เปลว สีเงิน
นี่ขนาดเป็น “รัฐบาลรักษาการ” นะ
ยังเป็นเสือปืนไวขนาดนี้
เป็น “รัฐบาลอนุทิน ๒” เต็มสูบแล้วละก็ จะมิไวขนาดบั้งไฟพญานาครึนี่!?
ประชุมครม.เมื่อวาน (๑๐ มี.ค.๖๙) รัฐบาลออกมาตรการรับมือ “วิกฤตพลังงาน” ทันที
มันต้องให้ได้อย่างนี้ซี ถึงจะสมกับที่คน ๑๐.๓ ล้านคน เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล
หรืออย่าง “ล้งจีน” รวมหัวกดราคามะพร้าวน้ำหอมเหลือลูกละบาท-สองบาท แถมขู่ Super G ถ้าจิ๊จ๊ะกับพวกเขา จะหยุดซื้อ ๒ วัน
ซูเปอร G เลยบอก งั้น (ลื้อ) หยุดไปเลย
เดี๋ยวแม่จะทำ “ล้งกลาง” เอง!
ก็เงิบ (แดก) ไปเท่านั้น เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกะแม่ซูเปอร์ G หนึ่งเดียวคนนี้ ก็เลยเจอดี
เมื่อวาน “ตำรวจสอบสวนกลาง” ไปตรวจเครือข่ายล้งมะพร้าว ๘ แห่ง ที่ราชบุรี พบมี “นายทุนจีน” จ้างคนไทยเป็น “นอมินี” ถือหุ้น
แล้วรวมหัวกัน “กดราคาซื้อมะพร้าว” ลูกละไม่เกิน ๕ บาท
ส่งออกไปขายลูกละ ๓๐-๓๕ บาท ซึ่งเป็นการทำลายตลาดสินค้ามะพร้าวน้ำหอมไทย
อย่างเดียวกับที่พวกมันทำกับตลาดทุเรียนไทยจนพังมาแล้ว เพราะรัฐบาลก่อนๆ หลับตาข้างหนึ่ง-หรี่ข้างหนึ่ง มันจึงได้ใจ
ประกอบกับเกษตรกรไทย รู้จักแต่ปลูกอย่างเดียว แต่ไม่รู้จักการขาย และไม่ประสาการตลาด จึงเสร็จมัน!
มารัฐบาลอนุทินนี่แหละ….
ได้ซูเปอร์ G มาทำหน้าที่แม่ค้า-แม่ขาย ทั้งเอาจริง-เอาจัง ทั้งถึงลูก-ถึงคน สินค้าเกษตรของไทย ที่ชาวไร่-ชาวสวน ต้องขายแบบ “ผีถึงป่าช้า” ถึงได้เริ่มมีชีวิต-ชีวา เงยหน้ามองเห็นอนาคต
อย่างเรื่องมะพร้าวน้ำหอมเป็นตัวอย่าง
“พูดปุ๊บ-ทำปั๊บ” แถมตำรวจไปตรวจถึงที่ เอากฎหมายเข้าจับทันที-ทันใด ทำงานแบบนี้แหละได้ใจประชาชนเต็มๆ
เหมือนเรื่อง “สหรัฐ-อิหร่าน” ที่ตูมตามกัน
น้ำมันกลายเป็นของหายาก มีเงิน แต่ไม่มีน้ำมันให้ซื้อ
รัฐบาลนี้ ไม่ใช่รัฐบาล “เช้าชาม-เย็นชาม” เพื่อความไม่ประมาท จึงมองทางยาว ด้วยมาตรการประหยัดพลังงาน
ประหยัดยังไงบ้าง ผมประหยัดพลังงานตังเอง ด้วยการไม่เขียนเอง แต่จะยกที่คุณ “พีระชาติ อินตา” โพสต์ไว้ มาให้อ่านแทน
…………………………
พีระชาติ อินตา
พี่น้องครับ วันนี้ผมมีเรื่องด่วนระดับ #ชี้เป็นชี้ตาย เศรษฐกิจและปากท้องของพวกเรามาเล่าให้ฟังครับ
เมื่อมติ #ครม.ล่าสุด วันนี้ (10 มีนาคม 2569) เคาะออกมาแบบสายฟ้าแลบ เพื่อรับมือกับ #วิกฤตพลังงาน ที่ลามมาจากตะวันออกกลาง
งานนี้ รัฐบาลสั่งเดินเครื่อง #ยาแรง แบบจัดเต็มทุกมิติ ทั้งเรื่องคน เรื่องไฟ และเรื่องน้ำมัน ที่สะเทือนถึงหัวบันไดบ้านเราจริงๆ
“หมัดฮุคแรก” ที่หน่วยงานรัฐต้องสะดุ้ง (เพราะดีใจ-เปลว) คือ
การสั่ง #WorkFromHome ทันทีครับ!
พี่น้องครับ หน่วยงานไหนที่งานเอื้ออำนวยให้ทำจากที่บ้านได้ โดยไม่กระทบการบริการประชาชน ท่านนายกฯ สั่งให้ลุยได้เลย
เพื่อ “ลดการใช้พลังงาน” ในสำนักงานและ “ประหยัดน้ำมัน” เดินทาง
แถมยังพ่วงคำสั่งด่วน #งดไปดูงานต่างประเทศทุกกรณี (แอบเสียใจ-เปลว) ยกเว้นแผนงานที่จำเป็นและผูกพันไว้แล้วเท่านั้น
ใครที่เล็งทริปดูงานไว้บอกเลยว่าต้องพับแผนเก็บลงลิ้นชักยาวๆ ไปก่อน
ส่วนเรื่องใกล้ตัวในที่ทำงาน ใครที่ชอบแอร์เย็นฉ่ำแบบขั้วโลกคงต้องปรับตัวกันใหม่ เพราะมติวันนี้
สั่งให้ #ตั้งอุณหภูมิแอร์ 26 ถึง 27 องศา เท่านั้น เพื่อเซฟไฟให้ได้มากที่สุด
รัฐบาลคำนวณมาแล้วครับว่า…..
ถ้าเราช่วยกันลดใช้ไฟฟ้าได้แค่ร้อยละ 5 จะประหยัดไฟได้ถึง 3.6 ล้านหน่วยต่อเดือนเลยทีเดียว
และที่น่าสนใจคือ ท่านรัฐมนตรีแต่ละท่านในห้องประชุมวันนี้ยังร่วมกัน #ถอดสูท
“ใส่เสื้อแขนสั้น” มาประชุมเพื่อเป็นตัวอย่างในการปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่อุ่นขึ้นด้วย
มาดูเรื่องน้ำมันและก๊าซหุงต้มกันบ้างครับ
รอบนี้รัฐบาลวางหมากรบไว้หลายชั้นมาก ทั้งการ #ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่อไปอีก 2 เดือนจนถึงพฤษภาคม 2569 และเตรียมปรับสูตรน้ำมันดีเซล เป็น #B7 ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อพยุงราคาไม่ให้พุ่งสูงเกินไปจนพี่น้องเดือดร้อน
ที่สำคัญคือ….
มีการสั่ง #ระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกประเภท เพื่อกักเก็บไว้ใช้ในประเทศให้ได้นานที่สุดในช่วงวิกฤตนี้
พี่น้องครับ เรื่องที่ต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าคือมาตรการขั้นบันได หากสถานการณ์โลกแย่ลงกว่านี้
ครม.เตรียมแผนบังคับ #ปิดปั๊มน้ำมัน และ #ดับไฟป้ายโฆษณา ตอน 4 ทุ่ม ทั่วประเทศทันที (ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ หมายถึงขั้นวิกฤตน่ะ-เปลว)
ยกเว้น “ปั๊มบนทางหลวงหลัก” เพื่อลดการใช้พลังงานในช่วงกลางคืนอย่างจริงจัง
แต่ในข่าวร้ายยังมีข่าวดีครับ เพราะรัฐบาลเพิ่งเซ็นต่ออายุความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับญี่ปุ่นออกไปอีก 3 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจว่า เราจะมีพลังงานสำรองที่แน่นอนในระยะยาว
อีกหนึ่งประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เลย คือเรื่อง #แรงงานต่างด้าวครับ พี่น้องครับ
วันนี้ท่านรัฐมนตรี #ตรีนุช เทียนทอง เสนอให้ ครม.เห็นชอบขยายเวลาต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม กว่า #3.7แสนคน ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
เพื่อไม่ให้แรงงานกลุ่มนี้หลุดจากระบบกลายเป็นคนผิดกฎหมาย ซึ่งจะช่วยพยุงภาคธุรกิจและการผลิตของไทยไม่ให้หยุดชะงักในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเปราะบางแบบนี้
ในเชิงการเมือง ครม.ก็ไม่ได้ทิ้งครับ
วันนี้ เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา #เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดสภาครั้งแรกหลังเลือกตั้ง
ที่คาดว่า กกต.จะรับรองผลได้ครบตามเกณฑ์ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ถือเป็นการเดินหน้าประเทศไปพร้อมกับการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานอย่างเป็นระบบ
ผมมองว่างานนี้ รัฐบาลพยายาม #ประคอง สถานการณ์อย่างเต็มที่
โดยใช้หน่วยงานรัฐเป็นด่านหน้าในการ #รัดเข็มขัด ให้ประชาชนเห็นเป็นตัวอย่างก่อน
ซึ่งถ้าพวกเราช่วยกันได้คนละไม้คนละมือ ก็น่าจะช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นมรสุมพลังงานรอบนี้ไปได้แบบเจ็บตัวน้อยที่สุดครับ
✍️พีระชาติ อินตา
10 มีนาคม 2569
………………………………………….
โอ้ย…แบบนี้ ประหยัดพลังงานสู้ผมไม่ได้หรอก
ครม.เพิ่งเริ่มถอดเสื้อนอก ถอดเน็กไท สวมเสื้อเชิ้ตตัวเดียว ทำมาคุย ผมนี่ซี ถอดเสื้อเหลือแต่เชิ้ตหนังล้วนๆ เขียนหนังสือมาเป็นสิบๆ ปี
แล้วผมจะไปรับค่าประหยัด “พลังงานสะสม” ได้จากที่ไหนละเนี่ย!?
ได้ยินพ่อใหญ่ทรัมป์คุยว่า เขาเป็นผู้กำหนดเกม อิหร่านต้องยอมจำนนตามเงื่อนไขของรัฐบาลวอชิงตัน จะจบวัน-สองวันนี้!?
เนเนกือแน่ะ…อิหร่านฟังแล้ว คงบอกอย่างนั้น
เพราะสหรัฐรวมหัวกับยิวเป็นฝ่ายรุกรานเขา ถึงขั้นปลิดชีวิตท่าน “ผู้นำสูงสุด” พร้อมทั้งครอบครัว
แล้วบอกว่าจบ ใคร(วะ)จะยอม!?
“นายอับบาส อารักชี” รมว.การต่างประเทศอิหร่านประกาศ
“การต่อสู้ทางทหารของอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล จะยังคงดำเนินต่อไป
อิหร่านเตรียมความพร้อมไว้อย่างดี ที่จะใช้ขีปนาวุธโจมตี “ตราบเท่าที่ต้องทำ”
“อารักชี” ยังยืนยัน….
“หัวเด็ด-ตีนกุด จะไม่มีการหวนคืนสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐ”
เขาอ้างว่า “อิหร่านมีประสบการณ์ที่ขมขื่น” จากการเจรจากับรัฐบาลวอชิงตัน ในอดีต
ดังนั้น เรื่องนี้ ไม่อยู่ในวาระการหารือของรัฐบาลอิหร่านอีกต่อไป”
ด้าน “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์เพิ่มเติม….. “อิหร่านจะเป็นผู้กำหนดจุดสิ้นสุดของสงครามเอง”!!!
สนุกละเมิ้ง…ตานี้
อิหร่านนั้น ไม่ใช่คนจำพวกร้อยพ่อ-พันแม่อย่างคนอเมริกันแล้วมารวมกันเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา
“อิหร่าน” ชาติกำเนิดเป็นชาวอารยันมาแต่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ปี และ “อารยัน-อารยะ” ก็เป็นชื่อประเทศของเขาที่เรียก “อิหร่าน”
ใครที่เคยอ่านนิยายเรื่อง “ศิวา-ราตรี” ของท่าน “พนมเทียน” ที่เขียนเมื่อ ๖๐-๗๐ ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีให้อ่าน จะเข้าใจดีเรื่องชาวอารยัน
ฉะนั้น พ่อใหญ่ทรัมป์อย่าหวังว่าตีหัวเขาแล้วจะลูบหลังจบ!
มันไม่จบ
มีแต่ “เจ็บ” แน่ ทั้งทรัมป์ ทั้งเนทันยาฮู!
และนี่ มีข่าวมายังเปียกๆ อยู่เลยว่า ท่านผู้นำคนใหม่
“มุจตาบา คาเมเนอี” คนที่เก็บตัวมาตลอด
ไปปรากฏตัวที่ “ศูนย์บัญชาการสงคราม” แล้ว
“ปฎิเสธคำขอหยุดยิงของสหรัฐฯ”
ขณะเดียวกัน สั่งยิง “ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง” ใส่เมืองไฮฟา ของอิสราเอล
คลังเก็บน้ำมันของอิสราเอล….ไฟลุกท่วมฟ้า!
“ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน” ยิวถล่มคลังน้ำมันอิหร่าน-อิหร่านถล่มคลังน้ำมันยิว อย่างนี้ค่อยสะใจแฟนประเภท “บ่าง” อย่างผมหน่อย
บรรดาน้ำมัน ไม่ว่าของสหรัฐ รัสเซีย เวเนซุเอลา อิหร่าน
น้ำมันอิหร่าน ได้ชื่อว่า “น้ำมันมาตรฐาน” มีความสมดุล เหมาะกับโรงกลั่นส่วนใหญ่ ซึ่งโรงกลั่นทั่วโลก ชอบมากที่สุด
ฉะนั้น จึงไม่แปลก…
ที่สหรัฐฯ เล่นบทหมาป่าขย้ำลูกแกะ หวังฮุบแหล่งน้ำมันของอิหร่าน!
แต่กับอิหร่าน มันไม่ง่ายเหมือนกับที่อิรัก ที่เวเนซุเอลา เท่าที่ฟังเสียงแฟนๆ ในสนาม เขาต่อ ๕-๓ ว่า End Game ของเรื่องนี้
ทรัมป์-เนทันยาฮู “อิ๊บอ๋าย!
คุนแต่เรื่องชาวบ้าน เรื่องของบ้านตัวเองลืมคุยไป คือ มี “ข่าวร้าย” จะมาบอก อ่านเอาเองเถอะ
……………………………….
Nakhonthai Sresuk อยู่ที่ เมืองพนมเปญ
ล่าสุด !!! มาลี โสเจียตา ออกมาระบุว่า กัมพูชากำลังเดินหน้าสร้าง “โรงกลั่นน้ำมัน” ของตนเอง
และเชื่อว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ไทยอาจต้องพึ่งพาการนำเข้า #น้ำมัน จาก #กัมพูชา
เนื่องจากน้ำมัน #ประเทศไทย มีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ
เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า….
หากไทยยังไม่ยอมเปิดด่านตามปกติ กัมพูชาก็อาจไม่จำเป็นต้องขายน้ำมันให้ไทยเช่นกัน
แต่หากไทยต้องการซื้อน้ำมันจากกัมพูชาในอนาคต ก็จำเป็นต้องเปิดด่านตั้งแต่ตอนนี้
เพราะสร้างโรงกลั่นเสร็จเมื่อไหร่ ด่านยังไม่เปิด ก็จะไม่ขายน้ำมันให้ ไทยตลอดไป!!
……………………………..
แล้ว “น้ำมันพราย” ลนจากใต้คางแม่โสเจียตาล่ะจ๊ะ ขายมั้ย?!
เปลว สีเงิน
๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙

