นายกฯ เชื่อมั่นการปลดล็อกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด

21 สิงหาคม 2563 เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายในที่ประชุมให้พิจารณาด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปกับด้านสุขอนามัย ซึ่งไทยยังไม่สามารถไว้วางใจสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้ จึงต้องยังคงเข้มกับมาตรการดูแล และเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้าน

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ ต่างประเทศ และได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาและผลิตวัคซีนในไทย

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่การผลิตวัคซีนในไทยมีความก้าวหน้า แต่ยังต้องใช้เวลา และควบคู่ไปกับความร่วมมือกับต่างประเทศด้วย แต่ต้องเตรียมพร้อมป้องกันการระบาดในครั้งต่อไปด้วย

ด้านการผ่อนคลาย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังขอให้หมั่นตรวจตรา และเข้มงวด โดยในการจัดทำข้อตกลงพิเศษ (special Arrangement) ขอให้เป็นไปตามเงื่อนไข ตามข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งต้องหารือกับประเทศคู่เจรจาให้เข้าใจกระบวนการและการตรวจสอบติดตาม ตลอดจนขอให้พิจารณาการดำเนินการเดินทาง เข้า-ออกประเทศ ผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งราคาค่าบัตรโดยสาร

ด้านเศรษฐกิจ ช่วงนี้คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ กำลังขับเคลื่อน เดินหน้า และเตรียมการเพื่อรองรับการลงทุนที่จะเข้ามาจึงต้องมีมาตรการสนับสนุนที่ครอบคลุม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้พัฒนาให้เท่าทันกับการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการขยายการให้บริการ Internet อย่างทั่วถึง

ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้สำรวจการเข้าถึง internet พบว่ายังขาดแคลน จึงเห็นว่าควรมีการยกระดับการใช้งานและบูรณาการระบบที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โครงการเน็ตประชารัฐ รวมถึงประเด็นปัญหา เช่น big data การใช้งานประมวลผล และการอัพเดต เพื่อจะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการปลดล็อกจะช่วยให้เศรษฐกิจค่อยๆ ดีขึ้น แต่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับความมั่นใจด้านการสาธารณสุข ควบคุมโรค

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชน ชี้ว่าการดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญ สร้างการเรียนรู้ไปพร้อมกัน ส่วนนี้คือส่วนสำคัญที่สุด ประชาชนต้องเข้าใจ จึงจะให้ความร่วมมือ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างจึงจะดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Written By
More from pp
แรงงานไทย เฮ “พิพัฒน์” บินด่วนอิสราเอล หารือรัฐมนตรีอิสราเอล โควต้าแรงงานเกษตร ปศุสัตว์ เพิ่ม นับ 13,000 คน
15 มกราคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ...
Read More
0 replies on “นายกฯ เชื่อมั่นการปลดล็อกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด”