“โอฬาร” ชี้ “ภูมิใจไทย” ขึ้นเป็นแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม เปิดจุดอ่อนฝ่ายขวา ศักยภาพสูงแต่เอกภาพอ่อนแอ แตกกันเอง ไม่การันตีชัยเลือกตั้ง

29 มกราคม 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยได้พัฒนาไปสู่โครงสร้างการแข่งขันแบบ “3 ขั้วอำนาจ” อย่างชัดเจน ส่งผลโดยตรงต่อยุทธศาสตร์ของทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายอนุรักษ์นิยม

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า โครงสร้างอำนาจ 3 ขั้ว ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแต่ละขั้วมีฐานอุดมการณ์ ฐานคะแนนเสียง และเครือข่ายทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในรูปแบบการสื่อสารกับประชาชน กลุ่มผู้สนับสนุนหลัก และบทบาทในเชิงโครงสร้างอำนาจของรัฐ ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งกันด้านนโยบาย แต่เป็นการแข่งขันเชิงโครงสร้างอำนาจและเอกภาพทางการเมืองในระยะยาว

ในบริบทดังกล่าว ฝ่ายอนุรักษ์นิยมถูกจัดวางให้อยู่ในสถานะที่ “แข็งแรงในเชิงศักยภาพ แต่เปราะบางในเชิงเอกภาพของโครงสร้างอำนาจ” แม้จะมีฐานคะแนนเสียงจำนวนมาก มีเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ที่เข้มแข็ง และมีความใกล้ชิดกับกลไกรัฐในหลายระดับ แต่ยังไม่สามารถรวมพลังทางการเมืองให้เป็นก้อนเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.โอฬาร อธิบายว่า ปัญหาหลักของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในขณะนี้ คือการกระจัดกระจายของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และเครือข่ายอำนาจย่อยในปีกเดียวกัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างดำเนินยุทธศาสตร์ของตนเอง โดยขาดศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจร่วมกันในเชิงการเมือง

ในภาพรวม พรรคภูมิใจไทยสามารถถูกมองได้ว่าเป็น “พรรคแกนนำหลักของฝ่ายอนุรักษ์นิยม” จากความได้เปรียบหลายประการ ทั้งเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ที่ครอบคลุม การสนับสนุนจากกลุ่มบ้านใหญ่และตระกูลการเมือง ความสามารถในการบริหารจัดการเชิงนโยบายแบบปฏิบัตินิยม รวมถึงการสื่อสารทางการเมืองที่เข้าถึงประชาชนในระดับฐานราก

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้เปรียบในเชิงภาพลักษณ์จากบทบาทด้านความมั่นคง ความชัดเจนด้านจุดยืนเรื่องอธิปไตยและชาตินิยม รวมถึงการจัดการปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการบริหารประเทศในภาวะวิกฤต

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า ความแข็งแกร่งดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันชัยชนะในการเลือกตั้ง หากพรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถดึงพรรคขนาดเล็ก กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และเครือข่ายอนุรักษ์นิยมที่กระจัดกระจาย ให้หันมาผนึกกำลังภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาเชิงโครงสร้างของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจึงไม่ได้อยู่ที่การขาดฐานคะแนนเสียง หากแต่อยู่ที่ “การแตกตัวของคะแนนเสียง” หรือ vote splitting ซึ่งเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ที่มีฐานเสียงเหนียวแน่นและมีเอกภาพทางอุดมการณ์สูง สามารถกุมความได้เปรียบในสนามแข่งขันได้

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวยังดำเนินต่อไป ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอาจเสียเปรียบทางการเมือง ทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขัน แต่ไม่สามารถแปลงศักยภาพนั้นให้กลายเป็นชัยชนะในการเลือกตั้งได้

ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงจำเป็นต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียง “ผู้แข่งขันรายหนึ่ง” ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางการรวมพลัง” ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหมด ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมือง

ในเชิงการสื่อสาร รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยควรกำหนดสารทางการเมืองที่ชัดเจน เพื่อทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงบุคคลและความแตกต่างทางยุทธวิธีในอดีต แล้วหันมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายร่วมของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเป็นหลัก สารทางการเมืองดังกล่าวควรสื่อสารให้ชัดเจนว่า ความแตกแยกภายในฝ่ายอนุรักษ์นิยมย่อมนำไปสู่การสูญเสียอำนาจโดยรวม มากกว่าการได้เปรียบเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพรรค.

Written By
More from pp
นายกฯ สั่ง ตช., ป.ป.ส., ปปง. บูรณาการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติด ขยายผลยึดทรัพย์ ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการเงินของกลุ่มนักค้ายาเสพติด
นายกฯ ย้ำการตัดต้นตอการผลิต โดยตัดต้นตอแหล่งเงินเป็นเรื่องสำคัญ สั่งการ ตช. ป.ป.ส. ปปง. บูรณาการความร่วมมือสืบสวน ปราบปราม ขยายผลเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ด้วยมาตรการทางทรัพย์สิน เพื่อทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้า...
Read More
0 replies on ““โอฬาร” ชี้ “ภูมิใจไทย” ขึ้นเป็นแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม เปิดจุดอ่อนฝ่ายขวา ศักยภาพสูงแต่เอกภาพอ่อนแอ แตกกันเอง ไม่การันตีชัยเลือกตั้ง”