ด้วย “เดิมพัน” ประเทศ – เปลว สีเงิน

www.plewseengern.com

เปลว สีเงิน

“ไม่ไว้วางใจ” ตำรวจ ก็ไม่ว่า
คดี “ตู้ห่าว”
ผมอยากให้ลอง “เชื่อใจ” ผบ.ตร. “ดำรงศักดิ์” และรองผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” ดูซักครั้ง!
โดยเฉพาะ “คุณชูวิทย์” รู้แหละ “เจตนาดี” แต่ใจเย็นซักนิด คดียังอยู่ในกรอบเวลา “๓ สัปดาห์” ตามที่ตำรวจบอกมิใช่หรือ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ยืนยันด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ว่า
คดีนี้ รับประกัน ไม่มี “มวยล้ม”!

เรื่องข้อหา “ฟอกเงิน” นั้น ไม่ต้องห่วง
ต้องแจ้งอยู่แล้ว ทั้งผบ.ตร.และบิ๊กโจ๊ก ก็ให้คำมั่นตรงกัน

เมื่อถึงขนาดนี้แล้ว เราก็ต้องให้โอกาสตำรวจท่านทำงาน อย่าเพิ่งพูดจาในเชิงหมิ่นแคลนกันไปให้มากนัก
คนทำงานจะ “หมดกำลังใจ”

เพราะถึงอย่างไร ตำรวจกับประชาชน ก็ไม่ต่าง “งูเห่ากับพังพอน” ต้องกัดกันทุกภพ-ทุกชาติ เพราะ “ถูกสาป” ไว้เช่นนี้!
อีก ๔-๕ วัน ก็จะครบ ๓ สัปดาห์
ฟังตำรวจแถลงตอนนั้น คดีจะเป็นลำไม้ไผ่หรือเป็นบ้องกัญชา ก็ค่อยว่ากันอีกที

ว่าแต่พวกเราเถอะมี “หลักยึด” ในการติดตามคดีแค่ไหน ถ้าไม่มี ฟังคนโน้นพูดที-คนนี้พูดที คอเคล็ดเปล่า!
เรามา “ตั้งหลัก” เพื่อการติดตามกันอีกที แม่นประเด็นแล้ว จะได้ไม่เป๋ในทิศทาง

คือเมื่อ ๒๖ ตค.๖๕ “พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น)
ค้นอาคาร จินหลิง, อาคาร LEELA และ อาคาร WIP WUP CAR WASH ที่ถนนเจริญราษฎร์ ยานนาวา สาทร

เพราะสืบทราบที่แห่งนี้ ข้างหน้าบริการล้างรถ ข้างใน เป็นสถานบันเทิง ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดแก่ลูกค้าด้วย
แถมจัดที่ให้ “มั่วยา” เสร็จสรรพ

ที่เสพไม่หมด ยังบริการ “รับฝาก” ให้มาใช้วันหลัง และให้มีการเล่นการพนันด้วย
ข้างในตัวอาคารเป็นลานจอดรถ มีรถหรูจอดเพียบทั้ง โรลส์ รอยซ์, พอร์ช, เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู,โตโยต้า อัลพาร์ด ไม่ต่ำกว่า ๓๐ คัน

มีห้องคาราโอเกะเกือบ ๒๐ ห้อง ห้องที่ใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด ชนิดเคตามีน, แฮปปี้วอเตอร์ หลายร้อยซอง
พบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน กว่า ๒๐๐ คน แยกเป็นชาย ๑๑๑ คน หญิง ๑๒๖ คน

ตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบสารเสพติดกว่า ๒๐ คน ค้นห้องคาราโอเกะและห้องผู้จัดการ ห้องคลังสินค้า
พบยาเสพติด มีทั้ง ยาเค, ยาแฮปปี้ วอเตอร์, ยาไฟว์ ไฟว์ บรรจุซองพลาสติก กว่า ๓๐๐ ซอง
และพบตกกระจายตามห้องคาราโอเกะ ตรวจสอบพบว่า จำหน่ายซองละ ๑ หมื่นบาท

อาคารสถานบริการเหล่านี้ เป็นชื่อคนอื่น แต่ตำรวจมีหลักฐาน พบนายตู้ห่าวเข้า-ออกประจำ อยู่เบื้องหลังธุรกิจนี้ทั้งหมด

ต่อมา ในเดือนพย.นายตู้ห่าวมามอบตัวตำรวจยานาวา และนำตัวไปฝากขังศาล ตั้งข้อหาว่า
“ฐานสมคบ โดยตกลงกัน” “ตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด

และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย เเละพ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙”

ครับ….จำกันให้แม่นนะ
ขณะนี้ นายตู้ห่าวเป็นเพียง “ผู้ถูกกล่าวหา” เท่านั้น

ตำรวจต้องไปสืบเสาะพยานหลักฐาน “ของกลาง” มายืนยันให้ได้ ว่านายตู้ห่าวค้ายาและร่วมแก๊งค้ายา
ถ้ามีแต่คำว่า “สืบทราบว่า…” อย่างที่ตำรวจชอบอ้าง “จับก่อน ตั้งข้อหาทีหลัง”

แล้วไปจับมาเป็นผู้ต้องหา แต่พยาน-หลักฐาน ที่ใช้มัดถึงตัวนายตู้ห่าวไม่มี ไปหาเอาทีหลัง
ถึงชั้น อัยการหรือศาล จะหลุดได้ง่ายๆ!

ทั้งทรัพย์สิน-สินทรัพย์ที่อายัดมา เป็นพันๆ ล้าน ก็ต้องคืนเขา เหมือน “คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ” นั่นแหละ
หรือคดี “นายตำรวจ” ที่ขับรถพายิ่งลักษณ์หนีศาล “ออกช่องหมาลอด” จำได้มั้ย?

จะๆ แจ้งๆ ชั้นต้น “พันตำรวจเอก” คนนั้น ก็ยอมรับว่าเป็นผู้พายิ่งลักษณ์หนี แต่ปรากฎว่า ถึงชั้นอัยการ “สั่งไม่ฟ้อง”
เพราะตำรวจทำสำนวนมา ผู้ต้องหาปฏิเสธ ทั้งตรวจรถ ไม่พบหลักฐานยิ่งลักษณ์อยู่ในรถคันนั้น
สำนวนเหลวเป็นขี้เด็ก….

ก็ง่ายที่อัยการจะสั่งไม่ฟ้อง ส่งกลับให้ผบ.ตร.ทบทวน ผบ.ตร.ก็ไม่แย้ง กลับเห็นตามอัยการ
ก็นี่แหละตำรวจ และตอนนี้ พันตำรวจเอกนั้น กลับเข้ารับราชการเงียบเชียบ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โน่นแล้ว แลนด์สไลด์ละก็ ได้เป็นนายพลแน่

วันหลัง จะเล่า “พงศาวสันดาน” เรื่องนี้ ให้ฟัง …….
เพราะมีอะไรสนุกๆ ที่ซุก “(พรรค) การเมือง” อยู่

ก็สืบจากตัวคนใน รูปหมู่ “พล.ต.อ.ประชา” สมัยเป็นรองนายกฯ ยุคยิ่งลักษณ์
ไปเปิดบริษัททัวรให้ตู้ห่าว “หลานเขย” แถวๆ ลาดกระบัง นั่นแหละ!

วันนี้ เอาเรื่องนี้ก่อน เมื่อวาน (๑๑ ธค.) หลังคุณชูวิทย์บอกไม่ค่อยไว้ใจตำรวจ
ผบ.ตร. “ดำรงศักดิ์” หน้าตาท่านซื่อๆ น่าเชื่อถือดีนะ ท่านบอก นำผู้ต้องหาชาวจีน ๑๐๔ คน ตรวจสารยาเสพติดที่โรงพยาบาลธัญลักษณ์แล้ว

โรงพยาบาลยืนยันผล ๗๗ ราย รับสารภาพ ๖๖ ราย ก็ส่งฟ้องศาล อีก ๑๑ รายปฎิเสธ หนีประกันไป ๑ ราย
สรุป ทั้ง ๗๖ ราย ตอนนี้ ควบคุมตัวไว้ เมื่อคดีเสร็จ ก็จะส่งตัวกลับจีน

ต้องเข้าใจตรงนี้ให้ชัดนะครับว่า นักเที่ยวผับจินหลินนั้น ตำรวจฟ้องในข้อหา “ผู้เสพ”
แล้วขยายผลจาก “ผู้เสพ” ไปสู่ “ผู้ครอบครองยาเสพติด”
คือ “ผู้สมคบกันค้ายาเสพติด” มีทั้งนายตู้ห่าวและพวกที่ยังหลบหนีอีก รวม ๙ คน

นายตู้ห่าวนั้น ผบ.ตร.บอก…
นอกจากผู้ค้ายาแล้ว ตามพยานหลักฐาน ยังเป็น “เจ้าของกิจการ” ด้วย!

