รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป…รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว

ในยุคที่ข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราทุกคน ตั้งแต่เด็กเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ มีโอกาสได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อภาพข่าวหรือสถานการณ์มีความตึงเครียด ความวิตกกังวล และความหดหู่ จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ (ว.55098) จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช ได้ถ่ายทอดเกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อจิตใจ สัญญาณเตือน และแนวทางการรับมือ เพื่อให้คนทุกช่วงวัยสามารถรู้เท่าทันอารมณ์และดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.เข้าใจผลกระทบของข่าวสารต่อจิตใจในแต่ละช่วงวัย

การรับข่าวสารร้ายแรงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิด ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม “Doomscrolling” ที่เป็นการไถหน้าจอหาแต่ข่าวร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อแต่ละวัยต่างกัน ดังนี้

ผู้สูงอายุ: มักรับข่าวสารผ่านทีวีหรือโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานตลอดวัน ประกอบกับมีเวลาว่างมาก จึงมีโอกาสหมกมุ่นกับข่าวสาร จนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง กังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกหลาน หรือรู้สึกว่าโลกไม่ปลอดภัย

เด็กและวัยรุ่น: เด็กอาจได้รับภาพหรือคลิปความรุนแรงโดยตรงผ่านสื่อออนไลน์ โดยยังขาดความเข้าใจบริบทที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว สับสน หรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตนเองและครอบครัว

วัยทำงาน: เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และรู้สึกผิดที่ตนเองยังใช้ชีวิตสุขสบายในขณะที่ผู้อื่นกำลังเผชิญความทุกข์

2.สัญญาณเตือนว่าคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเครียดจากข่าว

สัญญาณทั่วไป

  • รู้สึกกังวล ใจสั่น ตื่นตระหนกตลอดเวลา
  • หลับยาก ฝันร้าย สะดุ้งตื่น หรือนอนหลับไม่สนิท
  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า หรือหมดพลังในการทำกิจกรรมประจำวัน

สัญญาณเฉพาะในผู้สูงอายุ

  • มีอาการทางกายเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้น ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก
  • พูดคุยหรือวนเวียนอยู่แต่เรื่องข่าวร้ายเดิม ๆ ตลอดวัน
  • แยกตัว เก็บตัว ไม่ยอมทำกิจกรรมที่เคยชอบ

สัญญาณเฉพาะในเด็ก

  • มีพฤติกรรมถดถอย เช่น งอแงผิดปกติ ติดพ่อแม่มากเกินไป หรือกลับมาปัสสาวะรดที่นอน
  • กลัวการอยู่คนเดียว กลัวความมืด หรือหวาดระแวงสิ่งรอบตัว
  • มีปัญหาเรื่องการเรียน หรือไม่มีสมาธิ

3.วิธีบริหารความเครียดและ “รู้เท่าทันจิตใจ” จากการเสพข่าว

จำกัดเวลาเสพข่าว: กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนในการติดตามข่าว เช่น วันละ 15-30 นาที

เลือกแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้: หลีกเลี่ยงข่าวปลอมหรือสื่อที่เน้นการกระตุ้นอารมณ์

สร้างสมดุลด้วยเนื้อหาบวก: สลับไปดูข่าวดี เรื่องสร้างแรงบันดาลใจ หรือคลิปเบาสมอง

ฝึกสติและการหายใจลึก: เทคนิคง่ายๆ เช่น หายใจเข้า-ออกช้าๆ 5 นาที ช่วยให้ใจสงบ

ใช้พลังไปในทางที่ดี: หากรู้สึกอยากช่วยเหลือ อาจบริจาคเงิน หรือสนับสนุนองค์กรช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

4.หมั่นดูแลตัวเอง

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ไม่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
  • หากความเครียดกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้ชำนาญการเฉพาะทาง

การเสพข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดูแลใจตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กันในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่าลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของคุณเองด้วยความเข้าใจและเมตตาต่อตนเอง ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โทร.1507 I Line: @navavej

Written By
More from pp
ในพระเมตตา เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประทานข้าวสารอาหารแห้ง ที่มีคณะศรัทธาบริจาคตามพระดำริ
ประกาศสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชที่ ๒/๒๕๖๔ เรื่องประทานพระดำริให้วัดที่มีศักยภาพร่วมมือกับทางราชการในการช่วยเหลือประชาชนด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีความรุนแรงมากขึ้นอีกระลอกก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวาง
Read More
0 replies on “รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป…รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว”