ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และในระยะแรกมักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง จึงอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้บางรายอาจมีอาการ เช่น ปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกคน และไม่ใช่อาการจำเพาะของโรค จึงไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน

แพทย์หญิงทรายด้า บูรณสิน อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยค่าความดันโลหิตจะประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่

ความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจบีบตัวส่งเลือดไปยังร่างกาย
ความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) หมายถึง ค่าที่ได้ขณะหัวใจคลายตัวระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง

โดยทั่วไป หากค่าความดันโลหิตอยู่ที่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือสูงกว่านี้อย่างต่อเนื่อง จะเข้าข่ายโรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงมีอาการหรือไม่

ในระยะแรก ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ แต่ในบางรายอาจพบอาการ เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • เวียนศีรษะ
  • เหนื่อยง่าย

แต่อาการดังกล่าวไม่จำเพาะ และอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นหลัก

ทำไมความดันสูงที่ “ไม่มีอาการ” จึงต้องระวัง
แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกปกติ แต่ความดันโลหิตที่สูงอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ในระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่สามารถสังเกตได้จากอาการภายนอก

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต)
  • โรคไตเรื้อรัง

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการเตือนที่ชัดเจน

ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูงสามารถแบ่งได้เป็น

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

  • พันธุกรรม
  • อายุที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่ควบคุมได้

  • การรับประทานอาหารเค็มหรือไขมันสูง
  • การไม่ออกกำลังกาย
  • ความเครียดสะสม
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

ความสำคัญของการตรวจวัดความดันโลหิต
การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ในช่วงที่ยังไม่มีอาการ

การติดตามค่าความดันอย่างต่อเนื่องช่วยให้

  • เห็นแนวโน้มของระดับความดันโลหิต
  • ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เหมาะสม
  • วางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

แนวทางการดูแลและป้องกันความดันโลหิตสูงในชีวิตประจำวัน

  • เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดเค็ม ลดอาหารแปรรูป
  • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ความดันโลหิตสูงอาจเป็นภาวะที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนในระยะแรก การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และนำไปสู่การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว.

Written By
More from pp
นิสสัน “Go Anywhere” ตะลุยมาเลเซียกับสื่ออาเซียน รวมระยะทางกว่า 2,000 กม.
นิสสัน ประเทศไทย พร้อมสื่อมวลชน 78 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมผจญภัย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน มีระยะทางรวมกว่า 2,000...
Read More
0 replies on “ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน”