กระทรวงยุติธรรม เผย สถานการณ์โควิด-19 กรมราชทัณฑ์ กำชับทุกฝ่าย ดำเนินการป้องกันและควบคุมการระบาดอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำ 7 แห่งสัปดาห์นี้

ในวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือ ศบค.ยธ.

เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตาม 5 แผนงานการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ Covid-19 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ครั้งที่ 74/2564

โดยมีนางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) ร่วมกับผู้บัญชาการเรือนจำในจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษก ศบค.ยธ. เปิดเผยว่า ภาพรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำ/ทัณฑสถานวันนี้ สถานะเรือนจำคงที่ ไม่พบเรือนจำระบาดใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 จึงยังมีเรือนจำสีขาว 120 แห่ง และเรือนจำสีแดง 22 แห่ง ซึ่งเป็นเรือนจำที่ยังอยู่ระหว่างควบคุมการระบาดทั้งสิ้น 5 แห่ง โดยเป็นเรือนจำแพร่ระบาดใหม่ 3 แห่ง และระบาดซ้ำ 2 แห่ง ขณะที่มีเรือนจำที่อยู่ในแผนการพ้นจากการระบาดของโรค หรือ EXIT จำนวน 17 แห่ง โดยจะพ้นจากการระบาดภายในสัปดาห์นี้ได้ 7 แห่ง เริ่มจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ในวันพรุ่งนี้ (5 ตุลาคม)

ขณะที่วันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 362 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 342 ราย และในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 20 ราย) รักษาหายเพิ่ม 472 ราย เสียชีวิต 1 ราย (จากเรือนจำกลางอุดรธานี) ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,016 ราย (กลุ่มสีเขียว 80.5% สีเหลือง 19% และสีแดง 0.5%) โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 65,432 ราย หรือกว่า 92.9% ของผู้ติดเชื้อสะสม 70,452 ราย เสียชีวิตสะสม 156 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศบค.ยธ. โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานการประชุมในวันนี้ ได้กำชับทุกฝ่ายให้รักษามาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในเรือนจำสีขาว ทั้งที่ยังไม่แพร่ระบาดหรือที่พ้นจากการระบาดแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำได้อีก โดยเฉพาะการแยกกักโรคผู้ต้องขังทุกรายอย่างเคร่งครัด และการแบ่งพื้นที่แดนกักโรคออกจากพื้นที่แดนในของเรือนจำอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการติดต่อหรือแพร่กระจายเชื้อระหว่างกันได้ รวมถึงการกักโรคในผู้ต้องขังป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลภายนอกและผู้ต้องขังที่ออกนอกพื้นที่เรือนจำ เมื่อกลับเข้าพื้นที่จะต้องกักตัวเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรับใหม่ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มีการนำเชื้อจากภายนอกเข้าในเรือนจำโดยเด็ดขาด

ขณะที่การดำเนินการเพื่อฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขัง ปัจจุบัน ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งสิ้น 208,003 โดส เพิ่มขึ้น 2,387 โดส เป็นการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 149,324 ราย หรือ 52.4% เข็มที่ 2 จำนวน 58,679 ราย หรือ 20.6% ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อและอยู่ระหว่างการรักษาตัว จำนวน 4 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 1 ราย และเยาวชน 3 ราย ด้านผลการดำเนินงานสถานพินิจฯ/ศูนย์ฝึกและอบรมฯ สีขาว มีจำนวน 51 แห่ง จากทั้งหมด 56 แห่ง อีก 5 แห่ง แยกเป็นติดเชื้อ 3 แห่ง และหมดสถานะสีขาว 2 แห่ง ขณะที่สถิติการฉีดวัคซีนของเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นเป็น 471 ราย หรือคิดเป็น 11.84% จากทั้งหมด 3,978 ราย และเจ้าหน้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนคงที่ที่ 3,795 ราย หรือคิดเป็น 88.26% จากทั้งหมด 4,301 ราย

Written By
More from pp
“ธนกร” ติง “พิธา” รั้นแถลงปมยุบก้าวไกล หลังศาลเตือนแล้วไม่ฟัง มองกระทบความเชื่อมั่น ไม่เคารพกฎหมาย บิดเบือนหลักการ อ้างประชาธิปไตย
“ธนกร” ติง “พิธา“ รั้นแถลงจุดยืนปมยุบก้าวไกล หลังศาลรธน.ออกโรงเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง มอง กระทบความเชื่อมั่นกระบวนการวินิจฉัยไม่เคารพกฎหมาย ชี้ บิดเบือนหลักการทุกข้อ อ้างประชาธิปไตย เอาดีเข้าตัว ทั้งที่ศาลขยายเวลาชี้แจงถึง...
Read More
0 replies on “กระทรวงยุติธรรม เผย สถานการณ์โควิด-19 กรมราชทัณฑ์ กำชับทุกฝ่าย ดำเนินการป้องกันและควบคุมการระบาดอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียม EXIT เรือนจำ 7 แห่งสัปดาห์นี้”