง

และจะอยู่ในใจของน้องตลอดไป

Dear Pat, my darling sister,

I hope you read my letter somewhere far, far away. You were the wind beneath my wings, always lifting me up with your love and guidance. I will cherish your love and carry you with me always.

Your beloved sister,

น้องหญิง

…………………………………………….

เป็นครั้งแรกที่เห็น “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

ทรงถอดความรู้สึกจากใจถึง “พี่ภา”

สั้น ง่าย แต่ กรีดลึก บ่อน้ำตาแตกทะลักทลาย

………………………………………………..

บันทึกต่อมาเป็นโพสต์ของคุณ “ปิยะชนก ลิมปะพันธุ์” คิดว่าน้อยคนจะทราบ

และเมื่อทราบ จะยิ่งรักใน “พระองค์ภา”

และน้อยใจว่า…กฎกรรมอันใดหนอ ช่างรังแก “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ได้ถึงเพียงนี้?

“ปิยะชนก ลิมปะพันธุ์”

บทสนทนาเล็กๆ ระหว่างฉัน เพื่อน และสามีชาวต่างชาติของเธอ

เพื่อน : ผู้คนเศร้าและอาลัยต่อพระองค์หญิงเหลือเกิน

ฉัน : คนวัยเราเห็นพระองค์มาตั้งแต่เกิด เห็นพระองค์ทรงเติบโต เห็นพระจริยวัตรอันงดงามมาตลอดชีวิต

แล้วฉันก็เล่าเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟัง

เรื่องเรือนไทยหลังเล็กๆ ในเรือนจำกลางระยอง

เมื่อฟังจบ สามีชาวต่างชาติของเพื่อนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

“เธอควรเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นได้รับรู้นะ”

“เจ้าฟ้าพระองค์เดียวในโลก ที่ทรงงานในเรือนจำ”

ประโยคนั้น ทำให้ฉันย้อนนึกถึงวันแรก ที่ได้เข้าไปเป็นครูอาสาในเรือนจำกลางระยอง เมื่อปี พ.ศ. 2565

ความตั้งใจของฉันคือ เข้าไปสอนวิชาชีพให้ผู้ต้องขังหญิง

วันแรกที่เดินผ่านกำแพงสูงใหญ่

ประตูชั้นที่ 1 ประตูชั้นที่ 2 ประตูชั้นที่ 3

เดินลึกเข้าไปยังแดน 3 ผู้ต้องขังหญิง

ผ่านประตูแรกของแดน

ผ่านประตูที่สองของแดน

ฉันเห็นเรือนไทยหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง

คงเพราะความสงสัยแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน

ท่านผู้อำนวยการจึงบอกว่า

“เรือนทรงงานของ ‘พระองค์ภา’ ค่ะ ท่านเสด็จมาทรงงานที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553”

ฉันนิ่งไป

ในหัวมีแต่คำถาม

ทำไมเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งจึงเสด็จมานั่งทำงานในเรือนจำ

ทำไมต้องเสด็จผ่านประตูที่แน่นหนาหลายชั้น

ทำไมเรือนทรงงานจึงเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ธรรมดา

และวิวรอบพระองค์ คือชีวิตประจำวันของผู้ต้องขังหญิง

ฉันไม่เข้าใจ

จนเมื่อกลับออกมา สิ่งแรกที่ทำคือ ค้นคว้าเรื่องโครงการของพระองค์

“โครงการกำลังใจ”

จึงได้ทราบว่าพระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง สตรีตั้งครรภ์ และเด็กที่ต้องอยู่กับมารดาในทัณฑสถาน

พระราชดำริและพระราชกรณียกิจเหล่านั้น ได้พัฒนาไปสู่ กลายเป็นที่มาของโครงการ “Enhancing Lives of Female Inmates”

“ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” หรือ Bangkok Rules มาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

