ตลาดมีนบุรี แตก ประชาชนแห่ต้อนรับ “อภิสิทธิ์” ตอกย้ำอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแท้จริง ล้างบางทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมวางรากฐานให้เศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

25 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 เบอร์ 11 นางสาวกานต์ วนาดรวรวิศาล ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดมีนบุรี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนจำนวนหนึ่งกำลังรอคอยการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนอยากให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่งทุกครั้งที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง มักจะสร้างกระแสที่เกี่ยวกับทางด้านอารมณ์และนโยบายที่เร้าใจ

“รอบนี้พรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมาใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธุ์ 2569 เพื่อเป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหม่เพื่อให้ประเทศกลับมาสุจริตไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมวางรากฐานให้เศรษฐกิจได้เติบโตอย่างยั่งยืน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ประชาชนได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนมองว่าเราไม่สามารถอาศัยอยู่ภายในประเทศที่มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าทางด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างชัดเจนในการที่จะสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเพื่อที่จะสามารถเติบโตได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินหน้าด้านสื่อสารด้านนโยบายแต่จะต้องดูกันอีกว่าเสียงตอบรับของประชาชนมีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อที่จะตนจะได้ดำเนินการอย่างชัดเจนว่า การที่ประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว สิทธิประโยชน์ของประชาชนที่พึงจะได้มีอะไรบ้าง

ส่วนการหาเสียงเชิงสาดสีใส่สาดโค่นกันนั้น นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มีการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน เพราะปัจจุบันได้มีข้อมูลข่าวสารผ่านทางโซเซียลมีเดียเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ประชาชนทุกคนใช้โซเชียลมีเดียและการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

ส่วนเรื่องนโยบายสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน) ตนมองว่าไม่ได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงการพยายามเก็บข้อมูลมากกว่า ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์สามารถเก็บข้อมูลจากประชาชนได้ โดยไม่มีความจำเป็นการเก็บข้อต้องเก็บข้อมูลในการใช้นโยบายในลักษณะดังกล่าว ซึ่งควรจะนำเงินมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นย่อมเกิดผลประโยชน์มากกว่า

“เงินกว่า 3,000 ล้านบาทแทนที่จะสร้างเศรษฐีกลุ่มเล็กๆ นำมาให้ประชาชน 1 ล้านคน จำนวน 3,000 บาท เพื่อที่จะปรับปรุงทักษะของประชาชน เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้พัฒนาตนเองและเศรษฐกิจ จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าเยอะ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเพิ่มเติมนั้นทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกรอบที่ทางพรรคได้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.แต่อาจจะเพิ่มความชัดเจนของนโยบายให้มากขึ้น

นอกจากนี้ นายอสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางแก้ไขด้านกองทุนประกันสังคมนั้น ตนมองว่าปลายทางจะต้องนำกองทุนประกันสังคมแยกออกมาเป็นองค์กรอิสระ เพื่อที่จะสามารถบริหารได้อย่างโปร่งใส่ เพราะปัจจุบันมีความไม่เป็นธรรมในหลายๆ ด้าน ซึ่งในการจ่ายค่าตอบแทนถือว่าก็ยังไม่เป็นระบบที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริง และการที่ผู้ประกันตนที่นำเงินส่งเข้านั้นแต่การรักษาพยาบาลอาจไม่ได้สิทธิที่ดีเท่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า โดยทางพรรคประชาธิปัตย์มุ่งสนใจที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน เช่นการส่งเงินเพื่อรักษาพยาบาลให้โอนไปอยู่กับการรักษาสุขภาพถ้วนหน้าและกองทุนชราภาพ ซึ่งกองทุนชราภาพในอนาคตย่อมที่จะมีปัญหาในอีก 20 ปีข้างหน้า

จากผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับที่ 5 ของจังหวัดสมุทรปราการคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อจังหวัดอื่นๆ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแต่จังหวัดได้มีการจัดทำโพล ในหลายพื้นที่ย่อมมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในแต่ละพรรคย่อมมีฐานเสียงเดิมอยู่แล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะปฏิบัติงานเพื่อคนไทยทั้งประเทศต่อเนื่อง.

Written By
More from pp
นายกฯ ห่วงบุคคลากรทางการแพทย์ ย้ำรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลป้องกันให้คนไทยปลอดภัย เร่งเจรจาเพิ่มจัดหาวัคซีนจากหลายบริษัท
นายอนุชาบูรพชัยศรีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีความเป็นห่วงประชาชนทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอพยาบาลบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เสียสละดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
Read More
0 replies on “ตลาดมีนบุรี แตก ประชาชนแห่ต้อนรับ “อภิสิทธิ์” ตอกย้ำอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแท้จริง ล้างบางทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมวางรากฐานให้เศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน”