เปลว สีเงิน
เทศกาลอภิปราย “ไม่ไว้วางใจ” เที่ยวนี้
มาพร้อมเทศกาล “กินเจ”! ทายว่าดีแต่สีสัน แต่รสชาติจะจืดๆ เหมือนอาหารเจ
กวาดตาดูรายชื่อผู้ถูกอภิปราย มีทั้งหมด ๑๘ รัฐมนตรี
“นายกฯ อนุทิน” เต็งหนึ่ง!
รัฐมนตรีคนนอก พลอยฟ้า-พลอยฝนถูกไปด้วย ๒ คน คือท่าน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และท่าน “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”
มีท่าน “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ คนเดียวเท่านั้น ที่ไม่ถูกอภิปราย!
การไม่อภิปรายท่านสีหศักดิ์ ต้องชมว่า “ฝ่ายค้าน” มีความรับผิดชอบต่อสถานการณ์รวมดีมาก
แยกแยะได้ ตรงไหนควรเล่น ตรงไหนควรเว้นไว้ก่อน
เพราะเราต้องยอมรับว่า ขณะนี้ ….
“ปัญหาโลก-ปัญหาระหว่างประเทศ” ไทยต้องเข้าเกี่ยวพันด้วยไม่มากก็น้อย
ถ้าเปิดซักฟอกรัฐมนตรีต่างประเทศตอนนี้ เท่ากับเราบังคับให้ “ท่านสีหศักดิ์” “แบไต๋” ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้หมดว่า “หน้าไพ่ของไทย” มีอะไรและกำลัง “เดินแต้มไหน”?
จะเสียหายมาก!!!
อย่างงานต่างประเทศล่าสุด กระทรวงต่างประเทศ โดยรัฐรัฐบาลส่ง “ท่านเสก นพไธสง” ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทยคนใหม่ประจำอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน
เราลองหลับตานึกดูซิ!
“อิหร่าน” ตอนนี้ ถูกคว่ำบาตร ใครคบหาก็อาจถูกเพ่งเล็งจากเจ้าโลก อาจพูดได้ว่า อิหร่านแทบจะอยู่โดดเดี่ยว
โดยมี “ศัตรูรายล้อม”!
คนเรา ถ้ารักกันจริง ก็จะเห็นได้ตอนนี้..จริงมั้ย
แต่การเดินทางไปอิหร่าน ยากยิ่งกว่าไปป่าหิมพานต์!
เพราะท้องฟ้าอิหร่าน นอกจากเปิดๆ ปิดๆ แล้ว ยังว่อนไปด้วยสารพัดอาวุธทำลายล้าง
แล้วใครจะกล้าบินเข้าไปล่ะ?
ก็ “ไทย” นี่ไงล่ะ ที่กล้า!
ส่งทูตคนใหม่ ฝ่ามรสุมสงคราม อ้อมโลก ผ่านประเทศนี้ ไปประเทศโน้น ที่เป็นมิตรสนิทใจต่อกันในตะวันออกกลาง
เรียกว่าลัดเลาะ “เสี่ยงตาย” จนบินเข้าไปในอิหร่านได้สำเร็จ และเข้ายื่น “พระราชสาส์นตราตั้ง” ต่อประธานาธิบดี “แมสอูด เพเซชคียอน” ของอิหร่าน!
ไทย….“มิตรแท้ในยามยาก”
บทบาทของกระทรวงต่างประเทศเช่นนี้
นอกจากบ่งบอกถึง “ใจที่มีให้ต่อกัน” แล้ว ยังแสดงให้เห็นอีกด้านว่า
ไทยนี้ “เป็นกลาง”!
คือเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ไม่ว่ากับสหรัฐ กับจีน กับรัสเซีย ไทยคบหาจริงใจเสมอเหมือนกันหมด
อย่างกับพม่า “คนบ้านชิดติดกัน”
ถ้าเราไม่คบหา ปัญหาจะมากกว่าได้กอดคอคุยกัน
แล้วตอนนี้เป็นไง มาเลย์ก็ต้องเปิดบ้านต้อนรับพม่า
ล่าสุด “ประธานาธิบดีทรัมป์” แห่งสหรัฐฯ ส่ง “ไมเคิล แวนซ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บินไปพบ “มิน อ่อง หล่าย” ที่ “เนปิดอว์” แล้ว!
แล้วกับเขมร “เพื่อนบ้านที่น่ารังเกียจ” ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติเกือบทุกท่าน มีประเด็นอยากถาม-อยากรู้ด้วยกันทั้งนั้น
แต่การเอา “เรื่องลับของบ้านเมือง” มาเล่นเพื่อการเมือง
มันเสีย…ฝ่ายค้านก็ไม่ทำ ซึ่งดีแล้ว
ยิ่งการประชุม UNCLOS ที่มีแนวว่า ผลออกมา จะไม่สบพระทัย “สมเด็จเดโชฮุนเซน” ด้วยแล้ว
ดังนั้น จะเอา “มาซัก-มาฟอก” กลางสภาที่ถ่ายทอดสดไปทั่วบ้าน-ทั่วเมืองตอนนี้
มีแต่เสียสถานเดียว!
