สันต์ สะตอแมน
“สันต์ฯคนที่ไหน”?
“คนปัตตานีครับ”..ผมจะตอบแบบอกผายไหล่ผึ่งทุกครั้งที่มีคนถาม แต่วานนี้เห็นนายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม โพสต์..
“..ยืนยันว่าพรรคเป็นธรรม ไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนที่ขัดมาตรา 1 กฏหมายรัฐธรรมนูญ แต่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
โดยเฉพาะการมีพื้นที่ปลอดภัยให้แสดงออกซึ่งสิทธิและเสรีภาพในการพูดถึงสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง Right to Self Determination หรือ RSD..
ผมยังพร้อมจะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ที่มาจากชาวปาตานี ปกป้องน้องๆ นักศึกษานักกิจกรรม ที่ถูกคุกคาม ถูกดำเนินคดีจากฝ่ายความมั่นคงจากการจัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงติดตามการจัดกิจกรรมทั้งหมด และแยกแยะให้ชัดว่า แบบสอบถามการกำหนดชะตากรรมตนเอง ไม่ใช่การทำประชามติแบ่งแยกดินแดน”
ก็..ให้เริ่มสับสน ว่าจากนี้ไปผมควรจะตอบอย่างไรถ้ามีคนถาม “สันต์ฯคนที่ไหน” เพราะเมื่อ “ผู้แทน” บอกว่าเป็นส.ส.ที่มาจากปาตานี..
ราษฎร (ที่มีต้นกำเนิดจากที่นั่น) อย่างผมก็ต้องตอบ..เป็น “ชาวปาตานี” อย่างนั้นหรือ?
ผมเชื่อนะ นายกัณวีร์ และพรรคเป็นธรรม ไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน แต่ทำไมนายกัณวีร์ต้องใช้คำ “ชาวปาตานี” ให้คนในพื้นที่ และจังหวัดอื่น-ภาคอื่นต้องสับสนไปด้วย
“ชาวปัตตานี” มันล้าหลัง ตกยุคไม่เก๋ เท่ ทันสมัย หรือมีเจตนาอื่น นายกัณวีร์น่าจะได้อธิบาย-ทำความเข้าใจเสียให้ชัด..
ไม่ใช่ไร ผมเองก็จะได้ตอบใครต่อใครถูก เป็นชาวปัตตานี หรือชาวปาตานี ส่วนตัวได้ทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งแบ่งแยกดินแดนกันจริงๆ ก็ไม่ต้องหวังเหวิด..ตามสบายเลย!
เอ้า..แล้วนั่นก็ “เอาที่พี่สบายใจ” เช่นกัน ผมหมายถึงคุณอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ได้กล่าวหลังเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร..
“ตนเพิ่งได้กลับเข้าสภาฯอีกครั้งหนึ่งในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ รู้สึกตื่นเต้นกับอาคารสถานที่ที่มีชื่อแปลกประหลาด ซึ่งตนคิดอยากเปลี่ยนชื่อสัปปายะสภาที่แปลยากให้เป็นสภาของประชาชน
เพราะเราเป็นศาสนาพุทธ ไม่ใช่ศาสนาพราหมณ์ ชื่อห้องประชุมสุริยันต์ จันทรา เป็นเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์ซึ่งไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย เรื่องนี้ตนเอาจริง”
เอาเลย.. มีอำนาจในมือแล้ว อะไรที่ตัวเองเห็นว่าไม่เหมาะ-ไม่ดีก็รื้อทิ้ง-เปลี่ยนใหม่ให้หมด แต่ก็เตือนให้คิดไว้นิด ในสัปปายะสภานั้นมีท่านผู้ทรงเกียรติหลากหลายศาสนา
จะเกี่ยว-ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างไร ก็ต้องปรึกษาหารือกับ 8 พรรคที่ร่วมเป็นรัฐบาลให้ตกผลึกเสียก่อนว่าจะใช้ชื่ออะไร ไม่ใช่คิดจะ “เอาจริง” อยู่คนเดียว
ที่พูดนี้ ก็เพื่อไม่อยากให้เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก หากคุณอดิศรเปลี่ยนได้ตามอำเภอใจ ต่อไปใครเข้าเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีคนคิดรื้อและเปลี่ยนใหม่กันไม่จบ-ไม่สิ้น
พูดง่ายๆ ใครได้อำนาจ ก็จะรื้อนั้น-เปลี่ยนนี้ สนองตัณหา-ความอยากตัวเอง โดยไม่สน-ไม่แคร์ความรู้สึกประชาชนอย่างนั้นหรือ?
และถามจริง “สัปปายะสภา” มันแปลยากตรงไหน แค่เปิดกูเกิลดูก็รู้ หมายถึง.. “สภาที่มีแต่ความสงบร่มเย็นสบาย” ง่ายๆ
แล้วประชาธิปไตยล่ะ..ไม่เพราะแปลยาก ไม่รู้ความหมาย-ไม่เข้าใจดอกรึ สังคม-ประเทศชาติถึงได้วุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้
คำก็ประชาธิปไตย สองคำก็ประชาธิปไตย..ประชาธิปตาย จนจะฉิบหายกันทั้งประเทศน่ะไม่ว่า!
เออ..ว่าแต่คุณอดิศรจะ (เอาจริง) เปลี่ยนเป็นชื่ออะไรหรือ อย่าบอกนะว่า “ทักษิณาสภา” เพราะแม้จะแปลไม่ยาก แต่..
มันเกี่ยวกับประชาธิปไตยตรงไหน?