“เอกนัฏ” จีบกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น ผสานความร่วมมือจัดการกากอุตสาหกรรม ลดปล่อย co2

27 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ นายมัตสึซาวา ยูทากะ (Mr. MATSUZAWA Yutaka) รองปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น ซึ่งกำกับดูแลด้านกิจการสิ่งแวดล้อมโลก (เทียบเท่าปลัดกระทรวง) (Vice Minister for Global Environment Affairs, Ministry of the Environment, Japan) นำผู้บริหาร เข้าพบหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมในปัจจุบันและแสวงหาความร่วมมือในอนาคต

โดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุนทร แก้วสว่าง รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 19-1 ชั้น 19 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวขอบคุณความร่วมมืออันดีที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลงทุน อีกทั้งไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรม ซึ่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูล องค์ความรู้ ตลอดจนความช่วยเหลือต่าง ๆ จากญี่ปุ่นเสมอมา ทำให้อุตสาหกรรมในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม มีความร่วมมืออันดีกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดกากอุตสาหกรรม รวมทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการร่างและปรับปรุงกฎหมายตลอดจนระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ และนายมัตสึซาวา รองปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้เห็นพ้องกันในด้านกิจการสิ่งแวดล้อมโลก ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย และกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ต้องร่วมมือกันต่อไป รวมถึงการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ของภาคอุตสาหกรรม มีการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ และพลังงานชีวภาพ ซึ่งกระทรวงสิ่งแวดล้อม ญี่ปุ่น คาดหวังว่าประเทศไทยจะเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ภายใต้ข้อริเริ่ม “Asia Zero Emission Community (AZEC)” ที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อีกทางหนึ่ง

Written By
More from pp
ธนาคารโลก ประเมินผล MEA พุ่ง บริการขอไฟฉับไวอันดับ 6 โลก ชูความยากง่ายประกอบธุรกิจไทย เพิ่มขึ้น 6 อันดับ รั้งที่ 21 Doing Business 2020
วันนี้ (25 ตุลาคม 2562) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยผล การจัดอันดับความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2020) ในการประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Teleconference) จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งที่ MEA สามารถรักษาตำแหน่งความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าที่รวดเร็วเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ช่วยยกระดับความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศไทยเป็นอันดับที่ 21 ของโลก เลื่อนขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา โดยมีนายกฤษฎา ตันศิริเสริญกุล ผู้ตรวจการ MEA เป็นผู้แทนผู้ว่าการในการรับฟังผลครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศไทย อาคารสยามพิวรรธน์ถ.พระราม 1 กรุงเทพฯ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนวิสัยทัศน์พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ที่ให้บริการด้านจำหน่ายไฟฟ้าองค์กรเดียวของประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมรับการประเมินความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าในการจัดอันดับจากธนาคารโลก (World Bank) ที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) จาก 190 ประเทศทั่วโลก ผลการจัดอันดับประจำปี พ.ศ. 2563 พบว่า ความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยพัฒนารวดเร็วโดดเด่นขึ้นอย่างมาก โดยคะแนนการประเมินเพิ่มจาก 98.57 เมื่อปี พ.ศ. 2562 มาเป็น 98.70 ในปี พ.ศ. 2563 รักษาตำแหน่งเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ซึ่งผลคะแนนดังกล่าว เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยยกระดับภาพรวมความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย เลื่อนขึ้นจากอันดับที่ 27 ของปี 2562 เป็นอันดับที่ 21 ของโลก ถือเป็นการเลื่อนขึ้นถึง 6 อันดับ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คะแนนการประเมิน Doing...
Read More
0 replies on ““เอกนัฏ” จีบกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น ผสานความร่วมมือจัดการกากอุตสาหกรรม ลดปล่อย co2”