สธ. เผยเครือข่ายด้านการรักษา ติดตามสถานการณ์หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมใกล้ชิด พร้อมดูแลผู้ป่วยโควิด 19

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายด้านการรักษา ติดตามสถานการณ์หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมอย่างใกล้ชิด ยืนยันระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 มีความพร้อมทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐ เอกชน และประชาสังคม หากยาโมลนูลพิราเวียสำหรับรักษาผู้ป่วยโควิดได้ผลในเฟส 3 ผ่านการขึ้นทะเบียน อย.สหรัฐและไทย คาดนำมาใช้ได้ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

10 กันยายน 2564 ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับมอบเครื่องช่วยหายใจจากรัฐบาลอินเดีย โดย ดร.สาธิตกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายการรักษาได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์โควิด 19 อย่างใกล้ชิด หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ได้นำบทเรียนจากครั้งที่แล้วมาปรับใช้และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายกับโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐ เอกชน ประชาชาสังคม ยืนยันว่าแม้ขณะนี้มีการลดเตียงในโรงพยาบาลสนามหรือฮอสปิเทลเนื่องจากผู้ป่วยลดลง แต่เตียงรับผู้ป่วยสีแดงในโรงพยาบาล ยังมีบุคลากรและทรัพยากรพร้อมรับมือได้ คาดว่าสถานการณ์จะแตกต่างจากการแพร่ระบาดครั้งที่ผ่านมา

อีกทั้งการฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ร้อยละ 37 ในกลุ่มผู้สูงอายุฉีดได้ร้อยละ 50.6 และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังร้อยละ 49 ในกรุงเทพมหานครฉีดแล้วกว่าร้อยละ 90 ของประชากร นอกจากจะมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่เข้ามา ยังต้องเฝ้าระวังผลในช่วงเดือนตุลาคมว่าจะกระทบต่อการแพทย์หรือไม่

ด้านนายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการ Home Isolation ที่ผ่านมาได้ผลดีมาก เฉพาะในกทม. ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวประมาณร้อยละ 90 และสีเหลืองที่ต้องใช้เครื่องออกซิเจนประมาณร้อยละ 10 ส่วนสีแดงที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจประมาณร้อยละ 0.5 อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมเตียงสีแดงไว้ร้อยละ 1 ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เตรียมเครื่องออกซิเจนไว้สำหรับฮอสปิเทลและผู้ป่วยที่รักษาพยาบาลที่บ้าน โดยได้ร่วมกับสภาวิชาชาชีพแพทยสภา ราชวิทยาลัยต่าง ๆ จัดทำแนวทางปฏิบัติไว้พร้อมแล้ว

ส่วนยาโมลนูพิราเวียร์ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองเฟสที่ 3 คาดว่าจะได้ผลการทดลองส่วนแรกประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ หากยาได้ผลในเฟสที่ 3 จะมีการขึ้นทะเบียนกับ FDA สหรัฐอเมริกาประมาณเดือนตุลาคม จากนั้นจะขึ้นทะเบียนกับอย. ประเทศไทย คาดว่าจะนำมาใช้ได้ปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตมาโดยตลอด เจรจาจองไว้สำหรับรักษาในประเทศไทยจำนวน 200,000 คน ซึ่งยาโมลนูพิราเวียร์กลไกการออกฤทธิ์จะคล้ายกับฟาวิพิราเวียร์ หากเป็นไปได้อาจจะนำมาใช้เป็นยาอันดับแรกในการรักษาโควิด 19

Written By
More from pp
เอส เอฟ จับมือ พรีเมี่ยมโกลด์ เยาวราช จัดเต็ม Big Bonus ตลอดปี ดูหนังทุกที่นั่ง ลุ้นทองทุกเดือน แจกแจ็กพอตใหญ่ “ตั๋วหนังทองคำ” ครั้งแรกในไทย
พิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จับมือ ณิชชา ชาครียรัตน์...
Read More
0 replies on “สธ. เผยเครือข่ายด้านการรักษา ติดตามสถานการณ์หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมใกล้ชิด พร้อมดูแลผู้ป่วยโควิด 19”