“นักวิชาการ” ชี้ภาพรวม นายกฯ “สอบผ่าน” ประชุมอาเซียน ได้ยกเลิก MOU 44 บีบกัมพูชา คุยทวิภาคี

“นักวิชาการ” ชี้ภาพรวม นายกฯ “สอบผ่าน” ประชุมอาเซียน ได้ยกเลิก MOU 44 บีบกัมพูชา คุยทวิภาคี พร้อมขยายความร่วมมือด้านพลังงาน กับชาติสมาชิก แนะ เพิ่มเกมรุก เสริมแกร่งระยะยาว

13 พฤษภาคม 2569  รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ประเมินผลงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569 ว่า

โดยภาพรวมถือว่ารัฐบาลไทยสามารถใช้เวทีอาเซียนยืนยันจุดยืนของประเทศในการส่งเสริมสันติภาพ ยึดมั่นกฎกติกาสากล และผลักดันให้อาเซียนมีเอกภาพมากขึ้น ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของไทยได้ในระดับที่น่าพอใจ
นักวิชาการระบุว่า ไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การหารือ 3 ฝ่ายระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายฮุน มาเนต และ นายเฟอร์ดีนันด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซึ่งจัดขึ้นโดยฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน โดยบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น และทั้งไทย-กัมพูชาเห็นพ้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายร่วมจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่า แม้การหารือดังกล่าวจะสะท้อนความพยายามสร้างสันติภาพแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดนหรือการเปิดด่าน ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สังคมไทยยังมีความกังวลอยู่มาก

ขณะเดียวกัน นาย ฮุน มาเนต ยังส่งสัญญาณผ่านเวทีอาเซียนว่า เส้นเขตแดนไม่สามารถได้มาจากการใช้กำลังหรือการบีบบังคับ พร้อมผลักดันให้ไทยกลับเข้าสู่การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเชื่อว่าจะนำไปสู่การปรับเส้นเขตแดนบางจุด

นักวิชาการมองว่า ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลไทยในระยะต่อไป คือ การบริหารเกมการเจรจา JBC อย่างไรไม่ให้ไทยเสียเปรียบ และจะสามารถชะลอหรือกำหนดเงื่อนไขการประชุมให้สอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติได้มากน้อยเพียงใด

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตา คือ กรณีที่กัมพูชาประกาศใช้กลไก “การประนีประนอมภาคบังคับ” ภายใต้ United Nations หรือ UNCLOS เพื่อแก้ไขข้อพิพาททางทะเลกับไทย ภายหลังไทยยกเลิก MOU 44 โดย รศ.ดร.ดุลยภาค ระบุว่า ไทยในขณะนี้เพียง “รับทราบ” ความประสงค์ของกัมพูชา แต่ยังไม่ได้ตอบตกลงเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว ทำให้รัฐบาลไทยยังมีพื้นที่ในการเลือกใช้แนวทางเจรจาทวิภาคีต่อไปก่อน

นอกจากนี้ รศ.ดร.ดุลยภาคยังมองว่า ฟิลิปปินส์วางบทบาทได้อย่างเหมาะสมในฐานะ “ผู้อำนวยความสะดวก” มากกว่าจะเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ย” ซึ่งช่วยให้ไทยยังสามารถคุมเกมการเจรจากับกัมพูชาได้โดยไม่มีแรงกดดันจากประเทศที่สามในอาเซียนมากเกินไป
ในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค

รศ.ดร.ดุลยภาค ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้ใช้เวทีอาเซียนผลักดันประเด็นเชิงรุกหลายเรื่อง ทั้งโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ความมั่นคงด้านพลังงาน และการลงทุนพลังงานหมุนเวียน รวมถึงหารือทวิภาคีกับผู้นำอีกหลายประเทศ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า พลังงาน ความมั่นคงอาหาร การปราบอาชญากรรมข้ามชาติ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานชายแดน

รศ.ดร.ดุลยภาค ยังประเมินว่า การสื่อสารภาษาอังกฤษและท่าทีของคณะผู้แทนไทยในเวทีอาเซียนครั้งนี้อยู่ในระดับมาตรฐาน และถือว่าภารกิจโดยรวมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญโจทย์ท้าทายสำคัญ ทั้งการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ ปัญหาเมียนมา รวมถึงการวางบทบาทของไทยในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างยุทธศาสตร์ของจีนและสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

พร้อมเสนอว่า รัฐบาลไทยควรมีวิสัยทัศน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีอาเซียนในระยะยาว.

 

Written By
More from pp
เอสซี แอสเสท ออกเอกสาร ด่วน ชี้แจงกรณีกลุ่มทุนจีนสีเทา
4 ธันวาคม 2565 – นายสมบูรณ์ คุปติมนัส เลขานุการ บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)...
Read More
0 replies on ““นักวิชาการ” ชี้ภาพรวม นายกฯ “สอบผ่าน” ประชุมอาเซียน ได้ยกเลิก MOU 44 บีบกัมพูชา คุยทวิภาคี”