หุบปากเสียบ้างก็ดี #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ช่วงนี้คงยังเบื่อเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ครับ เพราะมีนักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว รวมทั้งนักลวงโลกหลายกลุ่ม อยากให้เลือกตั้งใหม่

ถึงขนาดมีโพลออกมา ให้เลือกตั้งใหม่ ซึ่งมันสวนทางกับความประสงค์ของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ที่ใช้สิทธิเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์

นิด้าโพล ที่ว่าแม่นที่สุดในการทำนายผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็ยังคงแม่นต่อไป

คำถามเรื่องการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ ๕๐.๓๑ ระบุว่า ไม่กังวลเลย

รองลงมา ร้อยละ ๒๐.๕๓ ระบุว่า ค่อนข้างกังวล

ร้อยละ ๑๘.๔๐ ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล

ร้อยละ ๑๐.๒๓ ระบุว่า กังวลมาก

จะเห็นได้ว่าร้อยละมันล้อไปกับผลการเลือกตั้ง

ต่างจากสวนดุสิตโพลที่สำรวจก่อนเลือกตั้งว่าพรรคส้มนอนมาอย่างสิ้นเชิง

ผลสำรวจออกมาแบบนี้ครับ…

ร้อยละ ๖๗.๙๙ กังวลเรื่องความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง

ขณะที่ร้อยละ ๔๐.๔๕ ระบุถึงขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือความสับสนในหน่วยเลือกตั้ง

เมื่อพิจารณาการทำงานของ กกต. ร้อยละ ๓๓.๖๘ ระบุว่า ไม่ค่อยพึงพอใจ

และเมื่อประเมินผลต่อภาพรวมการเมืองไทย ร้อยละ ๔๙.๓๑ เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะทำให้สถานการณ์ เหมือนเดิม…

ทำไมผลสำรวจมันถึงออกมาต่างกันราวหน้ามือเป็นหลังเท้าไปได้ล่ะครับ

สำรวจจากคนประเทศเดียวกันหรือเปล่า?

มันโจ่งแจ้งเกินไปครับ!

เรื่องบาร์โค้ดคิวอาร์โค้ด อธิบายไปคนที่ตั้งธงไม่ยอมเข้าใจเพราะถือหางการเมืองอีกฝ่าย ก็คงไม่มีใครไปเปลี่ยนความคิดได้

ต่อให้มีคำวินิจฉัยออกมา พวกนี้ก็จะวิจารณ์คำวินิจฉัยว่าไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไปถึงขั้นบอกว่าศาลแทรกแซงการเมือง ซึ่งเราได้ยินกันมาบ่อยแล้ว

แล้วจะต้องเอามาพูดหาพระแสงอะไร

ยังต้องพูดครับ เพราะมีการบิดเบือนประเด็นไม่เว้นวัน จากนักวิชาการตัวดี นักการเมืองเฮงซวย เพียงเพราะไม่อยากเห็นส้มแพ้

ใครที่บอกว่า กกต.ไม่มีสิทธิ์ไปพิมพ์บาร์โค้ดคิวอาร์โค้ด และไม่มีสิทธิ์ไปแก้ไขอะไรในบัตรเลือกตั้งโดยไม่บอกกับประชาชน

ไปกางกฎหมายดูครับ

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. ๒๕๖๖ ข้อ ๑๒๙ ระบุไว้ว่า

“…บัตรเลือกตั้งให้ใช้กระดาษที่มีขนาดกว้างยาวตามความจำเป็น

คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง…”

ประเด็นนี้จบนะครับ!

แต่…ก็มีคนพร้อมที่จะไม่เข้าใจอยู่ดี

คุณ Chaiyut Sri โพสต์เรื่องนี้ให้เข้าใจได้ง่ายๆ

“…ไม่เข้าใจกับเรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมาถกเถียงกันอยู่ในตอนนี้อย่างหนักเพื่อเปลี่ยนเกมทางการเมือง กับอีแค่เรื่อง QR/Barcode ลับหรือไม่ลับ

เอาง่ายๆ ก่อนนะครับ ผมถามว่าในขณะที่ กปน.อ่านคะแนนมีคนเห็นบัตรลงคะแนน สามารถบอกได้เลยหรือเปล่าว่าใบลงคะแนนใบนั้นเป็นของใคร

หากไม่สามารถรู้ได้ แสดงว่าการลงคะแนนที่หน่วยนั้นเป็น ‘ลับ’ ถูกต้องหรือไม่

ส่วนหากถามว่าลงคะแนนให้ใครไม่ต้องถามว่า ลับ หรือไม่ลับ มันไม่ลับแน่นอนเพราะ กปน.ยกชูให้ดู พร้อมอ่านให้ฟัง

ดังนั้นบัตรลงคะแนนใบนั้นก็ไม่ได้เป็นความลับแล้ว แต่มันจะเป็นความลับเฉพาะตอนที่ผู้ประสงค์ลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาทลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น

แต่พอเจ้าหน้าที่เปิดหีบนับคะแนน บัตรใบนั้นก็ไม่ลับตามความหมายของคำว่า ‘ลงคะแนนโดยลับ’ แล้วใช่หรือไม่

แต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าบัตรแต่ละใบเป็นของผู้ใด

ดังนั้นมันจึงเป็นความลับในส่วนของเจ้าของบัตรใบที่เปิดขานคะแนน

คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพวกกูรู้ กูเก่งไอที กูคือวิศวะกะชื่อดังของภูมิภาคก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าใบที่ กปน.ยกขึ้นขานคะแนนนั้นเป็นของใคร

คุณว่าจริงมะ

ต่อให้ได้ QR/Barcode ใบที่กำลังอ่านมาก็ตาม

แต่หลายคนบอกว่าการทำ QR/Barcode ไว้นั้น มันสามารถสืบค้นกลับไปหาเจ้าของได้ ก็อาจจริง แต่หากพวกคุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ที่ถูกแต่งตั้งให้เข้าถึงความลับเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณก็ไม่สามารถเข้าถึงได้แน่นอน

ทำไมนะหรือที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

เพราะเหตุผลเดียวคือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ และในระเบียบนี้ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าใครสามารถเข้าถึงชั้นความลับได้บ้าง

ผมจึงมั่นใจว่าท่านผู้รู้ทั้งหลายที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง QR/Barcode เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนเกมทางการเมือง

หวังให้ศาลพิจารณาให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะนั้น ไม่สามารถเข้าถึงต้นขั้วที่จะสืบค้นกลับไปหาคนลงคะแนนได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า พวกท่านๆ ทั้งหลายไม่ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้าถึงความลับในเรื่องนี้เลย

และไม่มีสิทธิ์เข้าถึงด้วย

ทำได้อย่างเดียวคือทำให้ประเทศวุ่นวายเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ…”

ครับ…ที่จริงถ้า กกต.อนุญาต น่าจะให้ดอกเตอร์กฎหมายที่ออกมาตะโกน เลือกตั้งโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ ลองไปหาบัตรคนในบ้านตัวเองว่า ใครลงคะแนนให้ใครบ้าง

ถ้าทำได้ เชิญเลือกตั้งใหม่เลยครับ

แต่ถ้าไม่ได้ หยุดเผยอปากเสียบ้างก็ดี.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
“กฤษฎา” นำ ธอส. ขานรับนโยบายรัฐบาล ลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.25% ต่อปี พร้อมส่งเสริมวินัยการออม ด้วย “เงินฝากออมทรัพย์เก็บออม” ดอกเบี้ยสูงถึง 1.95% ต่อปี ระบุนโยบายนี้เพื่อบรรเทาลดภาระช่วยประชาชน
29 เมษายน 2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะการกำกับธนาคารอาคารสงเคราะห์...
Read More
0 replies on “หุบปากเสียบ้างก็ดี #ผักกาดหอม”