ผักกาดหอม
โหมโรงซักฟอกรัฐบาล…
ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ วานนี้ (๑ ตุลาคม) ปะทะคารมกันดุเดือดครับ
ในช่วงกระทู้ถามทั่วไป “รังสิมันต์ โรม” ถาม “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ความคืบหน้าต่อการเสนอสินบน ๔๐ ล้านบาท หลังจากที่เปิดประเด็นในปลายปี ๒๕๖๘ แต่ล่าสุดกลับไม่มีความคืบหน้าต่อการดำเนินการกับผู้ต้องหา
คือนายฉัตรมงคล ผู้เชี่ยวชาญ สส.อยุธยา
คนนี้เชื่อว่าเป็นนกต่อ
รวมถึงนายภูวิศิษฐ์ หรือ คิว
บุคคลที่เป็นเจ้าของกาสิโนหลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้าน
รวมถึงไม่ปรากฏว่าได้ตรวจสอบเส้นเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เช่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
นั่นเป็นการถามของ “โรม”
เป็นกระทู้ถามที่แรงอยู่ครับ
น้องๆ อภิปรายไม่ไว้วางใจเลยทีเดียว
ส่วน รัฐมนตรีลูกเทพ “ไชยชนก” ตอบกระทู้ว่า….
หลังจากที่พูดกลางสภาไปคราวก่อน ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในกระทรวงดีอี แต่ไม่พบหลักฐานว่ามีคนในกระทรวงเกี่ยวข้อง จึงได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ขยายผล
และร้องทุกข์กับตำรวจ
“…ผมขอฝากไปยัง สส. และประชาชน ผมในฐานะผู้เสียหาย แต่ท่านกลับพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ร่วมกระบวนการ หากผมเป็นผู้ร่วมกระบวนการ จะแสดงเจตจำนงต่อสภาทำไม และจะทำขนาดนี้ทำไม
ทั้งนี้ต้องขอบคุณที่ถามถึงผลงานของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้จับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เว็บพนัน จากการให้เบาะแสจากประชาชน รวม ๕๒ ราย จากหลากเครือข่าย ยึดทรัพย์กว่า ๑.๗ หมื่นล้านบาท และต่อยอดหลายเรื่อง
ทั้งคดีสมุทรปราการ ซึ่งเป็น สส.พรรคของท่าน ชื่อ นายสิทธิชัย เชื้อทอง ข้อหาจัดให้มีการพนันและฟอกเงิน ยังมีคดีนอมินี ฟอเร็กซ์ ฟอกเงิน
ซึ่งหากท่านรังสิมันต์จริงใจต่อการปราบปราม ไม่ต้องป้ายสีรัฐบาล แต่ควรส่งข้อมูลเบาะแส ทั้งคนในพรรค หรือนอกพรรค พร้อมทำเต็มที่สุดความสามารถ…”
โบราณว่าขว้างงูไม่พ้นคอ
พรรคส้มเคยใช้การเมืองสีเทา ทุนสีเทา ในการหาเสียงโจมตีพรรคการเมืองตรงข้าม สุดท้ายมันย้อนศรเข้าหาตัวเอง ก็ตามที่ทราบเป็นข่าวสาร กลายเป็น สส.พรรคส้ม ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม บางคนเข้าไปพัวพันธุรกิจเทาปนดำเสียเอง
ทีนี้มันมีประเด็นถึงขั้นประธานในที่ประชุมต้องเชิญ “รังสิมันต์” ออกนอกห้องประชุม เพราะมันไปพาดพิง สส.คนอื่นเข้า
“รังสิมันต์” ยืนยันว่าไม่มี สส.พรรคส้มถูกจับดำเนินคดี พร้อมกับบอกว่า พรรคประชาชนพร้อมให้ตรวจสอบ ไม่ปกป้อง
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ “รังสิมันต์” บอกว่า…
“…หากทำหน้าที่ให้เป็นธรรม ต้องไปตรวจสอบ ‘สส.หญิง ชัยภูมิ’ ที่มีสามีเกี่ยวข้องสแกมเมอร์ อาชญากรรมระหว่างประเทศ
หากจะใช้กฎหมายควรดำเนินการให้ครอบคลุม ไม่ใช่ว่าจัดการแต่พรรคส้ม ส่วนสีน้ำเงินนั้นรอด ส่วนที่เคลมผลงานของตำรวจ ผมไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่อยากรู้คือ ตัวการใหญ่ เบื้องหลังของเว็บพนัน คือนายคิว ทำไมไม่จัดการ
ทำให้ผมสงสัยว่า คดีนายคิวที่ช้า เพราะรัฐมนตรีพูดเท็จใจสภา ที่ใส่ร้ายพรรคผมว่ามี สส.สมุทรปราการถูกดำเนินคดี หรือพูดจริงแต่นายคิวคือผู้มีพระคุณต่อพรรคท่าน ต่อพวกพ้องท่าน กฎหมายแตะต้องไม่ได้ ขอคำตอบให้ชัด…”
“ไชยชนก” ตอบทันควัน
“…สำหรับคดีที่ จ.สมุทรปราการ จากข้อมูลไม่เป็น สส. แต่นายสิทธิชัย คือ นักการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า
ทั้งนี้การดำเนินการไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แต่เป็นคดีที่มีหลักฐาน ส่วนที่กล่าวหา สส.หญิง ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอให้ส่งหลักฐาน ผมไม่ยกเว้น
“ยืนยันว่าทำเต็มที่ขอให้มีหลักฐาน ส่วนกรณีนายคิว ผมทำเต็มที่ในส่วนของผม และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ และทำหน้าที่เต็มที่ตามกฎหมาย ยืนยันจริงจัง และจริงใจ”
“รังสิมันต์” สวนกลับอีกที
“…กรณีของนายสิทธิชัย ขอให้ดูให้ดี คนคนนี้ไม่ได้อยู่กับพรรคประชาชน แต่ไปอยู่กับบ้านใหญ่พรรคไหน ผมสนับสนุนให้ดำเนินการให้เด็ดขาด ทั้งกรณีนอมินี ที่ต้องทำให้เป็นคดีที่เป็นบรรทัดฐาน เพื่อปรับใช้กับทุกพรรคการเมือง ทุกคน ไม่ใช่เพราะเป็นส้ม แต่ต้องทำให้เป็นมาตรฐาน ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม…”
ช่วงนี้บรรยากาศห้องประชุมดุเดือดครับ
“สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ตนเองเป็น สส.หญิงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทยใน จ.ชัยภูมิ ถูกพาดพิงทำให้เสียหาย จะพูดเลื่อนลอยไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน
ขอให้ “รังสิมันต์” ถอนคำพูด
ไม่ถอนครับ
แถมยืนยันไม่เปิดหลักฐาน เพราะเป็นวาระกระทู้ถาม
ก็คงเป็นนัยว่าน่าจะเปิดหลักฐานตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สุดท้าย “รังสิมันต์” เดินออกจากห้องประชุม
มีหลายประเด็นให้พูดถึงอยู่ครับ
“สิทธิชัย เชื้อไทย” เคยเป็นผู้สมัครสมาชิก อบจ.สมุทรปราการ สังกัดคณะก้าวหน้าจริง
แต่พรรคส้มจะปฏิเสธทุกกรณีหากคนคนนั้นเดินออกจากพรรคส้มไปแล้ว
ส่วนเรื่อง “นายคิว” ไม่ต้องไปรอหลักฐานจาก “รังสิมันต์” ครับ เพราะตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้แล้วว่าถูกจับกุม และตำรวจยึดอะไรไปได้บ้าง
ครบ ๑ ปีพอดีครับ ที่นายภูวศิษฐ์ หรือ “คิว” หนึ่งในบุคคลที่ “ไชยชนก” แฉว่าพยายามติดสินบน ด้วยเงิน ๔๐ ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์
นายคิวคนนี้เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บการพนันออนไลน์
เมื่อปี ๒๕๖๕ เคยถูกตำรวจภูธรภาค ๓ จับกุมดำเนินคดี พร้อมพวกรวม ๕ คน จากการตรวจค้นจับกุมเป้าหมายหลายจุดในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ก่อนขยายผลไปติดตามยึดทรัพย์สินมาได้จากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ
การจับกุมครั้งนั้นเจ้าหน้าที่สามารถยึดเงินสด ๑๘ ล้านบาท รถยนต์หรู ๙ คัน และทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า ๘๐ ล้านบาท พบมีเงินหมุนเวียนกว่า ๓ พันล้านบาท
ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”
คดีความมันต้องใช้เวลาครับ เช่นเดียวกับหลายคดีที่พรรคส้มเป็นจำเลย มันต้องใช้เวลา
บางคดี สส.พรรคส้มก็ดึงเรื่องไว้ อ้างว่าอยู่ในสมัยประชุม
สรุปน่ากังวลครับ เกรงว่าซักฟอกรัฐบาลเที่ยวนี้ อาจมีหลักฐานตัดแปะจากหน้าหนังสือพิมพ์ไปโผล่ในสภาอีก.
