“ศุภจี” ล้อมวงคุยกลุ่มสตาร์ทอัพ ชี้ “ภูมิใจไทย” ทำนโยบายเน้นให้เบ็ดตกปลาไปต่อแบบยั่งยืน-พูดแล้วทำได้จริงตรงจุด ย้ำการค้าโลก ไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง

29 มกราคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงกทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม., นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย นายฤกษ์อารี นานา ผู้สมัครสส. กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร เบอร์ 13 และนางสาวณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ ผู้สมัครสส. กทม.เขตบางเขน-จตุจักร เบอร์ 6 เดินพบปะพนักงานออฟฟิศ และร้านค้าต่างๆ ที่ตึก S-Oasis

จากนั้นเวลา 18.00 น. นางศุภจี ได้ล้อมวงพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย พนักงานออฟฟิศ และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ร้าน Hey Beanstro

โดยนางศุภจี กล่าวว่า พยายามดูแลเรื่องการลดค่าใช้จ่าย ส่งเสริมการสร้างรายได้ และการเปิดตลาดใหม่ๆ เพราะโลกวันนี้ไม่เหมือนเดิม มีระเบียบโลกที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นอะไรที่สร้างความกดดันให้ประเทศต่างๆ ต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน ทางด้านอเมริกาก็ประกาศว่าเสียดุลการค้า จึงคิดภาษีหรือปรับสมดุลการค้าใหม่ ส่วนไทยพึ่งพาเรื่องการส่งออกไปอเมริกาอันดับ 1 มูลค่าส่งออกประมาณ 10% จีดีพีของประเทศ พอประกาศว่าไทยอยู่ในกลุ่มภาษี 19% ในฐานะที่เราเข้ามาเป็นรัฐบาลหลังการประกาศภาษี เราก็ต้องติดต่อค้าขายกับเขาอยู่ดี แต่จะพึ่งพาอย่างเดียวไม่ได้ จะไม่เอาชีวิตไปผูกกับใครที่อาจจะมีมาตรการที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้น คนที่เป็นตลาดของเราก็ยังต้องดูแลให้สัมพันธ์ค้าขายกันได้ รวมถึงต้องหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมด้วย

“เราต้องหาให้เจอว่าเขาขาดอะไร เราเอาสิ่งที่เรามีไปเติม การเจรจาธุรกิจเราจะไปมุ่งเอาประโยชน์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องหาประโยชน์ร่วมและดูว่าสามารถตอบโจทย์ตรงนั้นได้หรือไม่ เราต้องทำตัวให้เราเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานของเขา เพราะโลกตอนนี้ไม่ได้ค้าขายแค่เรากับเขา แต่เราต้องเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ของเขา ถ้าทำได้ประเทศไทยก็จะมีจุดยืนในการทำมาค้าขายกับทุกคนได้ บางคนบอกเราต้องเลือกข้าง ส่วนตัวแล้วมองว่าเราไม่ต้องเลือกข้าง เราคุยได้กับทุกคน” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า เอสเอ็มอีถือเป็นฐานรากของประเทศคิดเป็น 35% ของจีดีพี หากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ตั้งใจว่าจะทำให้มีรายได้ให้ประเทศ 4 ปี 40% ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือ เรื่องแรกเสริมทักษะ ทำให้เอสเอ็มอีเข้าใจต้นทุนที่แท้จริง ช่วยให้ทำธุรกิจจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ รวมทั้งต้องช่วยให้เข้าถึงตลาด ถ้าเรามีแพลตฟอร์มให้เอสเอ็มอีเอาสินค้ามาแล้วสามารถส่งออกได้ด้วย ช่วยหาตลาด และช่วยดูเรื่องการหาแหล่งทุนให้

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทยไม่หวือหวา เพราะเรารู้สถานะของประเทศ ดังนั้นใช้จ่ายต้องประหยัด ต้องแม่นยำตรงจุด เราเน้นเรื่องการให้เบ็ดตกปลา ไม่ได้ให้ปลาอย่างเดียว อย่างโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะทำต่อไป ต้องให้เบ็ดตกปลาให้เขาสามารถที่จะไปต่อได้ในแบบที่ยั่งยืน เพราะเรารู้กำลังว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ในแง่ของเพดานหนี้ สถานะก่อนโควิดอยู่ที่ 60% ตอนนี้ยกขึ้นอยู่ที่ 70% แต่วันนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 66% เกือบชนเพดานแล้ว กู้อีกก็ไม่ไหว ดังนั้นทุกอย่างต้องทำได้จริง ตอบโจทย์ตอบสนองได้จริง” นางศุภจี กล่าว

ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า มันไม่ง่ายที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อยากมีลูก ในประเด็นเรื่องของโครงสร้างประชากรโลก ที่ผ่านมากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการทำนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยากที่สุด และไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ครอบคลุมทั้งหมด จึงทำให้ยังไม่มีประเทศในโลกประสบความสำเร็จในการเพิ่มประชากรโลก

ขณะที่ นางสาวศุภมาส ได้เชิญชวนให้ประชาชนไปร่วมฟังปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) ที่สวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เพื่อมาฟังแนวนโยบาย สิ่งที่พรรคอยากจะทำให้กับประชาชน.

Written By
More from pp
โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” ห่วงปัญหาน้ำมันโลกสูงกระทบราคาสินค้า สั่งจับตาเรื่องพลังงานใกล้ชิด ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม กบง. ออกมาตรการด่วน รับข้อสั่งการนายกฯ ตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เร่งบรรเทาผลกระทบประชาชน
วันที่ 20 ต.ค.64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยสถานการณ์พลังงาน แนวโน้มราคาน้ำมันโลกมีทิศทางสูงขึ้น...
Read More
0 replies on ““ศุภจี” ล้อมวงคุยกลุ่มสตาร์ทอัพ ชี้ “ภูมิใจไทย” ทำนโยบายเน้นให้เบ็ดตกปลาไปต่อแบบยั่งยืน-พูดแล้วทำได้จริงตรงจุด ย้ำการค้าโลก ไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง”