เขาว่า…ยุคคนชั่วได้ดี #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

เรียบร้อยครับ…
วานนี้ (๘ ตุลาคม) พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย “หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ยื่นเป็นรายบุคคล จำนวน ๑๘ คน ประกอบด้วย
๑.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
๒.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม
๓.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

๔.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง
๕.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์
๖.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
๗.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม

๘.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
๙.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๑๐.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๑๑.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม

๑๒.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๑๓.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี
๑๔.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๑๕.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๑๖.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม
๑๗.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย
และ ๑๘.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

โหลครึ่งพอดี
“ศุภจี-เอกนิติ” ไม่รอด!

มาดูเหตุผลในการยื่น
“หัวหน้าเท้ง” บอกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศอยู่ในขณะนี้

“ระบบนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศ
ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น

แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา และกลไกถ่วงดุลตรวจสอบ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย
ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นการโกง สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น วิกฤตประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมต่างๆ ล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น…”

ข้อหาหนักครับ เอาไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลล้มล้างการปกครองได้เลย
แต่ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งยวดที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่ติดโผ เพราะที่ผ่านมาถูกจองกฐินมาโดยตลอด
ก็หมายความว่าซักฟอกรัฐบาลครั้งนี้โจมตีเฉพาะพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียว

พรรคฝ่ายค้านมีสิทธิเต็มล้านครับที่จะเลือกจิ้มซักฟอกรัฐมนตรีคนใด จากพรรคการเมืองไหนก็ได้ หากเห็นว่าบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดล้มเหลว

แต่ก็น่าเสียดายที่ฝ่ายค้านเว้นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยอีกกว่าครึ่งโหล หนึ่งในนั้นคือ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน!

มีคนแซวว่านี่คือ บันเทิงธิปไตย ของแท้ เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเล่นงานรัฐบาลเรื่องพลังงานอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน ไฟฟ้า
ถึงเวลารอดเฉย!

ก็ชัดเจนนะครับ การที่ฝ่ายค้านไม่ซักฟอกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยคือหมากการเมืองที่ถูกวางเอาไว้ เผื่อพรรคเพื่อไทยมีเซอร์ไพรส์ในการโหวตเสียง

ข้อหาในการซักฟอกนายกฯ อนุทิน จึงดูเสมือนว่า ชั่วสุดขั้ว เลวสุดทาง!

“…ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ

ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสำนึกในการเป็นผู้นำประเทศ สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้ง สส. โกงการเลือก สว. โกงการสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ

สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่สถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมือง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทา หนำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้าย จนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจ

ปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาส แสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง

มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจไยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน และปัญหาของประเทศ

เสแสร้งแกล้งรักชาติ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน สมรู้ร่วมคิด รู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายทำให้ระบบราชการสยบยอมต่ออำนาจทางการเมือง

ยังมีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม
ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี

คำสัญญาที่บอกว่าจะทำให้ประชาชนรวยไม่ไหวแล้ว เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ เพราะมีแค่เพียงคนโกง และบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว

นายอนุทินปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ การบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลว มัวแต่อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง คนไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต ล้มเหลวในการดับไฟใต้

ยิ่งไปกว่านั้น นายอนุทินในฐานะผู้นำของประเทศ ยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมให้ตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมือง ที่ถูกชักใยชี้นำในเรื่องสำคัญ

ตำแหน่งนายกฯ กลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยการฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไปได้…”

เป็นไงครับกับข้อหาทั้งหมด
ถ้าเลวขนาดนี้ ปล่อยให้อยู่พ้นวันนี้ยังไม่ได้เลยครับ มันฉิบหายกันหมด
เอาเป็นว่าอ่านข้อหาแล้วลองคิดตาม ใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ลองแยกแยะดู

แต่ถ้าจะให้สรุปก็ต้องบอกว่าขอบคุณ “ปิยบุตร แสงกนกกุล”
มันบันเทิงธิปไตยจริงๆ.

Written By
More from pp
ศาลฎีกา สั่งจำคุก “สนธิญาณ” 8 เดือน คดีกบฎ กปปส. รอลงอาญา 2 ปี
28 พฤษภาคม 2567 – ที่ห้อง 607 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีกบฎ กปปส.สำนวนแรก หมายเลขดำ...
Read More
0 replies on “เขาว่า…ยุคคนชั่วได้ดี #ผักกาดหอม”