กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนในช่วงหน้าฝน ระมัดระวังการป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย แนะร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในช่วงหน้าฝน ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด อาจเสี่ยงป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา พร้อมแนะประชาชนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลัก ปราบยุงลายใช้ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ

27 สิงหาคม 2563 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำขังในภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย นั้น กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชนให้ช่วยกันสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์ และระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เพราะอาจเสี่ยงป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

สำหรับโรคติดต่อนำโดยยุงลายที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก ได้แก่ โรคไข้เลือดออก จากรายงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 สิงหาคม 2563 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 47,738 ราย เสียชีวิต 32 ราย (ผู้ป่วยเฉพาะช่วงหน้าฝน เดือนมิ.ย. – 24 ส.ค. 63 รวมจำนวน 29,814 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ป่วยทั้งหมด) กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คืออายุ 15-24 ปี (ร้อยละ 26.22) อายุ 10-14 ปี (ร้อยละ 22.25) และอายุ 25-34 ปี (ร้อยละ 13.14)

ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรมากที่สุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ระยอง ชัยภูมิ นครราชสีมา และขอนแก่น ตามลำดับ ซึ่งโรคดังกล่าว เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกีที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค อาการของโรคจะมี 3 ระยะคือ

ระยะแรก เป็นไข้สูงฉับพลัน 38-41 องศา และสูงลอยเกิน 2 วัน ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน อาจมีผื่น หน้าแดง ปวดท้อง หรือท้องเสีย มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด แต่มักจะไม่มีน้ำมูกและไม่ไอ ใช้เวลา 2-7 วัน

แล้วเข้าสู่ระยะที่สอง โดยหากมีภาวะช็อกจะมีอาการมือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วกระสับกระส่าย ความดันโลหิตต่ำ ปัสสาวะออกน้อย ถ้าเป็นเด็กเล็กจะสังเกตได้จากเด็กอาจซึมลง ทานอาหารได้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดอาการในช่วงที่หมอให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน ซึ่งถ้าหากกลับไปหาหมอช้าก็อาจจะอันตรายมากถึงกับเสียชีวิตได้

แต่หากไม่มีอาการช็อกในระยะที่สองนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกลับไปหาหมอ คนไข้จะค่อยๆ หายเข้าสู่ระยะฟื้นตัว ชีพจรเต้นดีขึ้น กินข้าวได้ ปัสสาวะดี อุณหภูมิกลับมาเป็นปกติที่ 37 องศาก็แสดงว่าหายเป็นปกติ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมกันดำเนินตามมาตรการ โดยยึดหลัก ปราบยุงลายใช้ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดังนี้

1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่

ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา


ทั้งนี้ ประชาชนไม่ควรไปหาซื้อยากินเองเมื่อมีอาการไข้หรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะการกินยาแก้ไข้ แก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ร้านยาจ่ายให้ เช่นยาไอบรูโปรเฟน บรูเฟน โดยยังไม่ได้ทำการวินิจฉัยโรค ทำให้เสี่ยงต่อการทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่าย และทำให้แพทย์รักษาได้ยากขึ้น เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ฉะนั้น หากมีอาการคล้ายจะเป็นไข้เลือดออกดังข้างต้นคือ ไข้สูงฉับพลัน ไข้สูงลอยเกิน 2 วัน อ่อนเพลีย อาจมีผื่น หน้าแดง หรือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ให้รีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อรับการวินิจฉัยโรคและรับการรักษาต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


Written By
More from pp
ครั้งแรกในไทย!!! กับนิทรรศการศิลปะโต้ตอบได้
บริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด (JAM) ร่วมกับ บริษัท ดรีม เอกซ์เพรส (เดกซ์) จำกัด และ...
Read More
0 replies on “กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนในช่วงหน้าฝน ระมัดระวังการป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย แนะร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง”