สันต์ สะตอแมน
เงิน 1,700 ล้านบาท..
อืออ..ก็ต้องคิดหนักเป็นธรรมดาแหละ และเพื่อการตัดสินใจของรัฐบาล ผมขอเป็นหนึ่งเสียงที่ยืนข้างฝ่าย “สนับสนุน” ..ไม่ต้องซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยละกัน!
เหตุผล นอกจากราคาค่าลิขสิทธิ์จะแพงหูดับตับฉี่ ทั้งๆ ที่การถ่ายทอดสดก็แค่ 1 เดือนเท่านั้นแล้ว ช่วงเวลาการแข่งขันก็เป็น “ไทม์โซน” ที่แตกต่างกับประเทศไทย..
คนจะได้มีโอกาสนอนดู-นั่งเชียร์ทีมฟุตบอลชาติอื่นเขาเตะกันสักกี่มากน้อยกันเชียว!
อย่างไรก็ตามแม้ผมจะอยู่ฝ่าย “สนับสนุน” แต่ถ้ารัฐบาลยังจะเอาเงินจากไหนก็สุดแท้ไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลมาได้ ผมก็จำเป็นต้องทนอดตาหลับขับตานอนดู..
ไม่งั้น ไม่คุ้มค่ากับ “ภาษีกู” ที่จ่ายไป!
เออ..แต่นั่นได้ยินว่า “คุ้มค่า” กับการลงทุน-ปรับปรุงใหม่ เพราะหลังจากทดสอบระบบแสง สี เสียงไปทั้งหมด 8 รอบ 4 วัน ทุกอย่างถือว่าสมบูรณ์เกือบ 100%
นี่..ผมหมายถึง “โรงละครแห่งชาติ” ที่กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปี 2565 จนมาแล้วเสร็จเอาในปีนี้
และได้เปิดการแสดง (ทดสอบ) ศักยภาพไปเมื่อวันที่ 9, 10, 16 และ 17 พฤษภา.ที่ผ่านมา ซึ่งรอบบ่ายของวันที่ 10 พ.ค. ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ร่วมชม (ฟรี) การแสดงด้วย
ก็..เห็นต้องบอกเสียตรงนี้เลยว่า ผิดหู-ผิดตาจากอดีตที่เคยสัมผัส จะพูดว่าเป็น “โรงละครแห่งชาติโฉมใหม่” ที่ทันสมัยสุดๆ ก็เห็นจะไม่ผิด
แต่..จะรีวิวเองก็เกรงจะผิดและไม่ครบถ้วนในข้อมูลที่ควรรู้-ควรทราบ อย่ากระนั้นเลย อ่านที่คุณพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรให้สัมภาษณ์ “ไทยโพสต์” จะดีกว่า
ผมขออนุญาตตัดทอนบางช่วง-บางท่อนตามนี้.. “ โรงละครแห่งชาตินี้เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2508
ครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแสดงปฐมฤกษ์
ซึ่งย้อนหลังไปถึง 61 ปี ถือเป็นพื้นที่สำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
กรมศิลปากรได้รับจัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง จนในปี พ.ศ.2565 กรมได้จัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่
เพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้ในโรงละครชั้นนำทั่วโลก รองรับผู้ชมได้ 1,001 ที่นั่ง
เราปรับปรุงเพื่อให้โรงละครทันสมัยและพร้อมรองรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมทุกรูปแบบ ซึ่ง 4 การแสดงหลัก คือ โขน ละคร อย่างละครพันทาง ดนตรีสากลและดนตรีไทย
หัวใจของโรงละครคือ ระบบเสียง มีการปรับปรุงใหญ่ติดตั้งระบบเสียง AFC (Active Field Control) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ช่วยให้ผู้ชมได้ยินเสียงคมชัด ไพเราะ เท่ากันทุกที่นั่ง
ส่วนระบบแสงเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและหลอดไฟ LED ทั้งหมด ประหยัดพลังงานและเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน เพิ่มความสวยงามการแสดง
ขณะที่ระบบฉายภาพโปรเจกเตอร์พัฒนาให้ฉายภาพได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มมิติและอรรถรสการชมมากยิ่งขึ้น..
การทดสอบระบบแสง สี เสียง เพื่อทดสอบศักยภาพของโรงละครแห่งชาติโฉมใหม่ทั้ง 4 รอบ..ตนมั่นใจว่าศักยภาพดีขึ้นจริงๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่ง
หลังจากทดสอบระบบ สำนักการสังคีตจะได้นำความคิดเห็นจากศิลปินสำนักการสังคีตทุกประเภทการแสดงและผู้ชม ไปปรับปรุงระบบต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์
ตลอดจนฝึกฝนทักษะเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมดูแลระบบต่างๆ ให้มีความชำนาญกับระบบและเทคโนโลยีใหม่ซึ่งทันสมัยมากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน
แต่ยืนยันภายในปี 2569 โรงละครแห่งชาติจะกลับมาเปิดอย่างเป็นทางการได้แน่นอน”
ครับ..ได้ฤกษ์เป็นทางการวันไหน ต้องไปดูกัน!.

