“สติธร” ชี้ รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน สกัดกักตุน-เปิดต้นทุน-ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

28 มีนาคม 2569 — ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า

การปรับนโยบาย “เลิกตรึงราคาน้ำมัน” และหันมาใช้มาตรการช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” ไปยังกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมือง

ดร.สติธรระบุว่า วิกฤติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ สงครามอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกโดยตรง และถ่ายทอดแรงกดดันมาสู่เศรษฐกิจไทย ทั้งค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง

ในระยะแรก รัฐบาลเลือกใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาภาระประชาชนในทันที แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนข้อจำกัดของนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะการเปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมฉวยโอกาส เช่น การกักตุน เก็งกำไร และบิดเบือนระบบกระจายสินค้า ส่งผลให้ทรัพยากรรัฐรั่วไหล และประชาชนบางกลุ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับนโยบายในระยะต่อมา ให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ถูกมองว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่า เนื่องจากช่วยลดการรั่วไหลของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการกักตุนจากส่วนต่างราคา

“การปรับแนวทางให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม จึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมืองและการบริหารนโยบายสมัยใหม่ กล่าวคือ แทนที่จะใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อกดราคาทั้งระบบ รัฐเลือกใช้การเยียวยาแบบจำเพาะเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพขนส่ง หรือภาคการผลิตที่มีความเปราะบางสูง แนวทางนี้ช่วยลดการรั่วไหล เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการฉวยโอกาสจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ราคาพลังงานเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดย่อมมีผลกระทบลูกโซ่ไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปจึงมิใช่เพียงการปล่อยราคา แต่คือการกำกับดูแลพฤติกรรมในตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้สถานการณ์วิกฤติ”

ดร.สติธรยังเสนอว่า หลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
ประการแรก ปราบปรามการกักตุนและเก็งกำไรอย่างจริงจัง โดยยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มงวด

ประการที่สอง เปิดเผยข้อมูลต้นทุนพลังงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ และลดข้อครหาการบิดเบือนราคา

ประการที่สาม เปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลตลาด เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มแจ้งเบาะแส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและสร้างธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ดร.สติธรชี้ว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป ไม่ใช่เพียงการปล่อยให้ราคาสะท้อนตลาด แต่คือการควบคุมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคในภาวะวิกฤติ โดยรัฐต้องสร้างสมดุลระหว่าง กลไกตลาด และ การกำกับดูแล อย่างมีประสิทธิภาพ.

Written By
More from pp
นายกฯ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 ทำเนียบรัฐบาล ย้ำเด็กไทย “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” เป็นพลเมืองมีคุณภาพของสังคม ชุมชนและประเทศชาติ กำชับไม่ลืมประวัติศาสตร์ชาติไทย
นายกฯ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 ทำเนียบรัฐบาล ย้ำเด็กไทย “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” เป็นพลเมืองมีคุณภาพของสังคม ชุมชนและประเทศชาติ กำชับไม่ลืมประวัติศาสตร์ชาติไทย ยืนยันรัฐมุ่งพัฒนาเยาวชนในทุกมิติ...
Read More
0 replies on ““สติธร” ชี้ รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน สกัดกักตุน-เปิดต้นทุน-ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ”