‘ส้ม’ ซ้ายตกขอบ #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ถามกันมาเยอะ
๔๔ สส.พรรคส้มจะรอดหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ทราบครับ
อยู่ที่ศาลท่านจะวินิจฉัย

แต่ถ้าจะพูดถึงพฤติการณ์ของ ๔๔ สส. มีเรื่องให้ตั้งข้อสังเกตเยอะครับ

วานนี้ (๑๖ เมษายน) ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยความคืบหน้าของคดีแก้ ม.๑๑๒ ของ ๔๔ สส.พรรคส้มว่า ได้รับการประสานจากศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องคดีในวันที่ ๒๔ เมษายนนี้

ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน
ถ้ารับคดีเดินหน้าต่อ ถ้าไม่รับก็จบแค่นั้น

ฟังสุ้มเสียงของ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ ไม่เป็นคุณกับพรรคส้มสักเท่าไหร่

ในวันที่ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา “สุรพงษ์ อินทรถาวร” เลขาฯ ป.ป.ช. พูดเอาไว้ชัดครับ

“…แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะบัญญัติให้สิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม

แต่การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในเรื่องดังกล่าว มุ่งพิจารณาถึงเนื้อหาของกฎหมายที่ผู้ถูกร้องได้นำเสนอและพฤติการณ์แห่งการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง ๔๔ คน ว่ามีความไม่สมควรประการใด

โดยบุคคลผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมในการปฏิบัติตนเช่นใด และสมควรกระทำหรือไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแห่งร่างกฎหมายที่เสนอกับพฤติกรรมอื่นๆ ที่แสดงออก…”

หมายความว่า แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ สส.มีหน้าที่ออกกฎหมาย แต่ใช่ว่าจะออกกฎหมายอะไรก็ได้

จะเห็นว่าท่าทีของพรรคส้มและมวลชนพรรคส้ม พยายามใช้วาทกรรม ถ้าไม่ให้ สส.ออกกฎหมายแล้วจะให้ไปทำอะไร เพื่อสร้างความชอบธรรมในการแก้ ม.๑๑๒

ชุดความเชื่อนี้แพร่หลายในหมู่มวลชนสีส้ม คดีนี้จึงถูกมองว่าเป็นแผนเล่นงานพรรคส้ม โดยฝ่ายอนุรักษนิยม

ว่าไปแล้วคดีนี้คือส่วนต่อขยายของคดีหลัก ๒ คดีก่อนหน้านี้

คือคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งระบบ รวมความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามมาตรา ๑๑๒ การหาเสียง ตลอดจนพฤติการณ์และการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๒ นั้น เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๔๙

มีคำสั่งให้พรรคก้าวไกล และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เลิกการกระทำ เลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิกมาตรา ๑๑๒

อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ด้วยวิธีการที่ไม่ใช่วิธีการทางกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

จากนั้นก็ต่อด้วย คดียุบพรรคก้าวไกล ที่สืบเนื่องจากถูกร้องว่ากระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ (พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ) มาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๑) (๒)

คดี ๔๔ สส. คำร้องของ ป.ป.ช.มีอยู่ตอนหนึ่งระบุว่า
“…สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้ง ๔๔ ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง ๔๔ ยังคงยืนยันจะเสนอ พ.ร.บ.ดังกล่าว

การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง ๔๔ จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข…”
ล่าสุดในการแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน เมื่อวันที่ ๙ เมษายนที่ผ่านมานี่เอง “หัวหน้าเท้ง” ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม

“…บรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาล
คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่นๆ ว่าขอให้มาอยู่ฝั่งนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด
คนคนนี้คือคนที่ถือใบอนุญาตที่สอง
และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง…”

นี่คือส่วนหนึ่งของการอภิปรายที่โยงไปถึงสถาบัน

คืนวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ “อนุทิน” ไปไหนบ้าง ก็เคยเขียนไปละเอียดแล้ว
จะด้วยเจตนาอะไรก็ตาม แต่สะท้อนให้เห็นแนวคิดของพรรคส้มว่า สถาบันคืออุปสรรค!

๔๔ สส.ก้าวไกล ปัจจุบันเหลืออยู่ในพรรคประชาชน ๑๐ คน ได้แก่
สส.บัญชีรายชื่อ

๑.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ ๑
๒.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ ๒
๓.รังสิมันต์ โรม
๔.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
๕.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
๖.ณัฐวุฒิ บัวประทุม
๗.วาโย อัศวรุ่งเรือง
๘.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
สส.เขต
๙.ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. เขตหนองจอก
และ ๑๐.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. เขตบางพลัด

พรรคประชาชนมี สส.ทั้งสิ้น ๑๒๐ คน ถ้าศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดและพ้นจาก สส. ในแง่จำนวน สส.ไม่กระทบมากนัก
สามารถเลื่อนบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น สส.ได้
จะมีเลือกตั้งใหม่แค่ ๒ เขตเท่านั้น

แต่ในแง่การเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าศักยภาพของพรรคส้มอ่อนวูบลงไปทันที
จากแกนนำรุ่น ๑ นำโดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”
รุ่น ๒ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”
รุ่น ๓ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”

คำถามคือ “รุ่น ๔” จะสามารถรับมือแรงกดดันที่เกิดจากอุดมการณ์เดิมของพรรคได้หรือไม่
หรือจะมีการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่
แต่คงไม่มีอะไรต้องไปคิดแทน เพราะอุดมการณ์ซ้ายจัดตกขอบของพรรคส้มแทบไม่มีทางไปต่อบนถนนการเมืองไทย.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
โออาร์ เร่งขยายจุดจำหน่ายน้ำมัน พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 ตั้งเป้า 300 แห่งภายในปีนี้ พร้อมให้ บี10 เป็น “พลังงานทางเลือกที่เร่งสิ่งดีๆ ให้ชีวิตและสังคม”
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท....
Read More
0 replies on “‘ส้ม’ ซ้ายตกขอบ #ผักกาดหอม”