“ปราสาทตาควาย” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

วันนี้…“๓๑ มกรา.๖๙” วันสุดท้าย “เดือนแรก”ของปี

พรุ่งนี้ ๑ กุมภา.๖๙

การแข่งขันเริ่ม “เข้าทางตรง” ของการเลือกตั้ง สส. ๘ กุมภา.

๓ ม้า ที่เบียดคู่คี่ ผลัดกันแซง-ผลัดกันนำ ได้แก่….

ม้าภูมิใจไทย-จ๊อกกี้หนู เสื้อประจำคอก “สีน้ำเงิน” เป็นผู้ขี่

ม้าประชาชน-จ๊อกกี้เท้ง เสื้อประจำคอกสีส้ม เป็นผู้ขี่

ม้าเพื่อไทย-จ๊อกกี้เชน เสื้อประจำคอกสีแดง เป็นผู้ขี่ และ

ม้าประชาธิปัตย์-จ๊อกกี้มาร์ค เสื้อประจำคอกสีฟ้า เป็นผู้ขี่ ไล่ตามมาเป็นที่ ๔

ม้าตัวไหนจะเข้า “เส้นชัย” เป็นตัวแรก อีก ๘ วิ…เอ๊ย…อีก ๘ วัน …รู้กัน!

ม้าภูมิใจไทย จ๊อกกี้ระดับอินเตอร์ เป็นม้าเต็ง ๑ จ่าย ๑๑ บาท เซียนกระซิบ เจ้าของคอก “สู้เต็มที่”

ม้าประชาชน จ๊อกกี้เด็กใหม่ ชอบว่าว เต็ง ๒ จ่าย ๑๕ บาท เซียนบอก โอกาสแซงม้าภูมิใจไทยเข้าเส้นชัย ชนิดต้องรอรูปถ่ายพอมีลุ้นนิดๆ ในตำแหน่ง “นายกฯ ว่าว”

ม้าเพื่อไทย เป็นม้าหลานอังเคิล ไว้ใจอะไรไม่ได้ แถมจ๊อกกี้เป็นเด็กใหม่ เจ้าของคอกกำลังติดอยู่ในคอก เลยไม่แน่ใจว่าจะสู้ครึ่งตัวหรือสู้เต็มตัว?

แทงเพลส ได้ค่ารถกลับบ้าน แทงวิน “ถูกแดก” ๑๐๐%!

ภาพทางตรงเป็นอย่างนี้ ถ้าทั้ง ๓ ม้า แรงไม่ตก ไล่บี้กันไป-มา โดยรักษาเส้นทางได้ โอกาสที่ตัวใด-ตัวหนึ่ง จะตะปบเข้าเส้นชัย

นอกจากกระสุนส่งกระแสแล้ว

ก็ขึ้นอยู่กับ “ฝีมือ-ฝีตีน” จ๊อกกี้ ในการควบขี่เป็นหลัก!

แต่ทั้งหมดนี้ วันที่ ๘ กุมภา.จะมีขึ้นหรือไม่ “ยกลงต่ำ” ที่ฮุน เซน จะตัดสินใจเอายังไงใน “ยกที่ ๓”

ว่าจะเปิด “ใกล้” วันเลือกตั้ง หรือจะเปิด “หลัง” วันเลือกตั้ง?

เพราะการประชุม RBC วานซืน (๒๙ ม.ค.) ที่ปอยเปต ระดับเจ้าหน้าที่

ระหว่างคณะกองเลขาฯ กองทัพภาคที่ ๑ ของไทย กับ คณะกองเลขาฯ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ ๕ ของเขมร

ยังไม่สามารถจัดทำบันทึกข้อตกลงให้บรรลุตามความมุ่งหมายของทั้งสองฝ่ายได้

เนื่องจากยังมีประเด็นที่จะต้องมีการหารือเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการลงนามระหว่างแม่ทัพภาคที่ ๑ และรองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ ๕ ในวันนี้”

ถ้าจะให้ผม “ถอดรหัส” การประชุมที่ล้มเหลวครั้งนี้ บอกตรงๆ ไม่สันทัด ฉะนั้น ฟังผู้สันทัดเขาวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วดีกว่า

……………………………………..

พีระชาติ อินตา

        ตอนนี้บรรยากาศที่ชายแดนเหมือนฟ้าก่อนพายุฝนครับ ทุกอย่างนิ่งจนน่ากลัว แต่ข้างหลังฉาก คือ การชิงไหว-ชิงพริบ ระดับเขี้ยวลากดิน

ข้อมูลวงในบอกชัดว่า ฝ่ายไทยเรา “ปิดประตูแพ้” ไว้หมดแล้ว โดยมีฉากทัศน์ (Scenario) ที่อาจเกิดขึ้นได้ 3 รูปแบบ ดังนี้ครับ:

1.ฉากทัศน์ “ดีลจบ…สงบศึกชั่วคราว” (The Compromise)

        นี่คือสิ่งที่ฝ่ายเขมรอยากให้เกิดที่สุดครับ

คือคณะเลขานุการตกลงกันได้ในร่างบันทึกข้อตกลง (MOU) ยอมรับเงื่อนไข เรื่องการหยุดยั่วยุและระบบตรวจสอบร่วมกัน

        * ผลที่จะตามมา: แม่ทัพภาคที่ 1 จะเดินทางไปปรากฏตัวที่ปอยเปตในวันที่ 29 มกราคม เพื่อลงนามป่าวประกาศให้โลกกู้คืนความเชื่อมั่น

        * ความเป็นจริง: ฉากนี้ “เกิดยาก” ครับ เพราะฝ่ายไทยเรามีหลักฐานคาตา ว่ากัมพูชายังคงแอบเสริมกำลัง และใช้โดรนบินสอดแนมต่อเนื่อง

รวมถึงการดึงเอา “สถาบันหลักของไทย” ไปวิจารณ์ในสื่อโซเชียล ซึ่งไทยเราถือว่า “ผิดข้อตกลงข้อที่ 6” อย่างรุนแรง

2.ฉากทัศน์ “โต๊ะล้ม…ทัพเผชิญหน้า” (The Standoff)

หากการคุยในวันนี้ ฝ่ายเขมรยังเล่นแง่ ไม่ยอมรับการตรวจการพื้นที่ หรือเลี่ยงเรื่องการเก็บกู้ระเบิดในจุดที่เราต้องการ

        * ผลที่จะตามมา คือวันพรุ่งนี้ วันที่ 29 มกราคม จะ “ไม่มีการปรากฏตัว” ของแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ภูมิภาคที่ 5 ของเขมร

การประชุมจะถูกยกระดับ กลับไปสู่กลไกทาง “รัฐทหาร” ที่เข้มข้นขึ้น

        * การวิเคราะห์: ฉากนี้มีโอกาสสูงถึง 60% ครับ เพราะไทยเราส่งสัญญาณชัดว่า

“ถ้าไม่มีเนื้อหาที่จับต้องได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปร่วมเฟรมสร้างภาพ” ซึ่งจะนำไปสู่การตรึงกำลังที่เข้มข้นกว่าเดิม

และอาจมีการ “ปิดด่าน” ในบางจุดเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจ

3.ฉากทัศน์ “เล่นเกมดึงเช็ง…ยื้อเพื่อรอจังหวะ” (The  Delay)

ฝ่ายกัมพูชา อาจจะยอมตกลงในบางข้อ แต่ขอ “ติ่ง” บางเรื่องไว้คุยระดับรัฐบาล (JBC) เพื่อยื้อเวลาให้พ้นวันที่ 29 มกราคมไปก่อน

        * ผลที่จะตามมา: อาจออกแถลงการณ์ร่วมแบบหลวมๆ แต่ฝ่ายไทยจะไม่ลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับเต็ม

ทำให้ความตึงเครียดยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ปะทะ!

        * ความเสี่ยง: วิธีนี้ จะทำให้คนไทยในโซเชียลที่ติดตามอยู่รู้สึกไม่พอใจ และจะเกิดกระแสกดดันรัฐบาลไทยให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทันที

พี่น้องครับ ณ ชั่วโมงนี้ ผมวิเคราะห์ว่า ฝ่ายไทยกำลังใช้กลยุทธ์ “นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว”

เราไม่ได้ปิดประตูการทูต แต่เรา “ยกระดับมาตรฐานการเจรจา” ให้สูงขึ้น

เพื่อไม่ให้เขมรใช้เวที RBC เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองในเวทีโลก ขณะที่หลังบ้านยังแอบวางกับดักระเบิดใหม่ๆ ไว้

สรุปสั้นๆ คือ พรุ่งนี้ ถ้าเห็นท่านแม่ทัพภาคที่ 1 ไปปอยเปต แปลว่าเรา “ได้” ในสิ่งที่เราเรียกไปทั้งหมด

แต่ถ้าท่านไม่ไป…เตรียมตัวรับชม “ซีรีส์ภาคต่อ” ที่จะมีความเข้มข้น “ทางยุทธการ” มากกว่าเดิมได้เลยครับ!

      พีระชาติ อินตา

……………………………………….

ครับ…

ผลก็ออกมาแล้ว แม่ทัพภาคที่ ๑ “พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ” ท่านไม่ไป

ก็แสดงว่า “ยก ๓” very soon แหงๆ!?

“เขมร-ฮุน เซน” มันกลัวพรรคภูมิใจไทยจะชนะเลือกตั้ง นายกฯ อนุทินกลับมาเป็นนายกฯ สืบต่ออีก

เพราะถ้านายอนุทินได้กลับมาเป็นนายกฯ “ปิดประตูตาย” ที่ไทยจะเปิดด่านให้เขมร!

มีแต่พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนเท่านั้นเป็นรัฐบาล เขมร-ฮุน เซนก็จะ “พอพูดกันได้” ให้เปิดด่าน-เปิดแดน

ฉะนั้น จึงมีความน่าจะเป็นที่ “เขมร-ฮุน เซน” อาจจะทำลายพิธีกรรม หวังไม่ให้ “นายกฯ อนุทิน” ได้เป็นนายกฯต่อ

ด้วยการเปิด “ยก ๓” ช่วงใกล้ๆ เลือกตั้ง เพราะจะเห็น ตอนนี้ ตลอดแนวรบ ทั้งด้านอีสานใต้ และด้านตะวันออก

ที่ “บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว” เขมรเสริมกำลัง ทำป้อมค่าย ขุดคูเลต ทำบังเกอร์ ประชิดแนวดินแดนที่ไทยตีคืนกลับมาจากเขมร

ทั้งที่ ช่องอานม้า ภูมะเขือ ทางขึ้นเขาพระวิหาร  โดยเฉพาะที่ปราสาทตาควาย เนิน ๓๕๐ เขมรประชิดแนว สภาพ “พร้อมรบ”

ที่สำคัญ เขมรซื้ออาวุธ ซื้อเครื่องบิน เตรียมถล่มกับไทยเต็มพิกัด

พูดถึง “ปราสาทตาควาย” สภาพปรักหักพังจากการสู้รบที่เห็น-ที่เป็น-ที่เหลืออยู่ ตอนนี้

ผมว่า “คลาสสิก” มาก!

มันมีเสน่ห์ล้ำลึก สภาพเว้าแหว่ง รุ่งริ่ง ของปราสาทที่เหลือ ทำให้จินตนาการเห็นภาพหมวดบุ๊ค-จ่าเริง-พลทหารภาณุพัฒน์

สู้เพื่อเอาแผ่นดินคืน….

ยืนหยัดกลางห่ากระสุนและทุ่นระเบิด จนร่างพรุน ขาขาดรุ่งริ่ง เลือดโทรม แม้เหลือเพียงวิญญาณ แต่ร่างยังหยัดอยู่ ว่าเฮ้ย..กูทหารไทย!

“นายพนมบุตร จันทรโชติ” อธิบดีกรมศิลปากร ท่านพร้อมจะบูรณะปราสาทตาควายให้คืนกลับสภาพเดิม

มอบหมายให้ “สำนักงานศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา” เข้าสำรวจแล้ว

ผมเชื่อฝีมือกรมศิลปากรเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าคืนชีวิตให้ปราสาทตาควายได้

แต่ผมเสียดาย “สภาพที่เหลืออยู่” ของปราสาทตาควายตอนนี้มาก ผมว่ามันอาร์ต มีมนตร์ขลังสุดๆ เพียบพูน ล้นเสน่ห์

แต่ละริ้วรอยของมันคือบาดแผลเป็นสตอรีเล่าเรื่อง “วีรอาจหาญทหารไทย” ในสมรภูมิ “ชิงคืนปราสาทตาควาย-เนิน ๓๕๐” ให้ทุกคนที่ได้เห็นได้รับรู้ทางจิตวิญญาณ

เป็นไปได้มั้ย….

ที่กรมศิลป์จะคงสภาพ “ปราสาทตาควาย” ที่ผ่านสมรภูมิจนรุ่งริ่งไว้อย่างนี้ แล้วนำส่วนปรักหักพังที่กองอยู่กับพื้น ไปประกอบ “ปราสาทตาควาย” สภาพเดิมขึ้นแทน ณ จุดหนึ่ง ที่เหมาะสม

เพราะต่อจากนี้ไป….

ทั้งที่ภูมะเขือ ช่องอานม้า ยอดเขาสัตตะโสม ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และเนิน ๓๕๐

จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติ เพราะขณะที่ ทั้งทหาร ทั้งพระ ทั้งชาวบ้าน

เนรมิตป่าดง แดนทุรกันดาร ตามสถานที่ดังกล่าว ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชาวบ้านก็จัดเป็น “ตลาดชุมชน” ให้ช็อปกันแล้ว

พระ ทหาร ชาวบ้าน ปรับพื้น เทปูน ทำถนน ทำลานจอดรถ

สร้าง “พระพุทธรูป” สวยงามปานองค์วิษณุกรรมเหาะลงมารังสรรค์ เสร็จฉับพลัน ด้วยฝีมือ “ท่านเจ้าคุณเยื้อน”!!!

ด้วยวิธีการ ให้ “ชาวบ้าน-พระ” อยู่ชายแดนไทย-เขมร ทหารที่เฝ้าชายแดนก็ไม่เหงา พวกเขมรก็ไม่กล้าเล็ดลอด-รุกคืบเข้ามาอีก

ต่อไป ทหารบ้าง ตชด.บ้าง ที่ผ่านสมรภูมิ…

ต้องการลงหลักปักฐาน ทางรัฐบาลและกองทัพ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการจัดสรรที่ดินให้ทหารและนักรบชุดดำเขาตามสมควร

เท่ากับสร้าง “รั้วมนุษย์” ซ้อนอีกชั้นกับ “รั้วลวดหนาม” กันเขมรรุกล้ำอย่างที่ผ่านมา

พอมีชุมชนเกิดขึ้น น้ำ-ไฟ-ถนนหนทาง โรงเรียน ตลาดการค้า รวมทั้งการท่องเที่ยว ก็จะเกิด

กองทัพก็ไม่ต้องเปลืองงบ-เปลืองกำลังพล เฝ้าชายแดนแบบโด่เด่ เพียงแต่ระวัง อย่าให้แอบเปิดบ่อน ค้าของเถื่อน ก็แล้วกัน

เดี๋ยวมันจะกลายเป็นว่า….

“ประชาชนเปิดบ้าน-ทหารขายตั๋ว” มันจะยุ่ง!

คุยส่งท้ายเดือนแรกของปีเท่านี้พอนะ

ไว้เดือนหน้า ค่อยมาเมาธ์กันใหม่ แต่ขอให้ทุกท่านอย่าวางใจ ช่วงนี้ อะไรๆ ที่ไม่คาดฝัน

มัน “ตูมตาม-ตึงตัง” ได้ทั้งใน-และนอกประเทศ ทุกเวลา!

เปลว สีเงิน

๓๑ มกราคม ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ

 

 

Written By
More from pp
โฆษกเกษตร แจง !! เหตุเพลิงไหม้ อย่าโยงประเด็นการเมือง “ธรรมนัส-ไชยา” เข้าสำรวจพื้นที่ ใช้กรมชลฯ เป็นที่ทำงานชั่วคราว
5 กุมภาพันธ์ 2567 – ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า
Read More
0 replies on ““ปราสาทตาควาย” #เปลวสีเงิน”