เปลว สีเงิน
“หัวใจ” น่ะ
ไม่รู้เรื่องอะไรของมนุษย์เขาหรอก เพราะมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตอย่างเดียว
“จิตใจ” นั่นตะหาก
เป็นตัวทำหน้าที่รับรู้อารมณ์ต่างๆ แล้วปรุงแต่งอารมณ์นั้นให้เป็น โกรธ เกลียด รัก ชัง ให้ งก เมตตา เหี้ยม อำมหิต
ผมมานึกในข้อนี้ เมื่ออ่านข้อความที่เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเตหะราน เขาเขียนป้ายติดไว้ว่า
Take What You Need,
Pay after War.
อ่านแล้วก็ย้อนดูสังคมไทย จิต “ตัวรับรู้อารมณ์” ก็บอกว่า
“คนอิหร่าน” กับ “คนไทย” เหมือนมี “หัวใจดวงเดียวกัน”
ยามวิกฤตเกิดขึ้นในบ้านเมืองครั้งใด
พวกเราคนไทยต่างเฮละโลช่วยกัน โดยไม่ต้องดูหน้าว่า..นั่นเป็นใคร มาจากไหน คนดี-คนร้าย มิตรหรือศัตรู!
ถือว่าเรื่อง “ช่วยคนเฉพาะหน้า” เป็นเรื่องที่ “ต้องทำก่อน”
ในภาวะสงคราม อิหร่านแหลกด้วย “สหรัฐ-อิสราเอล” ถล่ม ชาวชนอิหร่านก็มีจิตใจเหมือนไทยเราเปี๊ยบ
อ่านที่คุณ “Aroon Wittayanont” โพสต์ไว้ ๓-๔ วันก่อนก็ได้
“หยิบไปก่อน…ค่อยจ่ายหลังสงคราม”
เมื่อมนุษย์เลือก “ไม่ทิ้งกัน” ในวันที่โลกกำลังแตกสลาย
Ahmed Rashid / Afra News
บทนำ……
ในโลกที่ข่าวส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเสียงระเบิด ความสูญเสีย และความหวาดกลัว
มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด
ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต แห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา
“หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีเงื่อนไข
มีเพียง “ความไว้ใจ”
เรื่องราวที่มากกว่าป้าย มันไม่ใช่แค่ป้ายหน้าร้าน แต่มันคือการประกาศว่า
“ถ้าคุณกำลังลำบาก…คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรเลย”
ในช่วงเวลาที่หลายคนอาจไม่มีเงินสด
ไม่มีรายได้ หรือไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
มีใครบางคน เลือกจะบอกว่า
“เอาไปก่อน”
หัวใจของสังคมที่ยังมีชีวิต
สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่นโยบาย
ไม่ใช่แคมเปญ ไม่ใช่การสร้างภาพ
แต่มันคือ “สัญชาตญาณของมนุษย์” ที่ยังคงอยู่ แม้ในวันที่โลกกำลังสั่นคลอน
นี่คือวัฒนธรรมของการแบ่งปันที่ฝังลึกในสังคม
การช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องรู้จักกัน
การให้โดยไม่ต้องถามว่าใครสมควร
การเชื่อใจกัน…แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน
ความหมายที่ลึกกว่าสงคราม
สงครามอาจทำลายถนน ทำลายตึก ทำลายระบบเศรษฐกิจ
แต่มีบางอย่างที่มันทำลายไม่ได้ คือ
“ความเป็นมนุษย์”
ป้ายนี้ไม่ได้แค่ให้ของ แต่มันกำลังรักษาศักดิ์ศรีของคนที่เดือดร้อน
เพราะมันไม่บังคับให้ใครต้องขอ ไม่ทำให้ใครต้องรู้สึกต่ำต้อย และไม่ทำให้การได้รับความช่วยเหลือเป็นเรื่องน่าอาย
ภาพเล็กๆ ที่สะท้อนโลกทั้งใบ
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยการแบ่งฝ่าย
ภาพนี้กำลังบอกเราว่า
มนุษย์ยังสามารถเลือกได้ ว่าจะเป็น “ผู้เอาเปรียบ” หรือ “ผู้ยื่นมือ”
และในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ แห่งนั้น
มีคนคนหนึ่ง…เลือกแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอิหร่าน
แต่มันคือคำถามที่ย้อนกลับมาหาเราทุกคน
ถ้าวันหนึ่ง…เรายืนอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราจะกล้าเขียนป้ายแบบนั้นไหม?
และถ้าเราเป็นคนที่กำลังลำบาก เราจะกล้า “เชื่อใจ” โลกใบนี้อีกครั้งหรือไม่
บทสรุป
๑.โลกอาจไม่ได้ต้องการข่าวที่ดังขึ้น
แต่มันต้องการเรื่องราวแบบนี้มากขึ้น
เรื่องราวที่เตือนเราว่า
ท่ามกลางสงคราม
ท่ามกลางความแตกแยก
มนุษย์ยังสามารถเป็น “ที่พึ่งของกันและกัน” ได้ และบางครั้ง
ความหวัง…
ก็เริ่มต้นจากป้ายเล็กๆ เพียงป้ายเดียว
…………………………………………..
เรื่องของจิตใจนี้มันลึกซึ้งนะ ถึงขั้นที่พระบรมศาสดาเจ้าตรัสไว้เลยว่า
“มะโนปุพพังคะมา ธัมมา มะโนเสฏฐา มะโนมะยา มะนะสา เจ ปะสันเนสะ ภาสะติ วา กะโรติ วา ตะโต นัง สุขะมะเนวะติ ฉายาวะ อนุปายินี.”
“ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่ใจ ถ้ามีใจผ่องใส พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ความสุขย่อมไปตามเขา เหมือนเงาไปตามตัว”
ฉะนั้น ก็จำกันไว้
มีสมบัติให้เรารักษามากมายขนาดไหน
ก็ไม่สำคัญเท่า “เรามีจิตใจ” ที่ต้องรักษา!
วันนี้ก็…เสาร์ที่ ๑๑ เมษา.ที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน จะมีการเจรจารอบแรกระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
ทางปากีสถาน “ตรวจเข้ม” ถึงขั้นประกาศให้วันพฤหัสบดีและวันศุกร์เป็น “วันหยุดราชการ”
เรียกว่าคุ้มกันผู้มาเข้าร่วมประชุมของทั้ง ๒ ฝ่ายชนิด “ไข่ในหิน” เพราะถ้าฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งมีอันตรายเกิดขึ้น
ปากีสถาน “ซวยแน่”!
ทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ นำโดย รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษเพื่อตะวันออกกลาง
และลูกเขยประธานาธิบดีทรัมป์….“จาเร็ด คุชเนอร์”
ทางฝ่ายอิหร่าน ทีมเจรจาก็มี “อับบาส อาราคชี” รัฐมนตรีต่างประเทศ กับ “โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” ประธานรัฐสภา
ข่าวบอกว่าอาจมี “บุคคลสำคัญ” จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เข้าร่วมด้วย
ส่วนสถานที่เจรจากันนั้น จัดที่โรงแรมเซเรน่า ระดับ ๕ ดาว อยู่กลางกรุงอิสลามาบัด ให้ความสำคัญถึงขั้น ทางโรงแรมย้ายแขกที่พักออกทั้งหมด
ในรัศมี ๓ กม.รอบโรงแรม เป็นเขตหวงห้าม รถราห้ามวิ่ง ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร
แต่ก็ไม่แน่นะ
อาจ “ลับ-ลวง-พราง” เรื่องสถานที่ก็เป็นได้ ทำเป็นว่าจะประชุมที่นี่ แต่เอาเข้าจริง ดอดไปประชุมกันที่อื่น
เพราะเขาก็บอกล่วงหน้าแล้วว่า เตรียมสถานที่ประชุมไว้ ๓-๔ แห่ง!
ดูไปก็เหมือนตอนไทย-เขมรนัดเจรจา ตกลงกันว่าช่วงก่อนประชุมต้อง “หยุดยิง” นะ
แต่พี่เหมนก็ตุกติกทุกครั้ง!
นี่ก็เหมือนกัน สหรัฐฯ ไม่ถล่ม แต่ให้อิสราเอลถล่มเลบานอนตายกันเละทะ อิหร่านถาม “ไหนบอกว่าหยุดยิงไงล่ะ?”
สหรัฐฯ บอก “เลบานอนอยู่นอกเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิง”
อิหร่านก็บอกว่า…เฮ้ยอย่างนี้ได้ไง!
ฮิสบอลเลาะห์ ในเลบานอน ก็อยู่ใต้เงื่อนไขข้อตกลงนั้น
ถ้ายูเล่นหรี่ตา-เหยียบตีนกับอิสราเอลแบบนี้ ไอก็เอาบ้างนะ
ว่าแล้วอิหร่านก็มาร่วมประชุมไป ถล่มประเทศในอารักขาสหรัฐฯไป ทั้งซาอุดีอาระเบีย ทั้งยูเออี ก็อ่วมอรทัยไป
กระทั่งอิหร่านเอง….
ก็ถูกอิสราเอลฉวยโอกาส “ปิดประตูตีแมวเปอร์เซีย” น่วมไป
อิหร่านบอก งั้นก็ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ต่อ
ใครผ่านก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วยสกุลเงิน Cryptocurrency ในอัตรา ๑ เหรียญสหรัฐฯ ต่อน้ำมัน ๑ บาร์เรล
ทุกวันนี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันร่วม ๒๐๐ ลำ บรรทุกน้ำมันดิบรวมกว่า ๑๗๕ ล้านบาร์เรล จอดรออยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
และเรือประเภทอื่นๆอีก ๓๐๐-๔๐๐ ลำ ที่รอผ่านช่องแคบ
พออิหร่านบอกว่าจะเก็บค่าผ่านทาง
ทรัมป์ ยุส่งเลยว่า ดีๆ จะได้มีรายได้มาแบ่งกัน!?
แต่ยุโรปหน้าบอกบุญไม่รับ อ้าง “กฎหมายระหว่างประเทศ” ว่า ได้บัญญัติถึงเสรีภาพในการเดินเรืออย่างเสรี
หมายความว่า “ไม่มีใครสามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น”
ยุโรปเขาเป็นพวกเคร่งศีล ในขณะที่ ทุกวันนี้ ทั้งกติกาโลก ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ
“พี่ทรัมป์-ผู้ยิ่งใหญ่” นำหน้าชำเราทั้งกฎหมายโลก ทั้งกติกาโลก เสียความบริสุทธิ์ไปหมดแล้ว ใช้บังคับใคร ใครก็ไม่ยอมรับแล้ว!
โลกมันมาถึงยุค “ตีนใครใหญ่-ใครอยู่” ไปแล้ว
มัวพับเพียบเรียบร้อยรอสหประชาชาติ รอศาลโลก ประทานความยุติธรรมให้
บ้านเมืองตัวเองถูกรังแกฉิบหายวายวอดหมด!
ดูเขาแล้วย้อนดูเรา…..
ด้วยสภาพสังคมโลกปัจจุบันนี้ แต่ละประเทศต้องปกป้องพิทักษ์ชาติบ้านเมืองตัวเองภาวะ หวังพึ่งกติกาโลกก็ยากแล้ว
ฉะนั้น ต้องเข้มแข็ง-สามัคคี
การเจรจา “สหรัฐ-อิหร่าน” เชื่อเหอะ จบลงด้วยแยกย้ายกลับไปถล่มกันต่อ
เรื่องที่จะให้อิหร่านเลิกเก็บค่าผ่านปากช่องแคบนั้น
เมินซะเถอะ…ชาตินี้
เว้นแต่ว่าสหรัฐฯยอมแก้ผ้า นอนหงายท้องให้อิหร่านเหยียบอก!
ฉะนั้น ด้วยวุฒิภาวะของผู้ทำหน้าที่แทนประชาชน ควรตระหนักรู้ว่า สถานการณ์นี้
ไม่ใช่เวลาจะมาประหัตประหารล้มล้างรัฐบาล ช่วงชิงอำนาจ ชำระแค้นอะไรกัน
ประเทศไทย รัฐบาลเผด็จการ ก็มีแล้ว
รัฐบาลประชาธิปไตยเสียงข้างมาก ก็มีแล้ว
รัฐบาลประชาธิปไตยเสียงข้างน้อย ก็มีแล้ว
ถ้ามีช่องทางกฎหมายให้ทำได้….
ลองให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” หยุดค้าน-หยุดแค้นกันซักครั้งจะเป็นไร
แล้วดูซิ ว่าถ้าสามัคคีรวมใจ จะพาประเทศไทยไปรอดหรือไปล่ม!?
เปลว สีเงิน
๑๑ เมษายน ๒๕๖๙

