สงกรานต์ “เทศกาลโลก” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

๑๐๐ พระชันษา สมเด็จพระสังฆราช
“สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน

มีการแสดงออกทางกาย และทางวาจาที่น่าชื่นใจต่อกัน ผู้น้อยก็แสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็แสดงความเอื้อเฟื้อเอ็นดูต่อผู้น้อยด้วยความจริงใจ

นับเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ที่เราทั้งหลายต้องช่วยกันสืบสานต่อไป อย่าให้สิ้นสูญ”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
……………………………………………

ครับ….
นั่นเป็นพระคติธรรมที่ “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงประทานกับปวงชนชาวไทย เนื่องในวันสงกรานต์

“สงกรานต์” เป็นแบรนด์ “ประเทศไทย” รู้จักกันไปทั่วโลก

แม้บางประเทศ เช่น “เขมร” พยายามเคลมเป็นวัฒนธรรมประเพณีประเทศเขา
กลับเป็นว่า ยิ่งเคลม-ยิ่งเฟก อุตส่าห์จัดงานเลียนแบบ หวังจะมีนักท่องเที่ยวหลงเข้าไปบ้าง

แต่ปรากฏว่า แต่ละสายการบิน กลับขนนักท่องเที่ยวบินข้ามหัวมาลงที่สุวรรณภูมิ จนสนามบินแห่งใหม่ที่พนมเปญ “ผีหลอก”
หมาหอนเกรียว!

ว่ากันที่จริง ปีนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ จึงไม่ได้โปรโมตงานสงกรานต์เหมือนทุกปี ก็นึกว่าจะเงียบเหงา

ยิ่งบวกกับสถานการณ์โลกไม่อำนวยต่อการท่องเที่ยว เพราะไหนจะสงครามในตะวันออกกลาง ไหนจะเกิดวิกฤตการณ์น้ำมัน ทำให้ทุกอย่างแพงไปหมด

แต่ที่ไหนได้…..พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง!

“สงกรานต์” เข้าไปอยู่ในเส้นเลือดของนักท่องเที่ยวทั่วโลกไปแล้ว ค่าเครื่องบินแพงขนาดไหน การบินเสี่ยงขนาดไหน ก็บ่ยั่น

พอวันที่ ๑๒ เมษา.เท่านั้นแหละ
สงคง-สงคราม ใครบ้าก็ทำกันไป ใครจะรบกันที่ไหน ก็ช่างหัวมัน แต่เราชาวโลก “ผู้มีสงกรานต์อยู่ในหัวใจ” มารวมตัวกันอยู่ ณ กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร

ที่นี่ มีแต่รอยยิ้ม ที่นี่ มีแต่น้ำใจ และที่นี่ No War But Love!

แล้วทั้งไทย-ทั้งเทศ นับหมื่น-นับแสน กระจายกันไป “เล่นน้ำสงกรานต์” รื่นเริงสุขสำราญและบานฉ่ำ
ที่ถนนข้าวสารบ้าง ถนนสีลมบ้าง สยามสแควร์บ้าง ภูเขาทองบ้าง และอีกหลายต่อหลายแห่ง

มีข่าวที่ทำให้ผู้มีสงกรานต์อยู่ในหัวใจต้องยิ้ม ไม่เชื่อก็อ่านดู ผมว่าท่านต้องอ่านไป-ยิ้มไปแน่ๆ ลองดูนะ
………………………………….
BKKWheels
หนุ่มจีนคนนี้ ซื้อปืนฉีดน้ำ กว่า 100 กระบอก และของอีกมากมายที่เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ ด้วยเงินทุนของตัวเอง ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

นำไปแจกให้นักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าประเทศไทย ตอนแรก เขาตั้งใจจะแจกให้กับคนจีนด้วยกัน
แต่สุดท้าย เขาแจกให้กับทุกคน

แต่ความน่ารักของหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาเอาไปแจก เขายังตั้งคำถามสนุกๆ กับคนที่อยากได้ของแจก และสอนภาษาไทยสั้นๆ ด้วย

ตัวอย่างคำถามที่เขาใช้คือ….
“ประเทศใด ได้รับการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ ในสาขามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้?”
ซึ่งส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวก็จะตอบว่า “ประเทศไทย”

และเขายังสอนให้ทุกคนพูดว่า “สงกรานต์เป็นของประเทศไทย” และคำว่า “ฉันรักประเทศไทย”
คอนเทนต์นี้ ทำให้ผมเห็นว่า ไม่ใช่แค่คนไทยเรา ที่รักในประเทศนี้ แต่คนที่ได้มาอยู่ประเทศเรา และรักในประเทศเราก็มีอีกมาก

และหลายคน ก็แสดงออกในวิธีที่แตกต่างกัน ตามความสามารถของตัวเอง เพื่อประเทศที่พวกเขารัก
แม้จะไม่ใช่แผ่นดินเกิดของพวกเขาก็ตาม

บางคนทำคอนเทนต์ปกป้อง เวลาที่มีใครมาว่าร้าย ใส่ร้ายเรา บางคนช่วยเผยแพร่ ความดีงาม ความสวยงามของประเทศเรา บางคนให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

วันนี้ ลองย้อนกลับมามองที่ตัวเรา เราได้ทำอะไรเพื่อประเทศไทยที่เราอาศัยอยู่บ้างหรือยัง ได้แสดงความรักต่อแผ่นดินนี้ด้วยศักยภาพที่คุณมีหรือยังครับ?
………………………………………………
ไปดูทางต่างจังหวัดบ้าง

“หาดใหญ่-สงขลา” เพิ่งหายสะอื้นจากน้ำท่วมใหญ่ ก็ต้องถูกน้ำท่วมเดือน ๕ หน้าแล้งอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ไม่มีเสียงร้องไห้ มีแต่เสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ดวี้ดว้าย สนุกสนาน เฮฮา กับการสาดน้ำสงกรานต์

ที่เพื่อนบ้านจากมาเลย์และสิงคโปร์ เฮละโลกันมาเป็นพัน-เป็นหมื่น พร้อมปืนฉีดน้ำมายิงกระหน่ำกับหนุ่มสาวชาวไทย จนหาดใหญ่พลิกฟื้นคืนชีวิต-ชีวา ด้วยถูกน้ำใจท่วม

จะคึกคักขนาดไหน ผมแค่อ่านจากที่นักข่าวเขารายงาน ก็หลับตาเห็นภาพ พลอยคึก อยากบินไปเล่นสาดน้ำกะเขาขึ้นมาติดหมัด

เนี่ย…ในโซเชียลมีเดีย เขาพาดหัวข่าวว่า…
“นักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์ ทะลักรับสงกรานต์ 2 วันแรก 13,000-15,000 คน”
แห่พากันมาเฉลิมฉลองทำบุญ “เทศกาลสงกรานต์”

“หาดใหญ่-ด่านนอก” รถติดยาวกว่า 5 กิโลเมตร เงินสะพัดกว่าร้อยล้านบาท

ที่ด่าน “พรมแดนสะเดา” อ.สะเดา จ.สงขลา รอยต่อบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
ตลอดทั้งวัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยรถบัสทัวร์และรถส่วนบุคคลอย่างหนาแน่น

ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวไปจนถึงฝั่งมาเลเซียเป็นระยะทางกว่า 4-5 กิโลเมตร

10 เมษายน 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยถึง 13,000 คน มีเงินหมุนสะพัดไม่ต่ำกว่า 73 ล้านบาท

และคาดการณ์เฉพาะ วันที่ 11 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยถึง 15,000 คน จะมีเงินหมุนสะพัดไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติมาเลเซีย สิงคโปร์ และชาวไทยอิสลามที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

งาน “หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์” คืนที่สอง ยิ่งดึก-ยิ่งแน่น นักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์ และคนไทยหลั่งไหลร่วมสนุกเต็มพื้นที่จนแทบไม่มีที่ยืน!

ครับ….
นี่แค่วันที่ ๑๐-๑๑ เมษา.เท่านั้นนะ ส่วน ๑๓-๑๔-๑๕ เมษา.จะเฮละโล-สาระพา มาสาดน้ำดับร้อนในเทศกาลสงกรานต์กันอีกขนาดไหน ก็สุดจะบรรยาย

เห็นแล้วก็ดีใจ
ประเทศไทย ดินแดน “สันติภาพ-สันติสุข” และก็ดูซี ผ่านมา ๓ วัน มีข่าวสนุกสนานชื่นบาน ซึ่งเป็นมงคล
บ่งบอกถึง ทุกคนที่มา “ใจใสซื่อ-บริสุทธิ์” จึงไม่มีเหตุร้ายมาทำลายเทศกาลสงกรานต์ให้ต้องหมอง

ส่วนทางเหนือ เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง-เชียงราย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน สุขสำราญบานใจกันขนาดไหน
ใครๆ ก็รักถิ่นเหนือ เพราะชาวเหนือน่ารัก
และอยากไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่แดนเหนือกันทั้งนั้น!

ทางอีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้….
สงกรานต์นี้ นอกจากสาดน้ำตามประเพณี จะเน้นทางพิธีกรรม บวงสรวงปราสาทหลายๆ แห่งที่ไทยยึดคืนจากเขมร
โดยเฉพาะที่ปราสาทตาควายและเนิน ๓๕๐

ทหารและ “หลวงตาสันต์” ช่วยกันสร้างบันไดเหล็ก ๑๔๗ ขั้น ขึ้นจากปราสาทตาควายมายังเนิน ๓๕๐ เสร็จทันสงกรานต์พอดี

ซึ่งเดิม ถ้าจะไปที่เนิน ๓๕๐ ต้องนั่งรถอ้อมจากปราสาทตาควาย เมื่อสร้างสะพานเชื่อมเสร็จแล้ว ก็จะเปิดให้ขึ้นไปรำลึกถึง “จ่าเริง-พลทหารวุ้นเส้น” บนเนิน ๓๕๐ กันเลย

“NW News” โพสต์ไว้ดังนี้

สำเร็จลุล่วง! โครงการสร้างเส้นทางสายประวัติศาสตร์ “ปราสาทตาควายเชื่อมเนิน 350”
ด้วยพลังศรัทธาจากผู้ที่สละ ทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกายและกำลังใจจากทุกคน ในการสร้างถนนสาธารณะเส้นนี้ขึ้นมาให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ซึ่งโครงการนี้ หลวงตาสันต์ (พระครูพนมศีลาจารย์) ได้นำคณะสงฆ์ ชาวบ้านจิตอาสา และทหารแนวหน้า
ได้ฝ่าฟันอุปสรรค ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ จนสร้างถนนเส้นนี้ออกมาได้จนสำเร็จ ทันเทศกาลสงกรานต์

ที่จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการบูชา ปราสาทตาควาย องค์พระปฐม รวมไปถึงได้สูดอากาศบนแผ่นดินไทย
ที่ทหารกล้าได้เสียสละเลือด เนื้อ ชีวิต เข้าปกป้องผืนแผ่นดินแห่งนี้ ให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศเอาไว้
แล้วพบกัน 13-16 เมษายน 2569 เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมปราสาทตาควาย เนิน 350
……………………………………..

สรุปแล้ว สงกรานต์ของไทย กลายเป็น “เทศกาลโลก” กลายๆ ไปแล้ว “สำนักข่าวรอยเตอร์” เขารายงานว่า
เทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๙ ของไทย ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษา. พบว่าผู้คนนับพันแต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสมาร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่ไทยตามประเพณี

ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างใช้ปืนฉีดน้ำและสาดน้ำใส่กันตามท้องถนนที่แออัด พร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มตลอดงาน

บางคนบอกว่า พวกเขาได้หลีกหนีจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลก และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ชั่วคราว

เกอร์ฮาร์ดัส เพจ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน กล่าวว่า
เป็นการเฉลิมฉลองเพื่อ “ลืมปัญหาของโลก”

ขณะที่ประชาชนในพื้นที่กล่าวว่า
สงกรานต์ช่วย “เยียวยาจิตใจของเราในขณะที่โลกกำลังวุ่นวาย”

แล้วสงกรานต์นี้ นายกฯ ของไทย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่ไหน?

ผมเห็นท่านทำหน้าที่ “นายตรวจประเทศ” ตอนสงสงกรานต์ ไปดูความเรียบร้อยตามสถานีรถ บขส.บ้าง ไปตามจังหวัดต่างๆ บ้าง ไปโผล่ที่สถานีกลางบางซื่อบ้าง ไปที่จันทบุรีบ้าง

เห็นนายกฯ แล้วก็สงสาร
ท่าน “เต็มที่” และ “เอาใจใส่” ต่อพี่น้องประชาชนด้วยหัวใจจริงๆ รู้ว่าท่านเหนื่อยและหนัก

แต่หนักกายนั้น ไม่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับที่ “หนักใจ” ต่อปัญหาสืบเนื่องจากสถานการณ์โลกและการเมืองเรื่อง “มุ่งล้มล้าง”

ก็ไม่เป็นไร…ใจต้องสู้นะท่าน
สถานการณ์นี่แหละดี จะได้พิสูจน์ความเป็นนายกฯ ที่แท้จริง

อย่าสนเสียง “เชียร์-เสียงชัง”
อะไรที่จะทำให้ “ชาติ-ประชาชนรอด” สิ่งนั้น ท่านจงทำเถิด ถึงตายก็ตาหลับ!.

เปลว สีเงิน
๑๔ เมษายน ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
THAIFEX – HOREC Innovation Awards 2025 ประกาศ 10 ผู้ชนะที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง (HoReCa) ด้วยระบบอัตโนมัติและความยั่งยืน
รางวัล THAIFEX – HOREC Innovation Awards นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานและเสริมมาตรฐานคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันที่ยั่งยืนในธุรกิจอาหารและการบริการ หรือครัวอัจฉริยะที่ฉลาดล้ำด้วย AI...
Read More
0 replies on “สงกรานต์ “เทศกาลโลก” #เปลวสีเงิน”