ศบค. เห็นชอบปรับมาตรการยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าไทย ตั้งแต่ 1 เม.ย.65 นายกฯ กำชับเร่งรัดฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กให้ทั่วถึงมากที่สุด ย้ำรักษามาตรการ VUCA ช่วยควบคุมการติดเชื้อ

นายกฯ กำชับเร่งรัดฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กให้ทั่วถึงมากที่สุด ย้ำรักษามาตรการ VUCA ช่วยควบคุมการติดเชื้อ ขณะที่ ศบค. เห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ 1 เม.ย.65

18 มีนาคม 2565 เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 5/2565 กำชับเร่งรัดฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 608
เห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรสำหรับผู้เดินทาง Test & Go (บก น้ำ อากาศ) Sandbox Quarantine (AQ, OQ, SQ) ฯ ยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ 1 เม.ย.65 พร้อมเห็นชอบมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 65

“ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สงกรานต์วิถีใหม่ รับผิดชอบต่อครอบครัว และสังคม” เห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 17 ตั้งแต่ 1 เม.ย.65-31 พ.ค.65 ทั้งนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้มีการติดตามสถานการณ์การกลายพันธุ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อ ประสิทธิภาพของวัคซีน รวมทั้งอาการและความรุนแรงของโรค การตอบสนองต่อยารักษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ จากมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่เห็นชอบการปรับโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ยืนยันว่าไม่ใช่ในเวลานี้ เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า กำหนดเป็น 4 ระยะ ซึ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 โรคโควิด-19 จะออกจากโรคระบาดและเข้าสู่โรคประจำถิ่น เป็นการคาดการณ์โดยจะต้องพิจารณาสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นด้วย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นไว้ใจ ให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ปกติ สามารถทำมาค้าขายได้

ดังนั้น มติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงเป็นเสมือนทิศทางการทำงานของทุกหน่วยงานในการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ทั้งเตรียมการให้พร้อมการตรวจหาเชื้อ การฉีดวัคซีน ระบบการดูแลรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อเพื่อลดการระบาดและลดจำนวนผู้เสียชีวิต เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ และให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการพบปะกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประชาชนในสองประเทศให้มากขึ้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางของผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส แบบไม่ต้องกักกันโรคผ่านช่องทาง VTL (Vaccinated Travel Lane)

ซึ่งประเทศไทยได้เปิดรับผู้เดินทางจากมาเลเซียที่ฉีดวัคซีนครบโดส สามารถเดินทางเข้าประเทศทางอากาศได้โดยไม่ต้องกักตัว ผ่านระบบ Test and Go พร้อมเตรียมเปิดการเดินทางผ่านพรมแดนทางบกเพิ่มเติม และจะขยายไปยังภาคการค้าต่อไป เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหากันได้อย่างสะดวกดังเดิม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเร่งรัดสร้างการรับรู้ว่าการได้รับวัคซีนจะทำให้ลดความรุนแรงของโรคได้ โดยนายกฯ กล่าวแสดงความห่วงใยกลุ่ม 608 ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนและผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกไต ทำให้ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ รวมถึงให้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และฉีดวัคซีนสำหรับเด็กให้ทั่วถึงให้ได้มากที่สุด

และที่สำคัญยังคงต้องรักษามาตรการ VUCA คือ การฉีดวัคซีน (Vaccine) การป้องกันตนเองตลอดเวลา (Universal Prevention) ซึ่งจะช่วยควบคุมการติดเชื้อได้ สำหรับสถานประกอบการต่าง ๆ ยังคงใช้มาตรการ COVID-Free Setting และการตรวจ ATK อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งได้มีการปรับมาตรการไปแล้วหลายอย่าง และขอให้ใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า โดยที่ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เป็นฤดูกาลผลไม้ของไทยที่จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะทุเรียนที่จะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งเรื่องการส่งออก การผ่านด่าน  ตรวจคัดกรอง ท่าเรือ การขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้การส่งออกผลไม้ของไทยสามารถไปถึงประเทศผู้ซื้อได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ค้างอยู่ในประเทศ ไม่ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งกระทบหรือเป็นปัญหาต่อการส่งออกของไทย โดยให้หน่วยที่เกี่ยวข้องประสานงานกับประเทศจีนด้วย

สำหรับมติที่ประชุม ศบค. ที่สำคัญ มีดังนี้

1. เห็นชอบการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ และคงมาตรการป้องกันควบคุมโรคแบบบูรณาการ
– ปรับระดับพื้นที่ควบคุม จาก 44 จังหวัด เป็น 20 จังหวัด -พื้นที่เฝ้าระวังสูง จาก 25 จังหวัดเป็น 47 จังหวัด -พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวจาก 8 จังหวัดเป็น 10 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต (จังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่) พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ใช้มาตรการเช่นเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง
– คงมาตรการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในร้านอาหาร สำหรับพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว และพื้นที่เฝ้าระวังสูง คงมาตรการจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 23.00 น. คงมาตรการจำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2-Plus เท่านั้น และตามมาตรการ COVID Free Setting

-Work From Home ให้เป็นไปตามความเหมาะสม และการพิจารณาของหน่วยงาน โดยมอบหมาย มท. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ตรวจประเมินสถานบริการฯ ร้านอาหาร และกำกับติดตามตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแนะนำให้หน่วยงาน และสถานประกอบการ เตรียมพร้อมมาตรการ Work From Home หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

2. เห็นชอบแผนและมาตรการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 สู่ Post 3 Pandemic/ COVID-19 Endemic ด้านสาธารณสุข โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

3. เห็นชอบการปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรสำหรับผู้เดินทาง Test & Go (บก น้ำ อากาศ) Sandbox Quarantine (AQ, OQ, SQ) และผู้ควบคุมยานพาหนะ ที่ไม่มีฐานปฏิบัติการในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 • ก่อนเดินทางเข้าราชอาณาจักร ยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง ทุกกลุ่ม  • เมื่อเดินทางถึงราชอาณาจักร กรณี Test and Go และ Sandbox ตรวจ RT-PCR Day 0 และ Self-ATK Day 5 – กรณี Quarantine กักตัว 5 วัน และตรวจ RT-PCR Day 4-5 – กรณี ผู้ควบคุมยานพาหนะ ที่ไม่มีฐานปฏิบัติการในไทย กักตัว 5 วัน และตรวจ Self-ATK Day 5

4. เห็นชอบมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 “ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สงกรานต์วิถีใหม่ รับผิดชอบต่อครอบครัว และสังคม” และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ดังนี้

– การเตรียมตัวก่อนร่วมงาน ให้พิจารณา ตรวจ ATK ก่อนเดินทาง/ร่วมงานภายใน 72 ชั่วโมง ผู้จัดงาน และกิจการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์ให้ลงทะเบียนบนระบบ TSC2+ และประเมินตนเองตามประเภทมาตรการ COVID Free Setting ได้แก่ การจัดกิจกรรมพิเศษ (แสดงคอนเสิร์ต/ดนตรี งานอีเวนท์ งานเทศกาล มหกรรม) การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มในชุมชน ศาสนสถาน ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ ฯลฯ
–  ระหว่างช่วงงานสงกรานต์ พื้นที่จัดงานสงกรานต์ ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับ อนุญาตให้เล่นน้ำ และจัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่น การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรีโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน กำหนดช่องทางเข้า-ออกจากงาน จัดจุดคัดกรอง และควบคุมความหนาแน่นในพื้นที่จัดงาน (1 ต่อ 4 ตารางเมตร)  สวมหน้ากากตลอดเวลา พกเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่าง ตลอดเวลาที่ร่วมงาน
• พื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ฯลฯ ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม
• กิจกรรมรวมกลุ่มในครอบครัว เช่น รดน้ำดำหัว จัดกิจกรรมในที่มีการระบายอากาศได้ดี หรือที่โล่ง ไม่หนาแน่นหรือคับแคบ สวมหน้ากากตลอดเวลา งดกิจกรรมการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกัน เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ควรได้รับวัคซีนให้ครบก่อนร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และสัมผัสใกล้ชิดลูกหลาน – ผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงห้ามร่วมกิจกรรม

– หลังกลับจากงานสงกรานต์ สังเกตอาการตนเอง 7 วัน หลีกเลี่ยงพบปะกับผู้คนจำนวนมาก หากพบว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อ ให้ทำการตรวจ ATK  พิจารณามาตรการ WFH ให้เป็นไปตามความเหมาะสม และการพิจารณาของหน่วยงาน

5. ศบค. ยังเห็นชอบการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17) (1 เมษายน 2565 -31 พฤษภาคม 2565) เพื่อให้เอื้อต่อการบริหารจัดการทางด้านสาธารณสุข ในการควบคุมการติดเชื้อ ไม่ให้เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การอยู่กับโรค COVID-19 ในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการการเดินทางสัญจรข้ามจังหวัด และการรวมกลุ่มทางสังคมของประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นทุกส่วนต้องทำงานอย่างเต็มที่ เฝ้าระวัง อย่าให้มีการบิดเบือน สร้างความไม่เชื่อมั่น ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจรัฐบาล เน้นการส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้การอยู่ร่วมกับโควิด สร้างการรับรู้ COVID UCEP ยืนยันรัฐบาลดูแลตามสถานการณ์ของโรค ผู้ป่วยต้องได้รับรักษาและเข้าถึงการรักษา พร้อมย้ำการจัดงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้อยู่ภายใต้มาตรการ VUCA ให้จัดชุดตรวจลงพื้นที่ เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิดโดยเฉพาะเข็มกระตุ้น ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงควรเข้ารับวัคซีนอย่างเร่งด่วน

ซึ่งจังหวัดที่ขออนุมัติจัดกิจกรรมสงกรานต์ ควรฉีดวัคซีนคนในพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อนถึงเทศกาลสงกานต์ ทั้งนี้ ให้จังหวัด อำเภอ ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ เฝ้าระวังดูแลตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด สถานประกอบกิจกรรม/กิจการ ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ย้ำการดูแลเฝ้าระวังตัวเอง เป็นมาตรการป้องกันที่ดีที่สุด ยืนยันที่ผ่านมารัฐบาลทำงานเต็มที่เพื่อดูแลประชาชนภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด


Written By
More from pp
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จับมือ หางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น เปิดตัว อมารี อีส เบย์ หางโจว แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุด ในเขตเฉียนถัง เมืองหางโจว
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จับมือ หางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น เปิดตัว อมารี อีส เบย์ หางโจว แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุด ในเขตเฉียนถัง เมืองหางโจว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2564 ตั้งอยู่ในอาคารหลักของโครงการหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส ที่จะเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในเขตเฉียนถัง พื้นที่เขตพัฒนาแห่งใหม่ของเมืองหางโจว
Read More
0 replies on “ศบค. เห็นชอบปรับมาตรการยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าไทย ตั้งแต่ 1 เม.ย.65 นายกฯ กำชับเร่งรัดฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กให้ทั่วถึงมากที่สุด ย้ำรักษามาตรการ VUCA ช่วยควบคุมการติดเชื้อ”