สันต์ สะตอแมน
“ก็คาดหวังว่าทุกคนเวลาพูดอะไรไปแล้วเราก็อยากให้ทำตามนั้น
บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาก็จริง แต่อย่างน้อยเวลาเข้าไปจาก 10 เรื่องทำได้สัก 7 เรื่องมันก็ยังดี แต่เรื่องไหนที่ยังทำไม่ได้ก็คงต้องสื่อสารว่าทำไม่ได้เพราะอะไรแบบไหน
เพราะสิ่งที่เราเห็นพอทำไม่ได้ก็ปล่อยผ่านไปเลย พอเลือกตั้งครั้งใหม่ก็พูดเรื่องใหม่แล้ว
ก็อยากจะฝากบอกถึงนายกฯ คนใหม่ว่าอยากให้ทำให้เต็มที่ การเมืองทุกวันนี้ทุกคนให้ความสนใจหมด จริงๆ นายกฯ งานทุกอย่างที่ได้รับก็จะถูกจับตามอง อยากให้มีความมั่นคงมากๆ
ในสัจจะที่ตั้งเอาไว้ มั่นคง มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มันเป็นเรื่องยากมาก แต่ถ้าเกิดทำได้มันก็จะดีต่อประชาชนทั้งประเทศ”
นี่..พระเอกหนุ่ม “อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์” พูดกับนักข่าวก่อนหย่อนบัตรลงหีบเลือกตั้ง ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่รู้ว่า พรรคไหนจะมาเป็นที่ 1 ได้จัดตั้งรัฐบาล
แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยชนะ-ได้ สส.เข้าสภาเกือบ 200 ท่าน แน่นอนว่า คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องเป็นผู้รับ “สาร” นี้ไว้พิจารณาในฐานะนายกรัฐมนตรี!
เช่นกันกับสารที่นักแสดงสาวคนสวย “อแมนด้า ออบดัม” ได้โพสต์.. “ฝากถึงนายกฯ คนใหม่นะคะ ด้าหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
ประชาชนทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ คนใหม่ขอแสดงความยินดีค่ะ
เพราะคุณคือคนที่ประชาชนเลือก ด้าหวังว่าคุณจะรับฟังเสียงของประชาชนนะคะ สู้ๆ นะคะ”
ก็..สู้ๆ นะครับคุณอนุทิน ไม่ได้ยุให้สู้กับเขมรที่ตั้งท่ารอเปิดศึกรอบใหม่อยู่เหยงๆ แต่อยากให้สู้กับเศรษฐกิจ-ปากท้องของประชาชน..
ต้องเอาชนะให้ได้ในเร็ววัน ไม่งั้นเสียชื่อ “ศุภจี-เอกนิติ” เหม็ดเลยนิ!
เอ้า..ส่วนนั่นเมื่อไม่ชนะก็ต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้อย่างองอาจ ไม่ใช่พอแพ้ก็พาล-ถ่มถุย ดูถูกคนต่างจังหวัดว่าไม่เลือกประชาชนเพราะปฏิเสธความเจริญ..
จมอยู่กับความจน ความแก่และความล้าหลัง ไม่เปิดโอกาสให้ลูกหลานได้สัมผัสความเจริญก้าวหน้า!
อย่างไรก็ตาม คนต่างจังหวัดที่จน-แก่-โง่ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนใจอะไร แต่คนที่เดือดดาลกลับกลายเป็นคุณปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่ถึงกับโพสต์..
“ได้ สส.กรุงเทพฯ ทั้งหมด แต่แพ้เลือกตั้งอย่างย่อยยับ แทนที่จะวิเคราะห์ว่าทำไม ติ่งส้มกลับโทษว่าคนต่างจังหวัดโง่ นี่ไม่เรียนรู้บทเรียนที่ผ่านมาบ้างเหรอ”
นั่นสิ..ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกติ่งส้ม หรือคนในพรรคถึงได้มองว่าคนต่างจังหวัดโง่-ล้าหลัง เพราะความเป็นจริงในการเลือกตั้งแต่ละครั้งนั้น
สังเกต..คนต่างจังหวัดจะมีปัญญา-ความเฉลียวฉลาดในการเลือกคนเข้าไปเป็นผู้แทนของเขา เช่นว่าเขาเลือกคนในพื้นที่ที่ทำงาน และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเขาได้
ประเภทที่ชาวบ้านเรียกหาให้มาช่วยเหลือในยามเดือดร้อน แต่กลับว้ากใส่.. “ไม่ใช่หน้าที่ หน้าที่ สส.คือการทำงานในสภาเท่านั้น” เขาจะเลือกไปทำห่าอะไร!
ในขณะเดียวกัน..กรุงเทพฯ เมืองเจริญ ผู้คนมีการศึกษา แต่ดูเหมือน “ปัญญา-ความฉลาด” ในการเลือกผู้แทนจะเทียบกันไม่ได้แม้แต่นิดกับชาวบ้านจนๆ แก่ๆ
เพราะอย่างที่เห็น การเลือกตั้งคราวนี้ คนกรุงเทพฯ เทคะแนนเสียงให้พรรคส้ม กวาด สส.ครบหมดทั้ง 33 เขต ทั้งๆ ที่ในหลายๆ เขต..
แทบจะพูดได้ว่า “เลือกเสาไฟฟ้า” ก็ดูจะไม่เกินจริง บางคนเป็นแค่นักกิจกรรม ร่วมเดินชู 3 นิ้วในม็อบ จบปริญญาก็จริง แต่งานการไม่รู้เลยว่ามีตำแหน่งหนอยู่ที่ไหน?
ซึ่งเทียบวัยวุฒิ-คุณวุฒิ ความรู้-ความสามารถ ประสบการณ์การทำงานกับผู้สมัคร สส.จากพรรคอื่นๆ ที่บางคนเป็นถึงดอกตง-ดอกเตอร์..
ถ้าเป็นตาสี-ตาสา คนต่างจังหวัดเขาต้องตะเพิดไล่.. “ไปไกลๆ เลยไป๊”!
แต่คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์ นักวิชาการหัวดำ-หัวหงอกที่คุยว่าฉลาดนักฉลาดหนาดันเลือกให้เป็นผู้แทน-สส. เพียงแค่เห็นเป็นพรรคส้มที่ตัวเองชื่นชอบ-ศรัทธา!
จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า…ระหว่างตามี-ยายมาคนต่างหวัด กับบรรดาอาจารย์-นักวิชาการ-สื่อในกรุงเทพฯ ใครโง่-ฉลาดกว่ากัน (แน่)?
อ้อ..แล้วนั่นจะว่าฉลาดหรือโง่ดีล่ะ ก็ “นุ้ย PD9” หรือ “นุ้ย-กิตติ รวงผึ้งหลวง” แรปเปอร์คนดังที่โพสต์รัวๆ หลังเห็นผลการเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการออกมา..
“เราไม่รู้หรอกว่าใครจะชนะ แต่เรารู้แล้วว่าเราจะไม่ได้ไปเที่ยวจังหวัดไหนอีก, นี่ยิ่งกว่าโก๋แก่นะเนี่ย โกงทุกเม็ด, โกงแน่นอน
และนี่คือการโกงเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยครับ, นับใหม่ปุ๊บส้มชนะ ภูมใจโกงทั้งประเทศ 55555”
สงสัย..ป่านนี้คงกรี๊ดดดไปหลายตลบ!.

