ผักกาดหอม
มีคนสงสัยกันเยอะว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อ่านกฎหมายไม่ออกหรืออย่างไร
ถึงได้ส่งทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอนิรโทษกรรม
ก็เห็นอยู่ว่าความผิดตาม ม.๑๑๒ คือข้อห้าม
เมื่อ “ทักษิณ” และทนายความอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น คำถามคือยื่นเพื่ออะไร?
ไปดูโพสต์ของ “วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาในศาลฎีกา อธิบายข้อกฎหมายเรื่องนี้อย่างละเอียดยิบ
“…กาง พ.ร.บ.สันติสุขฯ ๒๕๖๙: ไขข้อสงสัย ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษฯ-ล้างมลทินยึดทรัพย์ ๔.๖ หมื่นล้านได้หรือไม่?
เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยถึงเหตุผลการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอสิทธินิรโทษกรรมให้นายทักษิณ ชินวัตร เฉพาะคดีที่ตัดสินแล้ว โดยชี้ว่านายทักษิณเป็นเหยื่อ ‘ต้นไม้พิษ’ จากการรัฐประหาร พร้อมจวกฝ่ายค้านว่าเป็นพวกได้ประโยชน์จากกฎหมายเดียวกัน แต่กลับกีดกันผู้อื่น ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิเพื่อใช้ชีวิตปกติในวัยชรา และขอให้คณะกรรมการฯ ยึดเจตนารมณ์สร้างสันติสุขโดยไม่ตัดสิทธิเพียงเพราะคำว่า ‘ทุจริต’
ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง! จากคำร้องที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ ขอให้ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีคำวินิจฉัยว่าตนได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง
คำร้องดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญคือการขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณา ‘ล้างมลทิน’ จากคดีอาญา ๓ คดี ประกอบด้วย:
๑.คดีเงินกู้ EXIM Bank (คดี อม.๔/๒๕๕๑)
๒.คดีแก้ไขสัมปทานโทรคมนาคมแก่ชินคอร์ป (คดี อม.๕/๒๕๕๑)
๓.คดีหวยบนดิน (คดี อม.๑๐/๒๕๕๒)
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขอให้พ้นจากความรับผิดตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ศาลสั่งให้เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผลของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมจำนวน ๔๖,๓๗๓,๖๘๗,๕๕๔.๗๐ บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน (คดี อม.๑/๒๕๕๓) อีกด้วย
เจาะลึกฐานทางกฎหมาย: นิรโทษกรรม vs การล้างมลทิน
ในทางกฎหมาย พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๙ มีบทบัญญัติกำหนดให้การกระทำที่เข้าเงื่อนไข ‘ไม่เป็นความผิด’
และให้ถือว่าผู้ได้รับสิทธิไม่เคยเป็นผู้กระทำความผิด รวมถึงสั่งให้ลบประวัติอาชญากรรม
แม้จะมีผลลัพธ์บางประการคล้ายคลึงกับการล้างมลทิน แต่ในทางหลักการแล้ว ฐานทางกฎหมายโดยตรงคือการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.เฉพาะฉบับนี้ ไม่ใช่การล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทินโดยตรงแต่อย่างใด
สำรวจเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๙
หากพิจารณาจากตัวบทกฎหมาย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๙ มีขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจน ดังนี้:
๑.การกระทำและระยะเวลาที่ได้รับประโยชน์ (มาตรา ๗)
ต้องเป็นการกระทำของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง
มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง
เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘
เป็นความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ หรือฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน
๒.ประโยชน์ที่จะได้รับ ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และผู้กระทำพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด (ถือว่าไม่เคยกระทำความผิด)
พ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัย (เท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ)
๓.ข้อยกเว้น! การกระทำความผิดที่ไม่ได้รับสิทธินิรโทษกรรม
กฎหมายได้วางข้อยกเว้นอย่างเด็ดขาดไว้ 4 ประการ ได้แก่:
๑) ฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
๒) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒
๓) การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
๔) ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดเป็นการเฉพาะราย/เฉพาะกลุ่ม (ที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ)
นิยามความหมาย: ‘ทุจริตต่อหน้าที่’ และ ‘ประพฤติมิชอบ’
เมื่ออ้างอิงตามมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.๒๕๕๙ และมาตรา ๔ ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ กฎหมายได้ให้ความหมายไว้อย่างครอบคลุม:
‘ทุจริตต่อหน้าที่’ : หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ทำหรือไม่ทำตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง (รวมถึงการแอบอ้างว่ามีตำแหน่ง) โดยมีเจตนาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์มิชอบให้ตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
‘ประพฤติมิชอบ’ : หมายถึง การกระทำที่ไม่ใช่ทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยตำแหน่ง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน
ย้อนดูข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ระบุฐานความผิดของนายทักษิณ ชินวัตร ไว้อย่างชัดเจนในทั้ง ๔ คดี:
๑) คดีเงินกู้ EXIM Bank (อม.๔/๒๕๕๑): ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒)
๒) คดีหวยบนดิน (อม.๑๐/๒๕๕๒): ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗)
๓) คดีแก้ไขสัมปทานชินคอร์ป (อม.๕/๒๕๕๑): ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒)
๔) คดียึดทรัพย์ ๔.๖ หมื่นล้าน (อม.๑/๒๕๕๓): ศาลมีคำสั่งให้เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผล จำนวน ๔๖,๓๗๓,๖๘๗,๕๕๔.๗๐ บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน (เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่)
สรุปบทวิเคราะห์ทางกฎหมาย: ทำไมคำร้องนี้จึงไม่ผ่านเงื่อนไข?
เมื่อนำข้อเท็จจริงมาเปรียบเทียบกับหลักกฎหมาย สามารถสรุปเหตุผลได้เป็น ๒ ประเด็นหลัก ดังนี้:
๑) เป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่: คดีทั้ง ๔ ของนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ แม้ศาลจะไม่ได้ใช้ชื่อข้อหาหรือฐานความผิดโดยตรงว่า ทุจริต หรือ ประพฤตมิชอบ แต่ตามเนื้อหาของคำพิพากษาล้วนเป็นการกระทำที่เป็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ซึ่งเข้าข้อยกเว้นที่จะขอรับประโยชน์ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มาตรา ๓ ไม่ได้
๒) ไม่เข้าลักษณะการแสดงออกทางการเมือง: การกระทำดังกล่าวไม่ใช่การเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองตามที่มาตรา ๗ กำหนดไว้
ข้อสรุป:
จากเหตุผลทางกฎหมายทั้งหมดข้างต้น ความผิดของนายทักษิณ ชินวัตร จึง ‘ไม่อยู่ในขอบเขตที่จะได้รับสิทธินิรโทษกรรม’ และไม่สามารถพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามคำร้องขอได้ด้วย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๙ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมลทินในคดีทุจริตต่อหน้าที่ และไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ๔.๖ หมื่นล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ครับ…”
ครับ… “ทักษิณ” เห็นช่องที่คนอื่นไม่เห็นหรือเปล่า
มีนักกฎหมายใหญ่ที่พักหลังใกล้ชิดทักษิณอย่างมากรายหนึ่ง บอกว่าคดี ม.๑๑๒ ยังไม่ถือว่า “ทักษิณ” มีความผิด เพราะยังไม่มีคำพิพากษา ฉะนั้นอยู่ในข่ายขอนิรโทษกรรมได้
ว่ากันไป…
ก็แสดงว่ามีการหาช่องโหว่ทางกฎหมายจริงๆ
จะมีการสู้ว่าความผิด ม.๑๕๗ มิใช่คดีคอร์รัปชันโดยตรงหรือไม่ ถ้าสู้แล้วชนะก็น่าคิดนะครับ
เพราะ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็หนีโทษจำคุกคดี ม.๑๕๗.
