สำหรับ “บุ๋ม-ปนัดดา” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

สงสารบ้านเมือง

และเสียดาย “บรรยากาศดีๆ” ตอนปลายปีของไทย

เพราะตามปกติ ช่วงนี้จะเข้าหน้าหนาว

“งานประจำปี” จะเรียงวัน รับกันเป็นทอดๆ

เริ่มตั้งแต่ “งานพระรูปทรงม้า” วันที่ ๒๓ ตุลา.

ตกเย็นสาวๆ จะนุ่งกระโปรงสุ่มไก่

สวมเสื้อกันหนาวหลากสี

เดินริมกำแพงวัดเบญจะฯ และลานพระรูป

จะมีหนุ่มๆ ตามก้อร่อ-ก้อติกให้สาวๆ คิกคัก-ควักค้อน

แต่ไม่มีการลวนลามหรือพูดจาแทะโลมที่น่ารังเกียจ

ต่อด้วยงาน “วันวชิราวุธ” ที่ ๒๕ พฤศจิกา.ที่วังสราญรมย์

จุดเด่นของงานคือ…

การประกวด “นางสาวไทย” เป็นงานใหญ่ระดับประเทศ

การประกวดนางสาวไทยนี้

หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะโหมโรงล่วงหน้าเป็นเดือนๆ

ไปสืบ ไปแคะ ….

ว่าจังหวัดไหนจะมี “ช้างเผือกในไพร” ส่งเข้าประกวด

ก็นำมาเป็นข่าวพาดหัว ลงรูปครึ่งหน้า

แข่งขัน-ประชันกัน…

ว่าสาวไหนจะเป็น “ตัวเก็ง” ของสื่อแต่ละฉบับ

เรียกว่าบรรยากาศบ้านเมือง “บันเทิงธิปไตย” จริงๆ

ไม่มีข่าว “การเมือง” มา “กวนเมือง” อย่างทุกวันนี้

เสร็จจากงานวชิราวุธ ก็ถึงแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒

ประเพณี “ลอยกระทง” ครับ!

“ชาวบ้าน-ชาวเมือง” สุขสนุกสนานเบิกบานใจ

เสียงเพลง “วันลอยกระทง”

ดังเร้าใจให้สำเริง-สำราญล่วงหน้าเป็นอาทิตย์

จากลอยกระทง….

ก็ตามด้วยงาน “ภูเขาทอง-งานพระเจดีย์กลางน้ำ”

และงาน “องค์พระปฐมเจดีย์” ต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ

จนถึงวัน “เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวา.”

เรียกว่าบ้านเมืองไทย…

อบอวลไปด้วยบรรยากาศชื่นสุข-สนุกสนาน

ไปจนถึงวัน “ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่”

ม่ง..เท่ง..มง..

เมาหัวราน้ำยันเช้ากันที่ท้องสนามหลวง

โรงหนัง มีรอบฉาย ยัน ๖ โมงเช้า

เรียกว่า ออกจากโรงหนัง…

ก็ทำบุญ-ตักบาตรพระ รับขวัญวันปีใหม่ได้เลย

แต่ยุคนี้ บรรยากาศบ้านเมืองร่มเย็น ประชาชนฉ่ำสุข

หายไปหมดแล้ว!

“คนรุ่นใหม่” ไม่มีใครรู้จักงานพระรูป งานวันวชิราวุธ งานภูเขาทอง งานพระเจดีย์กลางน้ำ และงานองค์พระปฐมเจดีย์

หน้าหนังสือพิมพ์ หน้าจอโทรทัศน์ทุกวันนี้

มีแต่การเมือง “หักเหลี่ยม-เฉือนคม”

เป็นปฎิปักษ์ ตั้งหน้าหักล้างกัน

ใส่ร้ายป้ายสี ให้เกลียดกัน-ชังกัน

ชิงอำนาจบ้านเมืองกัน

ทุจริตคิดร้ายขายชาติบ้านเมืองกัน

และเรื่อง “คนกินคน”!

ต้องยืนกันให้มั่น ใครล้มเป็น “จมตีน-จมธรณี”

อย่าง “คุณบุ๋ม-ปนัดดา”

จากแม่พระ ในฉาก “มูลนิธิองค์กรทำดี”

ตอนนี้ “เธอล้ม”

เพราะ “หลงในความดี” จนเผลอไผล ไหลนอกทาง!

เธอจึงตกเป็นเหยื่อสังคม “คนกินคน” ชนิดไร้ปราณี

ถูกรุมทึ้ง รุมฉีก รุมขย้ำ

กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ “ของสื่อ-ของคนกันเอง”

เสือ-ที่ว่าดุร้าย น่ากลัว

เอาเข้าจริง “เสือ-สู้คนไม่ได้ ”ดุร้าย-น่ากลัวกว่า

ใครล้ม เหมือนตก “บ่อจระเข้หิน” ไร้ลิ้น-ไร้หัวใจ

แหลกถึงกระดูก “เหมือนป่น”!

เห็นข่าวว่า เย็นวาน (๕ พ.ย.๖๙)

“ศาลอาญา” ออกหมายจับ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”

ประธาน “มูลนิธิองค์กรทำดี”

ฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ความผิดฐานฟอกเงิน

และความผิด…

ตาม พ.ร.บ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

พร้อม “นายอธิป อนันทวรรณ” หรือ “ก๊อต” สามีของเธอ

ในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน”!

ผมไม่เคยบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของเธอ

แต่เคยอนุโมทนาในใจ….

ทุกครั้งที่เห็นเธอออกช่วยเหลือคน

ไม่ว่า ตอนน้ำท่วม ไฟไหม้ เกิดภัยอุบัติในบ้านเมือง

โดยเฉพาะกับพี่น้องทหารชายแดน

ช่วงมีเหตุปะทะกับเขมร

เห็นเธอนำสิ่งของ เครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร

ไปให้ทหารหน้าแนว ช่วยทำถนน ทำบังเกอร์

ทั้งช่วยครอบครัวทหารที่บาดเจ็บล้มตาย รวมทั้งชาวบ้าน

ใจผมก็นึกอนุโมทนากับเธอ ชื่นชมกับสิ่งที่เธอทำ

พอมาตอนนี้….

“บุ๋ม-ปนัดดา” เธอเป็น “คนดีที่เสีย” แล้ว!

“ดี-ฉากหน้า” ถูกกระชากออกมาตีแผ่

“แผลบาป” ที่ตัวเองทำเป็นกรรมที่ต้องชดใช้

ถ้าเธอแค่ “หลงความดี” ก็คงจะไม่เลวร้าย

แต่ทีนี้ เท่าที่ดู…

เธอน่าจะ “หลงสามี” ของเธอซะละมากกว่า!

สามีที่เป็นพิษ!

พระท่านสอน “อย่าคบคนชั่วเป็นมิตร”

แต่ “บุ๋ม-ปนัดดา” นำคนชั่วมาเป็นสามี

ก็ต้องปลงว่า…

เป็นเวรกรรมผูกพันจึงเป็นเช่นนั้นแหละ

ถึงตอนนี้ ก็ได้แต่บอกว่า

“ผมสงสารและเห็นใจนะคุณบุ๋ม”!

“ยัง กัมมัง กริสสันติ”

ทำกรรมใดก็ต้องรับกรรมนั้น

กรรม-แยกเป็น ๒ ส่วน

“กุศลกรรม” กับ “อกุศลกรรม”

คุณบุ๋มมีทั้ง ๒ ส่วน จึงอยากบอกคุณบุ๋มว่า

กุศลกรรม คือกรรมดี อยู่ในตะรางก็ทำได้

ฉะนั้น จงทำต่อไป “อย่าหยุด”!

ส่วนอกุศลกรรม คือกรรมชั่ว…จงหยุด

แม้จิตโกรธแค้น ก็เป็นกรรมชั่ว “จงหยุด”

จงปฎิบัติให้เป็นดังว่า….

“กรรมเก่าชดใช้-กรรมใหม่อย่าก่อ”

เช่นนี้ “อกุศลวิบาก” ก็จะเจือจางไป

มนุษย์ทุกคน…

ถ้าดีอย่างเดียว ก็ไม่ใช่คน

เป็น “เทพ” ไปแล้ว

ถ้าเลวอย่างเดียว ก็ไม่ใช่คน

เป็น “มนุษย์เดรัจฉาน” ไปแล้ว

แต่ “คุณบุ๋ม” ยังอยู่ในประเภท

“มนุษย์” ทั่วไป

อยู่ในกรงขัง “โลกธรรม ๘”

และยังมี รัก โลภ โกรธ หลง

ดังนั้น ชีวิตจึงคลุกเคล้าอยู่กับคำว่า

“ชั่ว ๗ ที-ดี ๗ หน”

หมายถึงคนเรามีทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงตกต่ำ

ตอนนี้ ถึงตอน “ตกต่ำ” เพราะกรรมที่เราทำเอง

ก็จงรับผลของกรรมที่เราทำไป

แต่อยากบอกให้คุณบุ๋มเข้าใจว่า…ยามตกต่ำนี้

อย่าเอาแต่คร่ำครวญ-คิดแค้นใคร

จงเข้าใจว่าการจะเป็น “มนุษย์” ที่สมบูรณ์ได้

ต้อง “ฝึกใจให้ประเสริฐ” ก่อน

จึงจะเข้าถึงความเป็นคนหรือมนุษย์

เพราะ “มนุษย์” มาจากคำว่า “มนะ” หมายถึงใจ

กับคำว่า “อุสสะ” หมายถึง สูง เจริญ

เมื่อนำ ๒ คำมาสนธิ

มนะ+อุสสะ=มนุสสะ หรือ“มนุษย์”

