ไทยใน “วงเวียนกรรม” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ครับ….

ก่อนคุยถึงเหตุบ้านการเมือง

อยากจะบอกว่า

ผมมีความปลาบปลื้มด้วยประทับใจมาก กับความรู้สึกจากพระทหัยที่ถ่ายทอดออกเป็น “อักษรภาษา” ลึกซึ้ง และงดงามของ

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ที่ทรงโพสต์ผ่านอินสตาแกรม

ในโอกาสที่ตามเสด็จ….

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส

และคิดว่า ประชาชนคนไทยทุกคน เมื่อได้อ่านความในพระหทัยของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ที่ถ่ายทอดลงในอินสตาแกรม

ก็ต้องปลาบปลื้มและประทับใจในข้อความอันละเมียดและลึกซึ้งนั้นเช่นเดียวกัน

จึงขออนุญาต “น้ำเงินเข้ม” ผู้เผยแพร่ นำมาเผยแพร่ต่อเพื่อให้อ่านกันตรงนี้ด้วย

………………………………………..

“น้ำเงินเข้ม”

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงโพสต์ผ่านอินสตาแกรม ความว่า

–“A legacy moment.

With every State Visit comes the responsibility to carry forward the enduring bonds between nations.

Signing the Guest Book at the Hôtel de Ville de Paris is a meaningful reminder that diplomacy is built across generations. 66 years after the historic visit of my grandparents, Their Majesties King Bhumibol Adulyadej The Great and Queen Sirikit The Queen Mother, it is an honour to contribute, in my own role, to this continuing chapter of friendship between Thailand and France. 🇹🇭🇫🇷”

-“ช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันเป็นมรดกตกทอด

ทุกๆ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ (State Visit) ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการสืบสานสายสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างประเทศ

การลงพระนามในสมุดเยี่ยม ณ ศาลาว่าการกรุงปารีส (Hôtel de Ville de Paris)

เป็นสิ่งเตือนพระหทัยที่มีความหมายยิ่งว่า การทูตนั้น ถูกสร้างขึ้นจากรุ่น สู่รุ่น เป็นเวลา 66 ปี

หลังจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งประวัติศาสตร์ของพระอัยกาและพระอัยยิกา (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)

นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วมในบทบาทของตนเอง เพื่อสืบทอดมิตรภาพบทนี้

ระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสให้ดำเนินต่อไป 🇹🇭🇫🇷”

#เพจน้ำเงินเข้ม

#ทรงพระเจริญ

ที่มา : instagram hrhsirivannavari / พระลาน

…………………………………………..

เรื่องที่เราจะคุยกันต่อจากนี้

ต้องขอบอกว่า บ้านเมืองเรา ช่วงนี้ มีแต่เรื่องชวนเศร้าไม่สร่างซาเสียจริงๆ

ก่อนจะเข้าพรรษา ในปลายเดือนนี้ เมื่อวาน (๒ ก.ค.๖๙) บ่ายโมงกว่าๆ ก็เกิดเหตุสลดสังเวชขึ้น

พระสงฆ์ ๓๔ รูป หลังจากฉันอาหารเพลที่ “วัดภูมโนรมย์ อ.เมือง จ.มุกดาหาร” เรียบร้อยแล้ว

ก็ออกเดินธุดงค์เรียงเป็นแถวไปตามถนนมุกดาหาร-ดอนตาล บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

มุ่งหน้าไปอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี มีศิษย์ฆราวาสตามไปด้วย ๕ คน รวมทั้งหมด ๓๙ คน

ขณะเดินชิดขอบถนนไปตามลำดับนั้น ก็มีรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บต1944 มุกดาหาร วิ่งสวนทางมา

รถกระบะนั้น วิ่งมาเร็วมาก ปานบ้าคลั่ง

ดูตามคลิปจะเห็นพุ่งชนชนิดกวาดพระที่เดินเรียงแถวกระเด็นไปคนละทิศละทางในพริบตา!

มรณภาพทันที ๘ รูป สาหัสขั้นวิกฤต ๔ รูป

บาดเจ็บอีกกว่า ๒๐ รูปได้รับการนำส่งโรงพยาบาล ส่วนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นิมนต์กลับไปพักที่วัดภูมโนรมย์

เหตุที่รถวิ่งเข้าชนพระ ชนิดกวาดไปทั้งแถวในพริบตา ทราบว่า เกิดจากเด็กพิเศษ (หมายถึงพิการทางจิตและสมอง) อายุ ๑๑ ขวบ

ขโมยรถของพ่อที่จอดไว้ ขับตะบึงพุ่งเข้าจนชนแถวพระขณะเดินธุดงค์ชนิดกวาดเรียบทั้งแถว

รถกระบะคันก่อเหตุ ทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย=คปภ.”

ตรวจสอบแล้ว พบมีประกันภัยกับ “บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด(มหาชน)” และยังไม่หมดอายุประกัน

โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด ๒๐ ล้านบาทต่อครั้ง!

เบื้องต้น พระที่มรณภาพ จะได้รับเงิน รูปละ ๕ แสนบาท

ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จะได้รับรูปละ ๘ หมื่นบาท พร้อมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง

เหตุที่เกิดกับพระสงฆ์ขณะเดินธุดงค์อันไม่เคยปรากฎมาก่อนครั้งนี้

“สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช”

เผยแพร่ประกาศว่า….

“สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงปลงธรรมสังเวช กรณีคณะพระภิกษุผู้เดินธรรมจาริกประสบอุบัติเหตุ

พร้อมมีพระบัญชาโปรดรับการบำเพ็ญกุศลศพพระภิกษุผู้มรณภาพไว้ในพระอนุเคราะห์โดยตลอด

และโปรดประทานคิลานปัจจัยเป็นส่วนพระอนุเคราะห์แก่พระภิกษุผู้อาพาธทุกรูป

ด้วยความทราบฝ่าพระบาท เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า

คณะพระภิกษุประสบอุบัติเหตุ ขณะเดินธรรมจาริกตามเส้นทางจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ปลายทางอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเหตุให้มีพระภิกษุถึงมรณภาพและอาพาธหลายรูป

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงปลงธรรมสังเวช และมีพระบัญชาโปรดรับการบำเพ็ญกุศลศพพระภิกษุผู้ถึงมรณภาพไว้ในพระอนุเคราะห์โดยตลอด

ทั้งนี้ โปรดประทานผ้าไตร พร้อมช่อไม้จันทน์ ๑ ช่อ ไปในการฌาปนกิจศพพระภิกษุผู้ถึงมรณภาพทุกรูป

อนึ่ง มีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกร จัดคิลานปัจจัยประทานเป็นส่วนพระอนุเคราะห์ให้แก่พระภิกษุผู้อาพาธทุกรูป

ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานข้อมูลจากคณะแพทย์ผู้รักษาและรายงานอาการอาพาธ กราบทูลทราบฝ่าพระบาทเป็นระยะ

และโปรดให้เชิญรับสั่งประทานพรให้มีสุขภาพฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงเพื่อจักสามารถปฏิบัติศาสนกิจตามพระธรรมวินัยได้สืบไป

……………………………………..

ก็มีผู้ปรารภเหตุนี้ขึ้นในแง่ว่า

พระผู้เดินธรรมจาริก เท่ากับบำเพ็ญตบะบารมีธรรมสูงยิ่ง แล้วเหตุไฉนจึงต้องมีกรรมวิบากเช่นนี้ จากเด็กอายุ ๑๑ ขวบ ผู้พิการทางจิตประสาท?

เรื่องนี้ มีตัวอย่าง “คลายสงสัย” ในทางเปรียบเทียบแต่ครั้งพุทธกาล

จากเพจ “คติธรรมในการดำเนินชีวิต” มีว่า….

เบื้องหลังวาระสุดท้าย “พระมหาโมคคัลลานะ” ผู้เลิศด้วยฤทธิ์ ทำไมจึงถูกทุบจนกระดูกแหลก?

เปิด “ปมกรรมข้ามชาติ” ที่แม้แต่ “พระอรหันต์” ก็หนีไม่พ้น!

เตือนความจำ: เรื่องนี้ อาจสั่นสะเทือนความรู้สึก แต่นี่คือความจริงของ “กฎแห่งกรรม” ที่ทรงพลังที่สุดบทหนึ่งในพุทธประวัติ

ปุถุชนมักสงสัย…ทำไมคนดี ถึงเจอเรื่องร้าย?

วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบผ่านชีวิตของอัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เอตทัคคะด้านอิทธิฤทธิ์” คือ “พระมหาโมคคัลลานะ”

ท่านคือผู้ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศ ดำดิน ท่องเที่ยวไปสวรรค์เพื่อถามบุญ ไปนรกเพื่อดูบาป แล้วนำความจริงมาบอกเล่าแก่มนุษย์ จนผู้คนหันมาศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างล้นหลาม

แต่ใครจะเชื่อว่า…พระเถระผู้ทรงฤทธิ์ขนาดนี้

จะมีวาระสุดท้ายที่แสนเจ็บปวดทรมานที่สุดรูปหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา!

ชนวนเหตุ: ความริษยาจากเดียรถีย์

เมื่อแสงสว่างพุทธศาสนาเจิดจ้า ความมืดมิดก็เริ่มต่อต้าน

เหล่าเดียรถีย์และนักบวชนอกศาสนา สูญเสียลาภสักการะ เพราะผู้คนหันไปนับถือ “พระมหาโมคคัลลานะ”

ความอิจฉาเปลี่ยนเป็นความแค้น พวกเขาลงขันจ้าง “โจร 500 คน” ด้วยเงินพันกษาปณ์ เพื่อภารกิจเดียว:

“สังหารพระโมคคัลลานะ”!

