ผักกาดหอม
๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ครบรอบ ๓๐ ปี ก้าวสู่ปีที่ ๓๑
นั่นคือสถานะของ “ไทยโพสต์”
อายุอานามก้ำกึ่ง เจน Y กับ เจน Z
ก่อตั้งปลายปี ๒๕๓๙ ท้ายยุค เจน Y กำลังจะเริ่มศักราชของเจน Z เป็น ๓๐ ปีที่เริ่มมาก็สาหัส เพราะประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตต้มยำกุ้ง
อย่างที่ทราบกันครับเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคมที่ผ่านมา ไทยโพสต์ เป็นมือใหม่จัดงานเสวนาถกปัญหาและทางออกของบ้านเมือง ในหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย”
จุดประสงค์การเสวนาเรื่องนี้ คือต้องการสะท้อนปัญหาประเทศไทย ๓๐ ปีที่ผ่านมา และจะสร้างอนาคตประเทศไทยกันอย่างไรดี
ได้ความรู้เยอะครับ
วิทยากรทั้ง ๕ ท่าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง, ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี นักคิดนักวิเคราะห์การเมือง, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, รศ. ดร. สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้สะท้อนให้เห็นภาพ “ความติดขัด” ทำให้เดินได้ช้า
ตัวปัญหาไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือคนไทยเรานี่แหละครับ
ตลอด ๓๐ ปีที่ผ่านมาเราร่วมกันสร้างปัญหามาเยอะ แต่คนแก้มีน้อย
แถมยังคลำหาวิธีแก้ไขกันไม่เจออีกต่างหาก
ไทยโพสต์นำการเสวนาที่ว่านี้มาตีพิมพ์ในเล่มพิเศษฉบับวันที่ ๒๑ ตุลาคมนี้แหละครับ เพื่อกระจาย “ความคิด” หลากมุมมอง ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
แม้ไม่อาจสรุปได้ว่าประเทศไทยต้องเดินไปทางไหนอย่างไร
แต่สิ่งที่ได้จากวงเสวนาคือ “ฉันทมติ”
การพัฒนาประเทศจำต้องมีฉันทมติ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีส่วนในการตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นการลดความขัดแย้งในภายภาคหลัง
เรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ครับ แต่หากไม่เริ่มลงมือทำก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ
ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลงมันอาจจะมากกว่าที่เราคิดกันไว้เยอะครับ
เปลี่ยนทั้งอำนาจความมั่นคง อำนาจเศรษฐกิจ และสังคมที่จะขยับจนเราอาจตั้งหลักไม่ทัน
ความเปลี่ยนด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ เราเห็นเด่นชัดแล้ว
มันได้สร้างหายนะไปทั้งโลก
และหลายรัฐบาลในโลกกำลังต้องเผชิญกับความยากลำบาก เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตขึ้นมากมาย ยกตัวอย่าง ฝรั่งเศส กำลัง “ชดใช้” ฉันทมติฝรั่งเศสในอดีต
ฝรั่งเศสยุคนี้อ่อนแอ จนคนไทยจำนวนหนึ่งพากันคิดว่า ไทย กำลังเดินตามฝรั่งเศส
ในอีกไม่นานจะมีการก่อจลาจล เผาเมือง ปล้นสะดม
คนกลุ่มนี้คาดหวังว่าอย่างน้อยจะนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาล และคาดหวังว่ารัฐบาลหน้าจะบริหารประเทศได้มีประสิทธิภาพกว่านี้
ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง แบบที่กำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศส และบางชาติในยุโรปหรือเปล่า
เพราะหลายคนเชื่อว่าเหตุปัจจัยเหมือนกันผลย่อมเหมือนกัน
“สนธิ เอมะรุจิ” (Sonthi Emaruchi) เป็นสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวางผังสนามบิน (Airport Architect) โพสต์ข้อความไว้น่าสนใจครับ
“…เมื่อยี่สิบปีที่แล้วยุโรปย้ายโรงงานที่ใช้ Skill Labor ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า และสินค้าไฮเทคไปจีนเพื่อลดต้นทุน จะได้ทำกำไรมากๆ
คนยุโรปชั้นกลางตกงานกันทั้งทวีป
สิบห้าปีที่แล้ว ยุโรปเปิดรับแรงงานชั้นล่างจากประเทศโลกที่สามเข้ามาทำงานที่คนยุโรปไม่อยากทำ
คนยุโรปดำรงชีวิตเป็นปกติด้วยเงินสวัสดิการที่รัฐต้องกู้มา
สิบปีที่แล้ว ยุโรปเปิดรับผู้ลี้ภัยสงครามจากตะวันออกกลางจำนวนเป็นล้านภายในไม่กี่เดือน รัฐต้องเลี้ยงดูด้วยเงินภาษีที่หดลงทุกวัน
สี่ปีที่แล้วยุโรปทุ่มเงินสนับสนุนยูเครนทำสงครามที่ไม่เห็นวันที่จะสิ้นสุด
ปัจจุบัน
คนชั้นกลางตกงาน บริษัทสินค้าไฮโซ เทคโนโลยีล่มสลายเพราะจีนตีตลาดหมดทุกด้าน
ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดดจนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก แต่เป็นประชากรที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับศรัทธาและวัฒนธรรมที่คุกคามศาสนา วัฒนธรรมยุโรปอย่างรุนแรง
สวัสดิการเริ่มต่ำแต่เงินเฟ้อรุนแรง ความขัดแย้งระหว่างสีผิวเริ่มเป็นประเด็นจนถึงขั้นเป็นต้นเหตุของอุดมการณ์รักชาติแบบขวาสุดโต่ง
พรรคการเมืองขวาสุดในประเทศหลักๆ ที่มีนโยบายส่งกลับผู้อพยพกำลังได้รับความนิยม และคาดว่าจะยึดอำนาจได้ในหลายประเทศ
สภายุโรปมีสมาชิกสภาส่วนใหญ่มาจากฝ่ายขวาสุดแล้ว
คงได้เห็นความวุ่นวายกันอีกหลายปี
ที่น่าประหลาดใจคือ ผู้นำใหม่ฝ่ายขวารักชาติที่ประกาศจะจัดการอย่างเด็ดขาดกับผู้อพยพและสู้กับสินค้าจีนล้วนเป็นผู้หญิงเสียเกือบทั้งหมด ดังในภาพประกอบ
Marine Le Pen พรรครวมชาติ ที่คาดว่าจะมาเป็นประธานาธิบดีต่อจาก Emmanuel Macron
Alice Weidel หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ของเยอรมนี AfD ที่กวาดชัยชนะเกือบทุกการเลือกตั้ง
Giorgia Melony พรรคภราดรภาพอิตาลี นายกฯ อิตาลีที่ชัดเจนว่าไม่เอาผู้อพยพ
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญมันมีเหตุผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วจะเอามาเล่าให้ฟัง…”
จะเห็นว่าปัญหาไทยกับฝรั่งเศสนั้นมีทั้งเหมือนและต่าง จึงไม่อาจสรุปถึงสิ่งที่ “เพนกวิน” เรียกว่า “ดอกไม้บาน” จะมาบานที่ประเทศไทยด้วย
กลับกันดอกไม้ที่บานอยู่ในยุโรปวันนี้คือการต่อต้านผู้อพยพ จนพรรคชาตินิยม พรรคการเมืองฝ่ายขวา ชนะการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลในหลายประเทศ หาใช่ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ที่ฝันถึงกันไม่
อนาคตยุโรปกำลังกลับสู่อดีต เพราะพิสูจน์จนได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วว่า การก่อสงครามเพื่อช่วงชิงทรัพยากร ท้ายที่สุดแล้วมันจะย้อนเข้าตัว
ฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่ปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูงเพียงอย่างเดียว ยังเจอปัญหาสังคมที่หมักหมมจนยากจะแก้ไขมากขึ้นทุกวัน
และนี่เองที่ทำให้ฝรั่งเศสไม่เหมือนเดิม
สำหรับประเทศไทยการจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นอกจากมีผู้นำที่ดีแล้ว ผู้ตามจะต้องตามด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์
แต่น่าเสียดายครับ พ.ศ.นี้ยังมีคนไทยคิดแก้ไขปัญหาทางลัด เปลี่ยนประเทศด้วยการเผาเมือง ปล้นสะดมก็เอา
ขอให้ได้เปลี่ยน
หารู้ไม่ว่านั่นคือประตูสู่หายนะ.