ผมจึงต้อมชมฝ่ายค้าน ที่เว้น “ท่านสีหศักดิ์” ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ชาติ
กับเขมรนั่นน่ะ…
เตรียมไว้เถอะ ราวๆ “สงกรานต์ ๒๕๗๐”
รอบ ๓ ซึ่งเป็นรอบ “ไฟนอล” ๙๙.๙๙% ได้เห็นแน่!
ทีนี้มาดูทางด้านญัตติที่ขอเปิดอภิปราย ๑๘ รัฐมนตรี รวมทั้งนายกฯ กันบ้าง
ผมว่ามันเวอร์และเฟ้อมากไปหน่อย สำหรับข้อหา
โดยเฉพาะกับ “นายกฯ อนุทิน”
ถ้ามีพฤติกรรมตามที่จะซักฟอก “ร้อยหัวอนุทิน” ก็ยังน้อยไปที่ต้องตัด และ ๗ ชั่วโคตร ก็ยังไม่พอ
ต้องตามขุดไปมาอีก “ร้อยชั่วโคตร” เพื่อบั่นหัว แต่ยังไม่สาสมกับความผิดตามที่ฝ่ายค้านตั้งเป็นญัตติซักฟอก
เอ้า…จะยกมาให้ดู…
ว่าสมเหตุ-สมผล หรือตั้งข้อหาจนกลายเป็นเรื่องตลก?
โดยในข้อหาหนึ่ง ผมขอพูดไว้เลยว่า
ฝ่ายค้านทำเช่นนี้ “มีเจตนาแอบแฝง” ที่จะลากโยงเข้ามาในวงซักฟอก ซึ่งหาสมควรไม่
นั่นคือข้อหาอะไร ท่านอ่านแล้วจะรู้เอง
ทั้งหมดต่อจากนี้ เป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกนายกฯ ท่านว่าสมเหตุ-สมผลหรือเวอร์เกินไป จงพิจารณา
-“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย
-ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
-ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต
-ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสำนึกในการเป็นผู้นำประเทศ
–สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้งสส. โกงการเลือก สว. โกงการสอบข้าราชการ
-โกงงบประมาณแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ
-สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้….
-ยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ “สถาบันหลักของชาติ”
-จงใจใช้ความจงรักภักดี เป็นเครื่องมือทางการเมือง
-สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
-มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทา
-มีพฤติกรรมที่เลวร้าย จนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจ
-ปล่อยให้บริวาร, พวกพ้องฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง
-มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจใยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน และปัญหาของประเทศ
-เสแสร้งแกล้งรักชาติ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
-แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน
-สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ
-รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ
-แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายทำให้ระบบราชการสยบยอมต่ออำนาจทางการเมือง
-มีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
-มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม
-ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี
คำสัญญาที่บอกว่าจะทำให้ประชาชน รวยไม่ไหวแล้ว เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ
เพราะมีแค่เพียงคนโกง และบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว
-ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ การบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลว
-อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง คนไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต
-ล้มเหลวในการดับไฟใต้
-นายอนุทินในฐานะผู้นำของประเทศ ยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น
-เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมือง ที่ถูกชักไยชี้นำในเรื่องสำคัญ
ตำแหน่งนายกฯ กลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยการ
-ฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวม
นี่…ผมว่า
ซักฟอกนายกฯคนเดียวก็ “ครอบทั้งจักรวาล” แล้วมั้ง?
แต่เอาเถอะ จะสรุปประเด็นที่อีก ๑๗ รัฐมนตรีถูกซักฟอกมาให้ดูก็หอมปาก-หอมคอ
-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ”รองนายกฯและรมว.คมนาคม
มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
“พฤติกรรมอำมหิต” ไม่สนใจทุกข์ยากประชาชน
-นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ
ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดความละอาย “จิตใจผุพัง”!?
-นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง
บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
-นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์
ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ไร้สามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน
-นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ
พฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตคอร์รัปชัน
-พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีกลาโหม
มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง
-นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ไร้คุณธรรมจริยธรรม ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
มีพฤติกรรมคดโกงทุจริตเป็นอาจิณ
-นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดิจิทัล
ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปรกติ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง
สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนทุจริตผลิตความเท็จเป็นกิจวัตร
ใช้อำนาจ โกงเลือกสว.เป็นขบวนการ ก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่
-นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ
พฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต
-พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรียุติธรรม
ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี โยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
-นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีสำนักนายกฯ
ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ โกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ
-น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีสำนักนายกฯ
พฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ล็อกโครงการต่างๆ ให้พวกระบอบสีน้ำเงิน
จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้
-นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีสำนักนายกฯ
พฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง พฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ โกงการเลือกสว.
-นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีสำนักนายกฯ
ใช้ตำแหน่งหน้าที่ โกงเลือกสว. เป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่
-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม
ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
-นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย
ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจ โกงเลือกสว.
-นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริต มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน
ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ โกงเลือกสว.
เอาละมัง…เท่านี้ก็ยาวเกินไปแล้ว
การซักฟอก เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แต่ประเด็นที่ยกมาซักฟอกนั้น
“ลดทอน” ความถูกต้องไปเยอะเลย!
เปลว สีเงิน
๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๙
