ในช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบ การสู้รบ และการปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง แต่กลับได้รับผลกระทบมากกว่า 300,000 คน ใน 7 จังหวัด โดยสภากาชาดไทยและภาคีเครือข่ายต่างเร่งให้ความช่วยเหลือในทุกวินาที แต่สำหรับที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากนุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว แม้พวกเขาจะได้รับผลกระทบในหลายครัวเรือนเฉกเช่นเดียวกับทุกพื้นที่ แต่เมื่อสอบถามทุกคนในชุมชนแห่งนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าไม่ได้มีการซ้อมอพยพจากสถานีกาชาด อาจเสียหายหนักกว่านี้”
จังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชานี้ เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยบ่อยครั้งและเกิดซ้ำทุกปี สภากาชาดไทยมองเห็นว่า “ความพร้อมรับภัย คือ หัวใจในการบรรเทาทุกข์” ซึ่งการเตรียมความพร้อมให้ชุมชนพร้อมรับภัยพิบัติที่ตำบลโนนหมากมุ่นนี้ ได้ดำเนินการโดย สถานีกาชาดที่ 6 อรัญประเทศ เฉลิมพระเกียรติฯ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย โดยที่ไม่คาดคิดเลยว่าจากการเตรียมรับภัยน้ำท่วม จะได้นำมาใช้กับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้
“ที่ตำบลโนนหมากนุ่น เรามีการสร้างชุมชนพร้อมรับภัยค่ะ ตอนแรกเราเริ่มจากน้ำท่วม ก็จะกำหนดจุดปลอดภัยที่เขาจะต้องไปรวมพล แล้วเราก็ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น มีการซ้อม วัดเวลา วัดระยะทางอย่างจริงจังว่า แต่ละบ้านให้ไปเส้นทางไหน ไปกับใคร แล้ววันนี้ที่มีความไม่สงบชายแดนเกิดขึ้น ก็เลยใช้ช่องทางการสื่อสารเดิม และการจัดการได้เป็นระบบมาก เขาจะอพยพไปอยู่ตามจุดของเขา แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลในศูนย์ของแต่ละศูนย์ที่เขาตั้งขึ้นไว้”
เบญจมาศ นันทโพธิ์เดช หัวหน้าสถานีกาชาดที่ 6 อรัญประเทศ เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสระแก้ว ได้เล่าถึงภารกิจที่ทางสภากาชาดไทยได้มีการเตรียมการเรื่องชุมชนพร้อมรับภัยที่ตำบลโนนหมากมุ่นนี้
“พอมีกระบวนการการจัดการในชุมชน ก็จะรู้ว่าเขาจะต้องดูแลตัวเองในเบื้องต้นอย่างไร ซึ่งเมื่อก่อนพวกเขาจะเป็นคนรอรับอย่างเดียว คือ เมื่อเกิดภัย ก็รอหน่วยงานมาช่วย แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เขาต้องมองว่า เขาจะจัดการตัวเขากันอย่างไรก่อน ก่อนที่ภาครัฐจะเข้ามาช่วย”
ยืนยันจากเสียงคนในพื้นที่ที่สัมผัสประสบการณ์วินาทีฉุกเฉินจริง ในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ชาวบ้านละแวกตำบลโนนหมากนุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ได้รับสัญญาณเตือนจากทุกช่องทาง ที่บอกให้ทุกคนอพยพโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นในเวลาไม่กี่อึดใจ เสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงการปะทะ ได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งพื้นที่
“ตอนนั้นคือ เขาจะเตือนขึ้นมาก่อน เพื่อให้ออกให้หมด หลังจากนั้น ก็จะเริ่มได้ยินเสียงระเบิดติด ๆ กันครับ ดังมากครับ” สุเมต โหยหวล ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลโนนหมากนุ่น เล่าย้อนถึงวันแห่งการอพยพ “ดั้งเดิมเลย คือ สภากาชาดไทยเข้ามาช่วยเหลือกลุ่มหมู่บ้านเราเรื่องของภัยพิบัติครับ ตั้งแต่ตอนน้ำท่วม เรามีแผนที่ในการอพยพว่าจะเรามีจุดตรงไหนรวมพลนะครับ พอครั้งนี้เป็นการอพยพหนีระเบิด กาชาดก็เอาจุดนั้นมาช่วยเลย ออกเส้นทางไหน เราก็มาเส้นทางนั้น เราได้รับตรงนี้จากกาชาด”
ด้าน บุญทัน อันทรพิษ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองจาน ได้เผยถึงวินาทีของการอพยพลูกบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัย ที่ความปลอดภัยของลูกบ้านต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอว่า “ถ้าทางกาชาดไม่ได้มาให้ความรู้ มาเตรียมความพร้อมเรื่องการอพยพ พี่คิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะวุ่นวาย มันเกิดขึ้นเร็วมาก ทุกคนก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก ตอนนั้นอำเภอแจ้งมาว่าให้มีการอพยพ ก็เลยไปประกาศบอกชาวบ้านให้เขาเตรียมพร้อมออกจากพื้นที่ ก็วิ่งไปดูลูกบ้านว่าให้อพยพนะ ไม่ไปไม่ได้นะ ต้องออกไป ก็ต้องตามลูกบ้านให้ย้ายออกไปให้หมดเพื่อความปลอดภัย ตอนนั้นกลัวค่ะ แต่เราต้องอยู่ เพราะว่าลูกบ้านของเรายังอยู่ค่ะ อยู่คอยแจ้งเตือน คอยให้คำแนะนำ แล้วให้ความช่วยเหลือ”
แม้ความช่วยเหลือจะส่งไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที แต่ภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และความเสียหายอาจตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “การเตรียมความพร้อม” คือ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งไม่แพ้สิ่งอื่นใด และความพร้อมนี้เองย่อมเป็นเกราะป้องกันชั้นดี ในการรับมือกับภัยที่เกิดขึ้นซ้ำในอนาคตและหยุดยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามใหญ่โตไปได้.

