ผักกาดหอม
ถ้าไม่เรียกว่าปล้น ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเทียบ…
ต้องยอมรับครับว่าสหรัฐเขายิ่งใหญ่จริงๆ
อยากจะปล้นประเทศไหนก็เอาตามใจชอบ
กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นแค่เศษกระดาษชำระในโถส้วม
ขณะเดียวกันก็ทำตัวเป็นตำรวจโลก ออกตรวจตราไปทั่ว อ้างว่าต้องพิทักษ์ให้โลกสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน
ต้องมีประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันของคนในโลก
ถุย!
ที่จริงแล้วอยากได้บ่อน้ำมัน
การบุกเวเนซุเอลาจับตัว “นิโกลัส มาดูโร” ไม่ต่างจากกรณี บุกอิรัก โค่น “ซัดดัม ฮุสเซน” อ้างว่ามีอาวุธชีวภาพที่มีศักยภาพทำลายล้างสูงสักเท่าไหร่
สาเหตุจริงๆ คือ บ่อน้ำมัน
แต่อีกด้านก็ต้องโทษผู้นำเวเนซุเอลาโดยเฉพาะ “ฮูโก ชาเวซ” ประธานาธิบดีคนก่อน ที่ก่อปัญหาไว้มากมาย เช่นการใช้นโยบายประชานิยม และชาตินิยม จนเลยเถิด
จนเวเนซุเอลาในวันนี้ติดกับดัก นโยบายประชานิยม มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
เศรษฐกิจเวเนซุเอลาล่มสลาย ทั้งๆ ที่มีบ่อน้ำมันใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของโลก มันเป็นไปได้อย่างไร
ขณะที่หลายประเทศในตะวันออกกลาง กลับพลิกฟื้นประเทศด้วยบ่อน้ำมัน
คอร์รัปชัน และนโยบายประชานิยม คือปัจจัยหลัก ที่พาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของเวเนซุเอลา ดำดิ่งสู่ก้นเหวลึก
สกุลเงินโบลิวาร์ ของเวเนซุเอลา มูลค่าแทบไม่ต่างจากแบงก์กงเต๊ก
แม้ประเทศนี้อุดมไปด้วยนางงามจักรวาล แต่ประชาชนส่วนใหญ่อยู่กันอย่างแร้นแค้น เงินเฟ้อจนสามารถเอาธนบัติมาฉีกเล่นได้
“ชาเวซ” เป็นประธานาธิบดีในปี ๑๙๙๙ ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพราะมีคนจนร่วมๆ ๙๐% ของประเทศเป็นฐานเสียง
“ชาเวซ” ใช้นโยบายประชานิยมอย่างบ้าคลั่ง เอาใจคนจนด้วยการนำรายได้จากการขายน้ำมันมาสร้างประโยชน์โดยตรงให้คนจน
ยิ่งกว่ารัฐสวัสดิการ
เพราะประชาชนไม่ต้องจ่าย โดยที่รัฐเป็นฝ่ายแจกแหลกจากเงินที่ขายน้ำมันได้
เช่นสนับสนุนราคาอาหาร เรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี
ขณะเดียวกันก็มีการคอร์รัปชันกันมโหฬาร และไม่มีใครเข้ามาจัดการ
วันดีคืนร้าย “ชาเวซ” ใช้นโยบาย Socialist Economic & Policies ออกกฎหมายยึดเอากิจการน้ำมัน สถาบันการเงิน การเกษตร และอุตสาหกรรมของเอกชนทั้งในและต่างประเทศทั้งหมดมาเป็นของรัฐบาล
ในนั้นมีบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริการวมอยู่ด้วย
อ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดเพื่อคนจน
แต่มันคือระเบิดเวลา!