-การไล่ล่าและการยอมจำนน

โจรล้อมกุฏิของท่านที่กาฬศิลา

ครั้งที่ 1… ท่านใช้ฤทธิ์ หนีออกทางช่องกุญแจ

ครั้งที่ 2… ท่านใช้ฤทธิ์ หนีออกทางช่อฟ้า

แต่ในเดือนที่ 3… ขณะที่ท่านเตรียมจะใช้อิทธิฤทธิ์หนีอีกครั้ง ญาณทัศนะของท่านก็ฉายภาพ “กรรมหนักในอดีต” ที่ตามมาทันแล้ว

วินาทีนั้น…

ท่านวางฤทธิ์ทั้งหมดลง และยอมรับชะตากรรม

โจร 500 รุมทุบตีร่างของพระอรหันต์อย่างบ้าคลั่ง คัมภีร์เปรียบเทียบว่า “กระดูกแตกละเอียดปานเมล็ดข้าวสารหัก”

เมื่อคิดว่าตายแล้ว จึงนำร่างไปทิ้งในพุ่มไม้

-ปาฏิหาริย์ครั้งสุดท้ายและการทูลลา

ด้วยอำนาจแห่งฌานสมาบัติ ท่านประสานร่างที่แหลกเหลวกลับคืนมา แล้วเหาะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เพื่อกราบทูลลานิพพาน

“พระพุทธองค์” ทรงตรัสให้พระโมคคัลลานะแสดงธรรมและแสดงปาฏิหาริย์เป็นครั้งสุดท้าย

เพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสาวก ก่อนที่ท่านจะกลับไปนิพพาน ณ ที่ที่ท่านถูกทำร้าย

-เปิดแฟ้มกรรม: ทำไมต้องตายทรมาน?

พระพุทธเจ้าทรงเฉลยสาเหตุที่ทำให้อัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ต้องเผชิญวิบากกรรมเช่นนี้…

ในอดีตชาติอันไกลโพ้น “พระมหาโมคคัลลานะ” เคยเกิดเป็นลูกชายที่กตัญญูดูแลพ่อแม่ตาบอด

แต่แล้วเมื่อมีภรรยา นางเกิดความรังเกียจพ่อแม่สามี จึงยุยงใส่ความทุกวัน จนสามีใจอ่อน

วันหนึ่ง…เขาลวงพ่อแม่ขึ้นเกวียนเข้าป่า แสร้งทำเสียงโจรปล้น แล้วลงมือทุบตีพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า

ประโยคที่เจ็บปวดที่สุด: ในขณะที่ถูกทุบตี พ่อแม่ที่ตาบอดกลับตะโกนว่า

“ลูกเอ๋ย พ่อแม่แก่แล้ว เจ้าจงหนีไปเถิด เดี๋ยวโจรจะทำร้ายเอา”

ด้วยความรักของพ่อแม่ ทำให้เขาสำนึกได้ และหยุดมือ แต่บาปกรรมมหันต์นั้นได้กระทำลงไปแล้ว…

และมันได้ติดตามท่านมาทุกภพทุกชาติ จนถึงชาติสุดท้ายนี้

⚖️ บทสรุปแห่งกรรม

ทางโลก: พระเจ้าอชาตศัตรู สั่งจับกุมโจรและเดียรถีย์รวม 1,000 คน และลงโทษประหารชีวิตอย่างสาสม

ทางธรรม: พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า แม้บรรลุเป็นพระอรหันต์ กรรมก็ไม่เคยยกเว้นให้ใคร

บทเรียนสำคัญ:

เรื่องราวของพระมหาโมคคัลลานะ ย้ำเตือนเราว่า “กรรม” คือสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดและน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครหนีพ้นเงาของตัวเองได้

ขอให้เรื่องราวนี้ เป็นเครื่องเตือนสติให้เราทุกคน เร่งสร้างบุญกุศล และเกรงกลัวต่อการทำบาป แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม…

สาธุ 🙏

📚 หนังสืออ้างอิง: สาวกนิพพาน

เรียบเรียงโดย: เพจธรรมะนำสุข

……………………………………………..

นี่ก็เข้ายุค AI

ก่อนที่ AI จะทำให้คน เลิกคิด”

ก็ขอฝากเริ่องนี้ให้ “คิด” ก่อนสมองจะ “หยุดคิด”!

เปลว สีเงิน

๓ กรกฏาคม ๒๕๖๙

 

Written By
More from plew
“ทางตัน” ของประเทศ? #เปลวสีเงิน
 เปลว สีเงิน ผมเชื่อแล้วหละว่า “ตัวกาลกิณี” เมืองมีจริง! ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาพนั้น ท่ามกลางวิกฤติ “เศรษฐกิจ-การค้า-สังคม-สงคราม” แผ่ซ่านไปทุกมุมโลก เป็นช่วงเวลาที่แต่ละรัฐบาลต้องแสดงศักยภาพผู้นำบริหารพาประเทศไปให้รอด แต่บ้านเมืองไทย โชคร้าย...
Read More
0 replies on “ไทยใน “วงเวียนกรรม” #เปลวสีเงิน”