ซึ่งได้รับการรับรองจากสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2553

ยิ่งอ่าน ยิ่งเข้าใจ

และยิ่งอ่าน น้ำตาก็ยิ่งไหล

สิ่งที่ครูอาสาตัวเล็กๆ อย่างฉันได้ทำ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่อาจเทียบได้เลยกับพระเมตตาและความทุ่มเทที่พระองค์ทรงมีต่อผู้คนที่สังคมอาจหลงลืม

จังหวัดระยองมีทะเลสวยงามมากมาย

แต่เจ้าหญิงของพวกเรา ทรงเลือกที่จะทรงงานอยู่ในเรือนไทยหลังเล็กๆ กลางแดนผู้ต้องขังหญิง

ทรงงานมานับสิบปี

ด้วยพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้

ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านเรือนทรงไทยหลังนั้น

ฉันจะค้อมคำนับจากหัวใจเสมอ

ภาพพระองค์ทรงงานในเรือนไทยหลังเล็ก

คือภาพของเจ้าหญิงผู้ทรงรักประชาชนของพระองค์อย่างแท้จริง

ภาพถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2553

หากมีคำใดที่ใช้ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

ขอกราบอภัยไว้ล่วงหน้า ความตั้งใจเพียงอยากเล่าเรื่องที่ได้พบเห็นด้วยตนเอง และบันทึกความทรงจำอันทรงคุณค่านี้ไว้

———

ขอขอบพระคุณ

คุณสมพงศ์ สนิทมัจโร

อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง

คุณกฤษณะ ทิพยจันทร์

ผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง

คุณรัตนา รอดศรี

ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง

รวมถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางระยองทุกท่าน

ที่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมเป็นครูอาสา และได้เรียนรู้คุณค่าของการให้โอกาสและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง

ด้วยความเคารพอย่างสูง และสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ปัณฑา บินส์

……………………………………..

สุดท้าย…..เป็นโพสต์จาก

“อุทยานราชภักดิ์”

“ทูลกระหม่อมพ่อจะคอยอุ้มชูทูลกระหม่อมภาเสมอ”

ถ้อยคำสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความรัก ความห่วงใย และสายใยแห่งความเป็นพ่อ

ตราตรึงอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยทุกคน

หนึ่งในถ้อยคำที่สะเทือนหัวใจคนไทย

คือพระราชหัตถเลขาใน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงมีถึง “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕

ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

และร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ต่อการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย

และขอน้อมถวายกำลังใจแด่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

……………………………………………….

ขอจบบันทึกรำลึกด้วยเทิดทูน “พระองค์ภา” ไว้แค่นี้ก่อน

เพราะสังคมนี้ชั่ว

ผลักชีวิตหญิงเข้ากรงขัง อนาคตเซซัง เคว้งคว้าง

แต่ด้วยหัตถา “พระองค์ภา” ทรงยื่นไปรับ

สังคมนี้ จึงมีที่ให้ “หญิงหลังกรงขัง” ได้ยืนอีกครั้งหนึ่ง

ดั่งบทเพลง “ใจนำทาง” อันเป็นเพลงประจำโครงการ  “กำลังใจ” เพื่อผู้ต้องขังหญิง ของพระองค์ ดังว่า….

ก่อนดวงตะวันจะทอแสงมา

ชีวิตต้องอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้

ชีวิตต้องผ่านนาทีร้ายๆ

เพื่อให้เราเข้าใจความหมายของคำหนึ่ง

นั่นคือศรัทธา.

-เปลว สีเงิน

๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระฉายาลักษณ์ร่วมของสองพระองค์ จาก เพจเฟซบุ๊ก

HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ

 

Written By
More from pp
ข่าวปลอม อย่าแชร์! ผลิตภัณฑ์ Hadar ช่วยบำรุงดูแลดวงตาและรักษาโรคตาต้อต่าง ๆ
ตามที่มีข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Hadar ช่วยบำรุงดูแลดวงตาและรักษาโรคตาต้อต่าง ๆ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
Read More
0 replies on “‘นั่งคนเดียว..เหงานะ’ #เปลวสีเงิน”