หลัง “ชาเวซ” เสียชีวิต “นิโกลัส มาดูโร” ก้าวขึ้นมาแทน
หายนะค่อยๆ เกิด
ราคาน้ำมันดิ่งลง
ก็ลองจินตนาการดูครับ น้ำมันคือรายได้กว่า ๙๐% ของประเทศ รายได้ของรัฐบาลเวเนซุเอลาจะหายไปเท่าไหร่
บวกกับส่งออกน้ำมันได้น้อยลง เพราะกำลังการผลิตลดลงอันสืบเนื่องจากเทคโนโลยีไม่ได้รับการดูแล การซ่อมแซมไม่ดีพอ แม้เวเนซุเอลา จะเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากสุดในโลก แต่อยู่ในสภาวะเหมือนหัวล้านได้หวี
เมื่อเสียรายได้ ค่าเงินตก เงินเฟ้ออย่างบ้าเลือด ปัญหาอาชญากรรมก็ตามมา
“นิโกลัส มาดูโร” ผูกค่าเงินโบลิวาร์กับดอลลาร์สหรัฐไว้ที่ ๑๐:๑ กลับเป็นตัวเร่งหายนะทางเศรษฐกิจ เกิดการคอร์รัปชันในวงกว้าง
แม้จะเกิดวิกฤตการเมืองมีการประท้วงของประชาชน แต่ “นิโกลัส มาดูโร” ยังเอาอยู่
สหรัฐที่เฝ้ามองอย่างใกล้ชิด “ทรัมป์” ได้ที ผูก “มาดูโร” กับยาเสพติด เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโค่นล้ม “มาดูโร”
แต่ในข้อเท็จจริงแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่ในโคลอมเบีย เพื่อนบ้านเวเนซุเอลาต่างหาก
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา “ทรัมป์” ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารซึ่งประกาศให้ “เฟนทานิล” เป็น อาวุธทำลายล้างสูง
“ทรัมป์” ให้เหตุผลว่า “เฟนทานิล” มีความใกล้เคียงกับอาวุธเคมี มากกว่าจะเป็นยาเสพติด
“เฟนทานิล” เป็นยาสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีนถึง ๕๐ เท่า ถูกนำมาเป็นส่วนผสมของยาเสพติด
เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐ
แต่… “เฟนทานิล” ส่วนใหญ่ถูกผลิตในเม็กซิโก ไม่ใช่เวเนซุเอลา
เกือบทั้งหมดลักลอบเข้าสหรัฐตามแนวชายแดนเม็กซิโก
พล็อตเรื่องคุ้นๆ ว่าด้วยอาวุธทำลายล้างสูง ถูกนำมาฉายซ้ำ เพื่อยึดบ่อน้ำมัน
ในแง่กฎหมายระหว่างประเทศสหรัฐไม่เคยรับผิดชอบใดๆ ต่อการบุกอิรัก ด้วยข้ออ้างอาวุธทำลายล้างสูงที่ไม่มีอยู่จริง กลับกันสหรัฐเข้าไปสูบเลือดจากชาวอิรักโดยไม่แยแสกติกาโลกใดๆ ทั้งสิ้น
นี่จึงเป็นอีกครั้งที่สหรัฐกำหนดกติกาขึ้นมาเอง ชาติพันธมิตรของสหรัฐได้แต่มองตาปริบๆ เพราะทำอะไรไม่ได้
เมื่อครั้งรัสเซียถล่มยูเครน ยุโรปเดือดร้อนหนัก เพราะรบกันใกล้บ้านตัวเอง จึงพากันประณาม
นักการเมืองไทยบางพวกทำตัวเป็นลูกน้องสหรัฐ ยุโรป ประณามรัสเซียฉอดๆ
แต่เมื่อสหรัฐบุกเวเนซุเอลา ดันเงียบกริบ ไม่ส่งเสียงใสๆ ออกมาเลย
ไหนบอกว่าคนเท่ากัน!
ว่าไปงานนี้สงสาร “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” อยู่เหมือนกัน อุตส่าห์เชลียร์ดากทรัมป์เสนอชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หารู้ไม่ว่าเขาวางหมากล็อกเก้าอี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี ๒๐๒๕ คือ “มาเรีย โครีนา มาชาโด” นักการเมืองฝ่ายค้านเวเนซุเอลา
ได้รับเพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการเรียกร้องให้เปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติและยุติธรรม
ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนในเวเนซุเอลา
แต่สหรัฐกำลังจะเข้าไปเปลี่ยน
คงคล้ายๆ การทำรัฐประหารโดยสหรัฐ
ไม่ใช่เพื่อชาวเวเนซุเอลา
แต่เพื่อบ่อน้ำมัน
หลังจากนี้จับตามอง “มาเรีย โครีนา มาชาโด” ให้ดี
เพราะเธออยู่ในข่ายหุ่นเชิดสหรัฐ.