จึงหมายถึง ผู้มีจิตใจสูงส่ง, ผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐ

คุณบุ๋มยังได้ชื่อว่ามีเชื้อ “มนุษย์” อยู่มาก

ฉะนั้น ฝึกใจให้อยู่ในกุศลกรรมไว้

เมื่อคุณบุ๋ม “ฝึกใจจนประเสริฐ” แล้ว

คุณบุ๋มจะกลับมาในความเป็น “มนุษย์สมบูรณ์”!

โจร “องคุลีมาล” ฆ่าคนตั้ง ๙๙๙ คน

กับ “พระพุทธองค์” องคุลีมาลก็ยังจะฆ่า

พอฟังธรรม ใจเกิดละอายต่อบาปที่ทำ

เป็น “มนุษย์สมบูรณ์” ทันที….

ได้บวชจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

เห็นมั้ย…

คุณบุ๋มแค่ “หลงผัว”

แล้วไขว้เขว “เงินบุญ” ไปก่อบาป

บาปยังไม่หนักเท่าฆ่าคน ๙๙๙ คนหรอก

จงรับโทษด้วยจิตที่เข้าถึง “กรรมที่ก่อ” เถอะ

และต้องเข้าใจ….

กรรมนั้น “ลบล้าง” ไม่ได้ มีแต่ต้อง “ชดใช้”

“พระองคุลีมาล” ก็ดี “พระโมคคัลลานะ” ก็ดี

แม้เป็น “พระอรหันต์” แล้ว

ด้วยกรรมที่เคยฆ่าคน

พระองคุลีมาลยังต้องถูกชาวบ้านทำร้าย

“พระโมคคัลลานะ” ก็ยังถูกทุบตีจนดับขันธ์

โทษทัณฑ์ที่คุณบุ๋ม…

หลอกลวงคนเอา “เงินบุญ” ไปทำบาปนั้น

แม้ระลึกได้จนมีความละอายต่อบาปที่ทำ

ก็ใช่ว่าจะลบล้างกรรมนั้นได้

แต่การ “กลับตัว-กลับใจ” จะทำให้กรรมนั้น

“เจือจาง” ลงได้!

ฉะนั้น อย่าเฉไฉ บิดบังอำพราง

เอาเงินบุญไปทำอะไรหรือเก็บซ่อนไว้ที่ไหน

เอาไปก่อสร้าง ซื้อทรัพย์สินอะไรไว้

จงบอกกับเจ้าหน้าที่เขาให้หมด

นำกลับมาคืนสู่ “บัญชีทำความดี” ให้หมด

เพื่อจำหน่าย-จ่ายคืน “เจ้าของเงิน” เขาไป

ผมเชื่อ….

กรรมในส่วน “กุศลกรรม” ของคุณบุ๋มก็มีมาก

เมื่อใจละอายต่อบาป…

บวกกับ “กรรมส่วนดี” ของคุณบุ๋มที่มีอยู่

จะช่วยทำให้โทษในส่วนอกุศลกรรมเจือจาง

คุณบุ๋มครับ….

“อะไรที่ว่าดี ผมก็ว่าดี, อะไรที่ไม่ดี ผมก็ว่าไม่ดี”

ฉะนั้น คุณบุ๋มจงเชื่อผมเถอะ”

แล้วหนักนั้นจะเบาลง!

-ปล.ผมขออนุญาตลาไปนมัสการ “หลวงพ่อทวด” ที่วัดช้างไห้และที่ “วัดทรายขาว” สัก ๒-๓ วันนะครับ

“หลวงพ่อทวด” ที่วัดทรายขาวนั้น

ท่านทั้งหลายสละทรัพย์สร้างเสริมจาก “ครึ่งองค์”

จนเป็น “หลวงพ่อทวดเต็มองค์”

ผมก็จะกราบขอพร “หลวงพ่อทวด” ถึงทุกท่านนะครับ!

เปลว สีเงิน

       ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

Written By
More from plew
“ของขวัญ-ของฝากวันอาทิตย์”
ของขวัญ-ของฝากวันอาทิตย์ ******************************* กันยายน เดือนสุดท้ายของไตรมาส ๓ เดือนสุดท้ายของปีคนราชการ สังเกตระยะนี้ ผู้คนดูจะอารมณ์บ่จอยกันมาก ถ้าถามถึงสาเหตุ ผมก็ตอบไม่ถูก หรือตอบถูก แต่ก็ไม่อยากตอบ...
Read More
0 replies on “สำหรับ “บุ๋ม-ปนัดดา” #เปลวสีเงิน”