ROCTEC กับอีกหนึ่งบทบาท ต่อยอดวัสดุอย่างมีคุณค่า ตามแนวทาง Circular Economy

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้กลายเป็นความคาดหวังสำคัญของภาคธุรกิจมากขึ้นจากนักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า และสังคมในวงกว้าง

สำหรับ ROCTEC ในฐานะผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงทั้งธุรกิจสื่อและเทคโนโลยี บริษัทตระหนักดีว่าความรับผิดชอบทางธุรกิจในวันนี้ไม่ได้วัดเพียงประสิทธิภาพของการสื่อสารหรือผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสมและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการดำเนินงาน

โดยเฉพาะในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home: OOH) ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะ การสื่อสารของแบรนด์ และการใช้วัสดุในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต ติดตั้ง ใช้งาน ไปจนถึงการจัดการวัสดุหลังจบแคมเปญ

ด้วยเหตุนี้ ROCTEC จึงมุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การจัดการวัสดุใช้แล้วอย่างรับผิดชอบ และการขับเคลื่อนแนวทางการเติบโตที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว

ROCTEC มองว่าคำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การกล่าวถึงความยั่งยืนในเชิงหลักการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวให้กลายเป็นการปฏิบัติที่เกิดขึ้นได้จริงในกระบวนการทำงานของธุรกิจ โดยเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่องค์กรสามารถลงมือทำได้อย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในนั้นคือการนำไวนิลที่ใช้งานแล้วกลับมาพิจารณาใหม่ ไม่ใช่ในฐานะวัสดุที่หมดหน้าที่และรอการกำจัด แต่ในฐานะทรัพยากรที่ยังมีศักยภาพในการสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยืดอายุวัสดุให้นานที่สุด ภายใต้แนวคิดนี้ วัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วไม่จำเป็นต้องกลายเป็นของเสียเสมอไป แต่สามารถนำมาต่อยอดหรือแปรรูปให้เกิดประโยชน์ใหม่ได้อีกครั้ง (upcycling) สำหรับ ROCTEC ไวนิลที่หมดบทบาทจากการเป็นสื่อโฆษณาจึงยังสามารถกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบอื่นได้ แทนที่จะถูกทิ้งหรือกำจัดออกจากระบบ

ในทางปฏิบัติ แนวทางดังกล่าวได้ถูกต่อยอดไปสู่การสร้างประโยชน์ในระดับชุมชนและสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดย ROCTEC ได้นำวัสดุเหลือใช้จากสื่อโฆษณา (ไวนิล) มาผลิตเป็นทั้งสื่อการเรียนการสอน สื่อเตือนภัยทางไซเบอร์ สื่อรณรงค์แยกขยะเพื่อลดโลกร้อน และกระเป๋าสำหรับนักเรียน เพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียน 4 แห่งในจังหวัดศรีสะเกษ อันได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย โรงเรียนบ้านโพนยาง โรงเรียนบ้านเห็นอ้ม และโรงเรียนบ้านหนองตาเขียงหนองดู

โครงการดังกล่าวได้สร้างสรรค์ชิ้นงานมากกว่า 300 ชิ้น ครอบคลุมทั้งกระเป๋าสำหรับนักเรียน สื่อการเรียนการสอน สื่อเตือนภัยทางไซเบอร์ และสื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งมอบให้แก่โรงเรียนในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุที่เคยหมดหน้าที่ในการถูกต่อยอดให้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ทั้งในมิติของการเรียนรู้ การสร้างความตระหนักรู้ และการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยเหตุนี้ เรื่องดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการจัดการวัสดุหลังจบงาน แต่เป็นการสร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการลดของเสีย การต่อยอดทรัพยากร และการส่งต่อประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชน

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนความเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ผ่านการยกระดับโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้สามารถสร้างคุณค่าได้หลากหลายยิ่งขึ้น ตลอดจนการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณของเสีย แต่ยังมีส่วนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

สำหรับ ROCTEC แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจำกัดอยู่เพียงระดับนโยบาย หากสามารถเริ่มต้นได้จากรายละเอียดของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่วิธีคิดต่อวัสดุที่ใช้ ไปจนถึงการออกแบบกระบวนการทำงานให้สร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริง

เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ROCTEC จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภาระเพิ่มเติมของธุรกิจ แต่เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าในระยะยาวจากเรื่องที่ทำได้จริง

ท้ายที่สุด การนำไวนิลที่ใช้งานแล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่เป็นกระเป๋า พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนใกล้เคียงมีส่วนร่วมในการผลิต อาจดูเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่สะท้อนวิธีคิดสำคัญของภาคธุรกิจ นั่นคือการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรในทุกช่วงของการใช้งาน และความเชื่อว่าธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้

ที่สำคัญ ROCTEC ไม่ได้มองการดำเนินงานลักษณะนี้เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งๆ แต่ตั้งเป้าให้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถดำเนินต่อเนื่องในทุกปี โดยมีแผนขยายการส่งมอบไปยังโรงเรียนในต่างจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทในการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นคุณค่าที่ส่งต่อได้จริง ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม การศึกษา และสังคมในวงกว้าง
แม้ว่าธุรกิจสื่อโฆษณาของ ROCTEC จะไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท แต่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานของธุรกิจดังกล่าวภายใต้กรอบ ESG อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด ควบคู่กับการใช้สื่ออย่างรับผิดชอบเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีสื่อดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและลดการใช้ทรัพยากรในบางส่วนเมื่อเทียบกับสื่อรูปแบบดั้งเดิม

ในภาพใหญ่ ROCTEC ดำเนินธุรกิจหลักในฐานะผู้ให้บริการ ICT Solutions ที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบระบบ ไปจนถึงการติดตั้งและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับองค์กรภาครัฐและเอกชน สะท้อนบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนทั้งธุรกิจสื่อและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไปสู่อนาคตที่สมดุลยิ่งขึ้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และความยั่งยืนในระยะยาว.

Tags from the story
,
Written By
More from pp
พุทธศาสนิกชนชาวอุบลร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9 ทุกวันเสาร์จนถึงวันที่ 5 ธันวา
เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.30 น. ณ พระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง วัดมหาวนาราม (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองอุบลราชธานี...
Read More
0 replies on “ROCTEC กับอีกหนึ่งบทบาท ต่อยอดวัสดุอย่างมีคุณค่า ตามแนวทาง Circular Economy”