13 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่รุกพื้นที่ของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ณ บริเวณ “หาดฟรีดอม” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก
พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายรัฐบาล เพื่อทวงคืนผืนป่าและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ละเว้นผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนรายใด พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ความยุติธรรมต้องเกิดกับทุกฝ่าย แต่ผู้ที่บุกรุกทำลายป่าไม้ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ นายปรินทร หรือ “เสี่ยเล็ก” ” ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.นันทชาติ ระหว่างลงพื้นที่ติดตามคดี และได้มอบตัว ณ สภ.กะรน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวม 4 คดี
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบการบุกรุกและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่าครอบครองพื้นที่มานานและมีเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท รวมทั้งผู้กระทำผิดอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบด้วย.

