ทักษิณ “ที่สุดของที่สุด” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ฝันถึงคุณทักษิณแหม็บๆ คืนวานซืนนี้เอง

เมื่อวาน (๑๒ ต.ค.๖๙) ก็ได้ข่าวว่า

“คุณทักษิณ” มอบอำนาจให้ทนายไปยื่นคำร้อง ต่อ “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข”

ขอให้วินิจฉัยสิทธิ “ได้รับนิรโทษกรรม” และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง! ตามพรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๘

โดย “นายวิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายให้เหตุผลว่า….

“การยื่นของนายทักษิณ ต้องการ “ล้างมลทิน” ท่านต้องการทำให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ ท่านต้องการ “ล้างมลทิน” เรื่องที่กล่าวหาท่าน และท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข

ท่านอายุมากแล้ว ประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”

ครับ…ผมถือว่าคุณทักษิณ “อายุมั่นขวัญยืน”

ฝันถึงปุ๊บ ก็ได้ข่าวคราวปั๊บ!

แต่ไม่เข้าใจว่า คุณทักษิณต้องการให้ “นิรโทษกรรม” อะไรอีก?

ในเมื่อ “คดีที่คั่งค้าง” ท่านก็กลับมารับโทษไปหมดแล้ว

เหลือคดีเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ คดีเดียวมั้ง ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ของอัยการ

นอกนั้น คุณทักษิณก็บริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งทองทา

ผมจึงไม่เข้าใจว่าคุณทักษิณจะร้องขอรับการนิรโทษอะไร?

ถ้าจะบอกว่า “ก็คดีเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์นั่นแหละที่อยากขอรับการนิรโทษ”

ถ้าผมมีอำนาจบันดาลนะ…จะนิรโทษให้เลย!

แต่ทีนี้ มาตรา ๓ ตาม “พรบ.สร้างเสริมสันติสุข” กำหนดไว้ดังนี้

“มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ 

หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม”

เนี่ย….

กฎหมายระบุไว้อย่างนี้ ก็คงยากหน่อยนะ

แต่ก็อยู่ที่ “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” ที่ท่าน “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ เป็นประธาน จะพิจารณา

เอาเป็นว่า ผมขอเอาใจช่วยให้สมปรารถนาก็แล้วกัน

แต่ทีนี้ ฟังที่ทนายวิญญัติพูด ผมก็สงสัยว่า

“ตกลงที่ยื่นคำร้องไปนั่นน่ะ ต้องการขอให้วินิจฉัยสิทธิในเรื่องไหนกันแน่?

เพราะมีทั้ง ต้องการได้รับการนิรโทษกรรม และมีทั้ง ต้องการให้ล้างมลทิน!?

คุณทนายวิญญัติน่าจะทราบนะว่า การ “นิรโทษกรรม” กับการ “ล้างมลทิน” มันคนละเรื่องกัน

“นิรโทษกรรม” คือการลบล้างการกระทำความผิดอาญาที่ผู้นั้นได้กระทำมาแล้ว ก็กำหนดให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดอีกต่อไป และถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน

และคืนสิทธิเดิมให้ (ยกเว้นเรื่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือบำนาญตามกฎหมายกำหนด)

แต่ประวัติการกระทำความผิดทางอาญาจะไม่ถูกล้าง เว้นแต่เรื่องทางวินัย

ดูตามนี้แล้ว คุณทักษิณรับโทษไปหมดแล้ว ไม่มีโทษอะไรเหลือ ที่จะต้องขอรับการนิรโทษอีก?

และอีกอย่าง ตามพรบ.สร้างเสริมสันติสุขนี้ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน ความผิดตามมาตรา ๑๑๒ เขาห้ามนิรโทษกรรม

ฉะนั้น การยื่นคำร้องขอรับการนิรโทษกรรมตามพรบ.นี้ มันไม่ตรงสเปกครับ!

ถ้าเป็นการร้องขอรับ “การล้างมลทิน” ก็อีกแหละ!

เพราะการล้างมลทิน จะใช้กับพวกข้าราชการที่ต้องโทษหรือถูกลงทัณฑ์ทางวินัย

การได้รับการ “ล้างมลทิน” เสมือนว่าไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ในเรื่องนั้นมาก่อน

ทั้งได้รับการคืนสถานะหรือสิทธิบางประการ แต่ไม่ได้ลบล้างความรับผิดทางแพ่ง!

คุณทักษิณก็พ้นจากความเป็นข้าราชการก่อนจะมาเล่นการเมืองตั้งหลายปี

ไม่มีโทษทัณฑ์อะไรที่จะต้องขอรับการล้างมลทินอีกนี่

ดังนั้น ผมจึงหัวจะปวด เมื่อทนายวิญญัติบอกว่า….

“ท่านต้องการทำให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ ท่านต้องการ “ล้างมลทิน ”เรื่องที่กล่าวหาท่าน

ผมว่า ทนายวิญญัติทำให้สังคมสับสนไปหมด!

ประเด็นแรก คุณทักษิณ “ไม่มีมลทิน” อะไรต้องล้าง

ประเด็นที่สอง ไม่มีเรื่องไหนที่ถูกกล่าวหาให้เป็นมลทิน

ประเด็นที่สาม ที่ว่าทักษิณติดคุก เพราะถูกกล่าวหา

ไม่ใช่การ “กล่าวหา” หรอกครับ คุณทนายวิญญัติ

หากแต่เป็นเรื่องที่คุณทักษิณยอมรับสารภาพต่อศาลว่า “คอร์รัปชันจริง” ใน ๓ คดี และศาลลงโทษจำคุก ๘ ปี

แต่คุณทักษิณทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

ในฎีกา ยอมรับสารภาพว่าคอร์รัปชันจริง

ซึ่งมี “พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ” พระราชทานอภัย “ลดโทษ” ให้คุณทักษิณ จาก ๘ ปี เหลือโทษจำคุก ๑ ปี

ซึ่งคุณทักษิณก็พ้นโทษตามกฎหมายแล้ว

ไม่มีอะไรเหลือเป็นมลทิน!

เรื่องที่คุณทักษิณถูกจำคุกนั้น….

สังเกตคุณทนายใช้คำว่า “ถูกกล่าวหา” เสมอ

ผมว่าไม่ควรบิดเบือนให้สังคม “เข้าใจผิดๆ” นะ

ทางที่ดี หลีกเลี่ยงการพูดถึงคดีได้ ก็ควรเลี่ยง

ทุกวันนี้ ไม่มีใครติดใจเรื่องในอดีตคุณทักษิณแล้ว

เพราะได้รับโทษทัณฑ์ไปเรียบร้อยแล้ว

ผมจึงสงสัยว่า ในเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแล้ว

ไฉนจึงมาขุดคุ้ยเรื่องที่ “โลกกำลังลืม”

ให้กลับมาเป็นเรื่องที่ “โลกกลับจำ”

ด้วยการขอนิรโทษที่ทำให้ผมมึนในเจตนา?

หลังจากคุณทักษิณออกจากเรือนจำ ผมยังแอบดีใจ

ว่าพ้นทุกข์-พ้นโศก หมดเวร-หมดกรรม ซะที!

และผมก็ไม่เคยเอ่ยถึงท่าน…

เพราะท่าน “คืนสู่สามัญ” แล้ว ก็เคารพในชีวิตใหม่ของท่าน

จู่ๆ มาร้องขอรับการนิรโทษกรรมปนเปกับการล้างมลทิน

ถามจริง ลึกๆ ในใจท่าน ยังต้องการอะไรอีก…หือ?

เห็นทนายวิญญัติอ้างที่ต้องยื่นคำร้องขอรับการนิรโทษกรรมว่า “ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข

เพราะท่านอายุมากแล้ว

อีกทั้งประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร”

ขอถามว่า….

ทุกวันนี้ ทรัพย์สมบัติที่มี ยังไม่พอกินอีกหรือ?

แวดล้อมด้วยลูกๆ หลานๆ ได้เที่ยวรอบโลก แบบนี้แล้ว ชีวิตยังไม่สงบสุขพออีกหรือ?

อายุ ๗๕ ยุคนี้ เขาถือว่า “ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น

ฉะนั้น คุณทักษิณ…

อย่าไปบอกกับใครว่าแก่หรืออายุมากเชียว!

เพราะเหตุนี้ จึงสรุปลงตามบรรทัดสุดท้าย “ในทางกลับกัน”

คือตามที่ทนายวิญญัติอ้างว่า…

“คุณทักษิณประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองหรือไปลงการเมืองอะไรอีก” นั่นหมายถึง

คุณทักษิณประสงค์ยุ่งการเมืองและลงไปเล่นการเมืองอีกแน่!

ใจจึงผูกพันอยู่กับเรื่องการ “ล้างมลทิน”

เพราะการล้างมลทิน

มันจะมีผลประหนึ่งคุณทักษิณไม่เคยถูกลงโทษในความผิดใดๆ และจะได้รับคืนสิทธิและสถานะเดิม

เหมือนข้าราชการต้องโทษทางวินัย เมื่อได้รับการล้างมลทิน

ก็กลับมาเป็นข้าราชการในตำแหน่งเดิม!

ทักษิณคงอยากได้รับ “สิทธิ์ทางการเมือง” กลับคืนมา

ใจจึงผูกอยู่กับคำว่า “ล้างมลทิน”!?

ซึ่งมันคนละเรื่องละราวและคนละกรณีกันเลย

ผมว่า สำหรับคุณทักษิณ

ถึง ณ วันนี้ ไม่มีตำแหน่ง-ฐานะใดที่ควรเป็น

เท่ากับเป็น “ทักษิณ”!

เพราะทักษิณ “ใหญ่สุดแล้ว” ทั้งในประเทศ-นอกประเทศ

และเป็นนายกฯ คนดียวของไทย

ที่ “ใหญ่สุดแล้ว” ทั้ง “ในคุกและนอกคุก”!

เปลว สีเงิน

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙

Written By
More from pp
“ชัยวุฒิ” ขอ ปชช.รับฟังรอบด้านปมนำเข้าวัคซีน
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้สัมภาษณ์กรณีบริษัทแอคแคปแอสเซ็ทส์จำกัด
Read More
0 replies on “ทักษิณ “ที่สุดของที่สุด” #เปลวสีเงิน”