ในเมื่อตำรวจตั้งข้อหา “นายตู้ห่าว” เป็นผู้ค้ายาและเป็นเจ้าของกิจการที่เปิดผิดกฎหมาย
ตำรวจก็ต้องนำพยานหลักฐานมาแสดง และต้องหาหลักฐานเชื่อมโยงว่า “นายตู้ห่าว” เป็นเจ้าของกิจการนั้น มาแสดงให้ได้ด้วย

เพราะเท่าที่ปรากฎ เจ้าของแต่ละกิจการ จะเป็น “นอมินี” ทั้งนั้น ไม่มีชื่อ “นายตู้ห่าว” เป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินการโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ การจะตั้งข้อหา “ฟอกเงิน” ปุบปับ มันตั้งได้ แต่ตั้งแล้ว จะ “เอาอยู่” มั้ย?

มันก็ขึ้นอยู่กับ “พยานหลักฐาน” เชื่อมโยงถึง ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล พยานแวดล้อม และ “ของกลาง” ที่จะมัด
ผบ.ตร.ถึงย้ำ ข้อหา “ฟอกเงิน” ตั้งแน่

คณะทำงาน ทั้งฝ่ายสืบสวน-สอบสวน ป,ป.ส., ป.ป.ง.และสำนักงานอัยการคดียาเสพติด กำลังทำในสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า
“พยานหลักฐานแน่น” มัดตัว “ดิ้นไม่หลุดประมาณนั้น!

ตั้งข้อหาตู้ห่าวแล้ว…..
ถ้าพบว่า “ไม่มีพยานหลักฐาน” ยืนยัน
นั่น เท่ากับกลั่นแกล้ง ปรักปรำ ยัดเยียดข้อหาเขา นอกจากต้องปล่อยตัวเขาแล้ว ทรัพย์สินที่อายัดไว้ทั้งหมด ก็ต้องคืนเขาแล้ว

ไม่ต้องพูดเรื่องตู้ห่าวจะฟ้องกลับ
แต่ต้องพูดว่า “ขบวนการยุติธรรมไทย” ล้มละลาย จบสิ้นแล้ว ประเทศนี้!

เรื่องเงินบริจาคเข้าพรรคพลังประชารัฐ
เรื่องแปลงสัญชาติกันยุคยิ่งลักษณ์
เรื่องมีเครื่องบินส่วนตัวให้รัฐมนตรีใช้

เรื่องธุรกิจเทากับนักการเมืองทั้งเหนือ-ใต้
เรื่องซื้อบ้านของเอสซี แอสเสท ๒,๕๐๐ ล้าน
เรื่องตั้งมูลนิธิรับแปลงวีซ่านทท.จีนอยู่ไทย

เรื่องคอลเซนเตอร์ เรื่องบ่อน เรื่องเพชรปลอม

ต่างๆ เหล่านี้ มันเพียง “ขุยไผ่”
มันจะเกิดได้ ก็ต้องมาจาก “ต้นไผ่-กอไผ่”

ฉะนั้น ถ้าจะ “จับให้มั่น-คั้นให้ตาย” แก๊งตู้ห่าว “หลานเขย” อดีตผบ.ตร.อดีตรองนายกฯ เพื่อไทย ละก็
ต้องพุ่งตรงไปที่ “ยาสพติด” อันเป็นต้นกอ-ต้นคดีก่อน!

เพราะถ้า “หลุด” จากยาเสพติด
ก็เท่ากับเงินเป็นพันๆ ล้านที่ซื้อบ้านทีละ ๕๐ หลัง รถหรู เป็นสิบๆคัน โรงแรม เครื่องบินส่วนตัว แถมจอดในกองทัพได้ และสารพัด-สารพันธุรกิจของตู้ห่าว

“เงินบริสุทธิ์” ทั้งนั้น
ไม่มี “แป้งเปียก-แป้งมัน” ปนเลย!

ถามว่า ถ้า “คำตอบสุดท้าย” ออกมาอย่างนี้ ผบ.ตร.อยู่ได้มั้ย บิ๊กโจ๊กอยู่ได้มั้ย นายกฯประยุทธ์ อยู่ได้มั้ย
และคำถามสุดท้าย ที่ใครล่ะ จะสามารถตอบ

ประเทศไทย “อยู่ได้มั้ย?”

เปลว สีเงิน
๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕

 

Written By
More from plew
ถึงยุค “ควบรวมจึงโต” – เปลว สีเงิน
เปลว สีเงิน ๑๒ ตุลา.รู้กัน ว่าการควบรวมกิจการระหว่าง “ทรูกับดีแทค” จะลงเอยแบบไหน? เพราะเมื่อวาน (๒๓ กย.๖๕๖) กสทช.แถลง ๑๒...
Read More
0 replies on “ด้วย “เดิมพัน” ประเทศ – เปลว สีเงิน”