พลทหารถึงนายพล #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“เขมร” ตอนนี้ เหมือน “หมาจนตรอก”!

ซักวัน..ไม่ช้าก็เร็ว

คงได้ “ทดลองของใหม่” ที่จีนให้มากับทหารไทยจนได้

แต่มันไม่กล้า “เปิดก่อน” หรอก

เลี่ยงไปใช้จิตวิทยากวนโอ้ย คอย “จับชาวบ้าน” ที่ไปหาของป่า อ้างว่า “ล้ำแดน” ไปขังคุกเขมร

เพราะเขมรมันรู้…..

ทหารไทยได้รับคำสั่ง “ห้ามลงมือ-ลงตีน” กับทหารเขมรก่อน

เมื่อมันบุกเข้ามาจับคนไทยไป….

ทหารจึงไม่กล้าทำอะไร นอกจากรายงานให้ “หน่วยเหนือ” ทราบ

หน่วยเหนือก็จะ “ออกข่าว” แบบซอฟต์ๆ ให้ดูว่า “ไม่มีอะไร” ด้วยไม่ต้องการให้เรื่องขยายบานปลายจนเกินเหตุ

เขมรมันรู้ไต๋

ว่าชาวบ้านคนไทยนั้น “มีค่า” เมื่อถูกจับ เท่ากับเขมร “ถือแต้มเหนือ” เพราะยังไงๆ ฝ่ายไทยต้องมางอนง้อขอตัวกลับจากเขมรแน่

ฝ่ายเขมรก็จะ “เล่นแง่”…..

ไม่ยอมส่งตัวคืน อ้างต้องขังไว้รอดำเนินคดี ข้อหาบุกรุกก่อน ทั้งๆ ที่มันนั่นแหละ บุกเข้ามาจับตัวชาวบ้านไป ซึ่งตอนนี้ถูกขังอยู่อุดรมีชัย ๑ คน!

ก็เข้าตามแผนเขมรมัน ที่ต้องการให้ชาวบ้านไทย “ไม่พอใจ” กองทัพรวมทั้งรัฐบาลว่า “หงอ” ให้กับ “เขมร”

แล้วก็จริงๆ ด้วย ที่ชาวบ้านเริ่ม “ไม่พอใจทหาร”

ที่ปล่อยให้เขมรบุกเข้ามาจับชาวบ้านแล้วทหารได้แต่ยืนดูตาปริบๆ

เหตุที่เป็นเช่นนั้น มาจาก ๒ สถาน

๑.มันมากันที ๔๐-๕๐ นาย แต่ฝ่ายเรามีอย่างมาก ๕ นาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องยืนดู เหตุที่ไม่กล้าปะทะ เพราะ

๒.เป็นนโยบายกองทัพ ต้อง “อดทน-อดกลั้น” ต่อการยั่วยุ ห้ามปะทะ -ห้ามลั่นไกก่อน!

ทหารเขมรมันจึงได้ใจ….

ลาดตระเวณลอยชายเข้ามากวนตีนในเขตไทยเป็นประจำ

และไม่เพียงทหารเขมร กับชาวบ้านเขมรเอง ยิ่งไม่เกรงกลัวทหารไทย เพราะรู้ว่า ทหารไทย “ไม่จับ-ไม่ทำร้าย” ชาวบ้าน

อย่างมากก็แค่ “ไล่กลับไป” เท่านั้นเอง

เหตุที่ไม่จับ เพราะคนเขมร “ไม่มีค่า” เหมือนคนไทย

ถ้าฝ่ายไทยจับไป

รัฐบาลเขมรก็คงบอก…เออดี ช่วยเอาไปเลี้ยงไว้ด้วย!

ผมไม่เคยลงไปสัมผัสพื้นที่จริงตามชายแดนหรอก แต่ได้สดับตรับฟังเสียงชาวบ้านและจากข่าวสารตามโซเชียล

สังเกตว่า เขมรมันชักจะ “เหิมเกริม” หนักข้อขึ้นทุกวัน

อย่างเหตุการณ์เมื่อวันเสารที่ผ่านมา

กับ “หลวงพ่อเยื้อน” ซึ่งเป็นพระ “เพื่อแผ่นดิน ”แท้ๆ ทหารเขมรมันยังกล้าลอยชายเข้ามาข่มขู่

มีคนนำเรื่องมาโพสต์โซเชียลหลายราย ผมอ่านแล้วเดือดปุด อย่างที่คุณ “Korakot Ketkaew” โพสต์ไว้ว่า

…………………………………….

Korakot Ketkaew

“แบบนี้ก็ได้หรือ?!!!”

เขมรทำภาพหลุดอีกแล้ว! เมื่อวันที่ 9/5/69 มีทหารเขมร 40 คน พร้อมอาวุธสงคราม

ยกกำลังเข้ามาในแผ่นดินไทยที่ “ช่องดาระกา” ใกล้กับช่องสะงำ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ …..นี่มันแผ่นดินไทยนะเหมน!!

ในวันดังกล่าว คณะสร้าง “ทางเลียบชายแดน” ของ “หลวงตาเยื้อน” กำลังสร้างทางอยู่บริเวณนั้น

โดยมีเจ้าหน้าที่ไทยคุ้มกัน ๕ นาย สายวันนั้น ทหารเขมร 40 คน พร้อมอาวุธสงครามได้เข้ามาจะขัดขวาง

ทหารเรามี ๕ คน ทหารเขมรมี ๔๐ คน ทำให้เราทำอะไรรุนแรงไม่ได้ ต้องนิ่งเฉย

ยืนดูทหารเขมรพร้อมอาวุธสงครามรุกล้ำอธิปไตยไทยแบบเจ็บปวดในดวงใจ

เพราะหน่วยเหนือ/รัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรง!!!

ทหารเขมรไม่ใช่เพิ่งติดอาวุธล้ำแดนเข้ามา ตั้งแต่เกิดแนวชายแดน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

ได้มีทหารเขมรติดอาวุธเข้ามาป่วนคณะสร้างทางของ หลวงตาเยื้อนหลายครั้งแล้ว

ซึ่ง “ทหารเขมร” ตั้งฐานอยู่ใน “แผ่นดินไทย” แถวนั้น!

ทหารเขมร 40 คน ที่เข้ามาวันนี้ บอกไม่ให้เราสร้างทางลึกเข้าไป เพราะมี “ฐานทหารเขมร” อยู่แถวนั้น

ทั้งที่จากจุดนี้ ไปถึงแนวเขตแดนระยะทางอีกตั้ง 200 เมตร แต่เราก็ต้องจำใจไม่ทำทางเข้าไป

“หลวงพ่อเยื้อน” ได้เจรจาพูดคุยกับทหารเขมร ตกลงกันได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

จากเหตุการณ์ที่ทหารเขมรพร้อมอาวุธสงครามรุกล้ำอธิปไตยไทยเข้ามาแบบสบายๆ

คนไทยงง…ว่าแบบนี้ก็ได้หรือ?

กองทัพไทย กองทัพภาคที่ 2 จะปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปหรือ?!!

ถ้าคนไทยก้าวขาล้ำเข้าไป “ฝั่งเขมร” แม้ก้าวเดียว ก็จะถูกเขมรจับดำเนินคดีหรืออาจถูกยิง

ขนาดคนไทยหาของป่าอยู่ในเขตไทยแท้ๆ ยังถูกทหารเขมรเข้ามาจับไป แล้วยัดข้อหาลุกล้ำแดน และอาจถูกยัดข้อหาเป็นสายลับอีกด้วย!!

กองทัพจะทำยังไงต่อไปกับเรื่องแบบนี้ คนไทยอยากรู้ ขอฝากกองทัพ ขอฝากรัฐบาลด้วยนะครับ

“คนไทยชายแดน” รู้สึกขาดความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยแม้จะหากินอยู่บนแผ่นดินไทยชายแดน!!

ช่วยกันแชร์ให้ถึงกองทัพ ให้ถึงนายกฯ อนุทินด้วย

………………………………………..

ผมก็แชร์ให้แล้วนะครับ

แต่จะถึง “กองทัพ” และ “นายกฯ อนุทิน” หรือไม่นั้น ข้อนี้ไม่แน่ใจ!

ทราบแต่ว่า นายกฯ อนุทินและกองทัพ จะปล่อยให้เขมรขี้ครอก เข้ามาข่มขู่ “หลวงพ่อเยื้อน” อย่างนี้ไม่ได้นะ

ต้องจัดการ “อย่างใด-อย่างหนึ่ง” ให้มันแหยงตีนบ้าง

ไม่งั้นชาวบ้านจะหมดศรัทธากองทัพและหมดความเชื่อถือรัฐบาล ซึ่งประเด็นนี้ “สำคัญสุด”

หลวงพ่อเยื้อนกับพระอาจารย์อีกหลายรูป ไปช่วยกันสร้างถนนแทนกองทัพและรัฐบาล

แทนที่กองทัพและรัฐบาลจะดูแลท่านบ้าง

กลับปล่อยให้ไอ้เขมรจัญไรเข้ามาข่มขู่หลวงพ่อ มาห้ามหลวงพ่อทำถนน ทั้งที่ทำในแผ่นดินไทย ทำแทนรัฐบาลแท้ๆ

ถ้ามีอย่างนี้ซ้ำสอง “เสื่อม” ทั้งรัฐบาล เสื่อมทั้งกองทัพ!

นายกฯ น่าจะหาเวลาลงไปพื้นที่บ้าง…..

ไปดูว่าพระท่านกำลังทำอะไรอยู่ ไปต้มน้ำร้อน ชงชาถวายให้หลวงพ่อเยื้อนท่านได้ชื่นใจบ้างจะเป็นไร?

ยิ่งตอนนี้ มีเสียงชาวบ้านเขาถามว่า “กำแพงกั้นแดนไทย-เขมร” เมื่อไหร่จะสร้าง?

ทั้งที่ “สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” พระราชทานทุนทรัพย์ “ส่วนใหญ่” ให้ไว้แล้ว

นายกฯ ลงไปดู จะได้ทราบความคืบหน้า ว่าบางพื้นที่เริ่มทำไปแล้ว บางพื้นกำลังรอความชัดเจนเรื่องเขตแดน นายกฯจะได้มีคำตอบให้ประชาชนได้เข้าใจ

“รัฐบาลและกองทัพ”

ต้องไม่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและความเชื่อถือ

อย่าคิดว่าประชาชน “เป็นคนนอก” ไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้ทุกเรื่อง!

คิดอย่างนั้น คือ “คิดฆ่าตัวตาย”

อย่าลืมว่า อาวุธนั้น ฆ่าคนทั้งโลกได้ไม่หมดหรอก

แต่ “ศรัทธาและความเชื่อ” ทำให้คนทั้งโลก “อยู่หรือตาย” ได้พอๆ กัน!

อย่าง ๒-๓ วันก่อน ชาวบ้านที่บุรีรัมย์ไปหาของป่า พบทหารเขมรอาวุธครบมือ ยิงปืนขู่ บุกเข้ามาจะจับชาวบ้าน จนเป็นเรื่อง-เป็นราว

ทางโฆษกกองทัพบกโดย “พล.ต.วินธัย สุวารี” แถลง ว่า

“จากการตรวจสอบ เหตุการณ์ดังกล่าว ใกล้พื้นที่หลังเขื่อนสาโท 3 ใต้ จ.บุรีรัมย์

โดยกองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้ว พบว่าเหตุการณ์เกิดจาก “ความเข้าใจผิด”

ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างว่าเป็น “กองกำลังติดอาวุธ” ของกัมพูชานั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนไทย (อีกกลุ่ม) ที่เข้าไปหาของป่าเช่นเดียวกัน แต่พูดภาษากัมพูชา

สำหรับในพื้นที่ชายแดน มีการพูดภาษากัมพูชาสื่อสารกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สื่อสารกันทั้งภาษาไทยและภาษากัมพูชา  นอกจากนี้ กลุ่มผู้พบเห็นเกิดความตกใจและเข้าใจว่าเป็นคนกัมพูชารุกล้ำเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ไม่พบข้อเท็จจริง เรื่องการยิงปืนไล่ ตามที่มีการเผยแพร่ จึงขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ

เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และความตื่นตระหนก

……………………………………….

เมื่อโฆษกกองทัพบกแถลงไป

ในประเด็น “ความจริงมีหนึ่งเดียว” ปรากฏเกิดปฎิกริยาในมุมลบต่อกองทัพ จากความจริงในพื้นที่ กับจริงจากปากโฆษก ลองอ่านกันดูนะ

……………………………………

ข่าวออนไลน์ 7 HD

วันที่ 10 พ.ค.2569 หลังจากนายอภิรักษ์ อายุ 63 ปี ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ออกมาเปิดเผยว่า

ไปเจอทหารเขมร ออกลาดตระเวนอยู่ในฝั่งไทย ขณะกำลังออกหาอึ่งตอนกลางคืน เวลาประมาณ 19.30 น.ของวันที่ 8 พ.ค.

และต้องวิ่งหนีกระเจิงกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน

เพราะทหารเขมรพยายามจะจับตัวไป หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ได้ยินเสียงปืนยิงตามหลังมา 1 นัด ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเพจ Wassana Nanuam โพสต์ข้อความว่า “ชาวบ้านหาอึ่งเขตไทยแต่เจอทหารเขมร

โฆษก ทบ.แจงเข้าใจผิด ยันไม่ใช่ทหารเขมร แต่เป็นคนไทยพูดเขมร ยันไม่มียิงไล่”

ซึ่งข้อความดังกล่าวสร้าง “ความสับสน” ให้กับผู้ติดตามข่าวชายแดนและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะ นายอภิรักษ์และนายประยูร ที่ไปประสบเหตุมา และงง ที่โฆษกกองทัพบกบอก “เหมือนผมและเพื่อนเป็นเด็กเลี้ยงแกะ”

โดยนายอภิรักษ์ ถึงกับตัดผมล้างซวยและมีชาวบ้านมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

นายอภิรักษ์ เผยว่า….

“รู้สึกน้อยใจ ที่โฆษกออกมาพูดแบบนั้น ผมเป็นคนพื้นที่ เคยเป็นทหารพรานมาก่อน “เรื่องอะไรจะไม่รู้” ทหารไทยกับทหารเขมรแตกต่างกันอย่างไร?

ภาษาพูดคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน แทบจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง

ยิ่งมารู้ว่าโฆษกฯ พูดกลับไป-กลับมา เพียงไม่ถึง 2 ชม .ยิ่งขาดความเชื่อมั่น ของการเป็นโฆษกกองทัพ

หลังจากนี้ ชาวบ้าน หรือคนในประเทศ จะเชื่อถือได้อย่างไร

ทั้งที่ทหารในพื้นที่รู้ดี ชาวบ้านรู้กันดี ขอนั่งยัน-นอนยันว่า

เป็น “ทหารเขมร”!

และพื้นที่ ที่พวกผมไปหาอึ่งก็เป็นพื้นที่ของประเทศไทย ห่างจากชายแดนไม่น้อยกว่า 2 กม.

อยากให้กองทัพหาแนวทางแก้ไข มากกว่าจะมาผลักภาระให้ชาวบ้าน ต้องสู้กับเขมรตามลำพังแบบนี้

ขณะนายประยูร เพื่อนที่ไปหาอึ่งด้วยกัน เล่าว่า “ผมเป็นคนคุยกับทหารเขมรคนแรก รู้ทันที เพราะผมพูดเขมรฝั่งไทยได้บ้าง”

ยืนยันเป็นทหารเขมรชัดเจน มีอาวุธครบมือ

โชคดีที่หนีรอดมาได้ เพราะทหารเขมรกำลังจะจับพวกตนไป แต่ทางเรารู้เส้นทางดีมากกว่า จึงหนีออกมาได้

ด้าน “นางกัลย์สุดา” ภรรยานายอภิรักษ์ เผยว่า

อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ จะได้หาแนวทางป้องกัน รู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น ทางเราไม่คิดจะไปสร้างประเด็นอะไรขึ้นมา

ที่ผ่านมาชาวบ้านเห็นทหารเขมรเข้ามาเป็นประจำ อยากให้ทหารไทยเข้ามาแก้ไขปัญหา

ยอมรับ “น้อยใจโฆษกกองทัพ” ที่ชาวบ้านชื่นชอบและไว้วางใจมาโดยตลอด

แต่มาพูดบิดเบือนเหมือนว่า “เราสร้างเรื่อง”

……………………………………………

ความจริง ผมจะจบแค่นี้ แต่ดูเหมือนจะ “ครึ่งรัก-ครึ่งใคร่” ยังไงไม่รู้ ฉะนั้น ก็เอาให้สุดอารมณ์ ด้วยโพสต์ของ “พลทหาร” ถึง “นายพลทหาร” ไปเลย

……………………………………..

“พี่บอล กะบะบรรทุก สุรินทร์”

เรียน โฆษก ทบ. กรณีชาวบ้านบ้านสายโท ๓ ไปหาอึ่งแล้วเจอทหารเขมร เขาเจอทหารเขมรจริงๆ ท่านจะบิดเบือนทำไมว่าเป็นการเข้าใจผิด..?

พี่อู๊ดเขาเป็นอดีตทหารพราน เขาแยกแยะออกระหว่างคนหาของป่ากับทหารเขมร

ภาษาเขมรฝั่งไทยกับภาษาเขมรฝั่งเขมรแตกต่างกันเขาฟังรู้

กรุณาอย่าปิดบังข้อมูลอย่าบิดเบือนข่าวแล้วโยนขี้ให้พี่อู๊ดซึ่งเป็นอดีตทหารพรานว่าพูดไม่จริง..!

เขาเป็นอดีตทหารพราน เป็นชาวบ้าน แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนท่านนั่นแหละ..!

พี่อู๊ดเคยรบ เคยฆ่าทหารเขมรมาแล้วหลายศพ ท่านโฆษกเคยฆ่าใครในสมรภูมิไหนบ้าง..?

สมรภูมิจริง มันเจ็บ มันตายจริง มันไม่สนุกเหมือนสมรภูมิในหนังนะครับ..!

ไม่มีคัท..! ไม่มีเทค..! ไม่มีตอแหลนะครับ..!

ด้วยความไม่นับถืออย่างยิ่ง.

พลทหารสุมิตร เที่ยงตรงจิตร

ศูนย์การบินทหารบกลพบุรี (ศบบ.)

…………………………………………….

ครับ…ก็รักและเข้าใจใน “ความรุ่มร้อน” ของทุกฝ่าย

จะเอา “ความจริง” มาประสานกันยังไงก็ได้

แต่อย่าให้เขมรหัวเราะว่า “ปั่นหัวพวกเราได้สำเร็จ” เป็นพอ!

เปลว สีเงิน

๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from plew
มิติ “ท่านชายทั้งสี่” – เปลว สีเงิน
คลิกฟังบทความ…⬇️ เปลว สีเงิน มีข่าวหนึ่ง ที่ดูเหมือนคนไทยสนใจ และมีผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารผ่านสื่อสารออนไลน์ต่อเนื่อง
Read More
0 replies on “พลทหารถึงนายพล #เปลวสีเงิน”